ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 24, 2014, 12:11:02 AM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หากมีการเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลของหลวงปู่ดู่จากเวปนี้
รบกวนอ้างอิงที่มาด้วยครับ
22379 กระทู้ ใน 2777 หัวข้อ โดย 5443 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: punnatat
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ลานสนทนาคนรักหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ หลวงปู่ทวด
|-+  รอยอาจาริยะ
| |-+  ก้นบาตร
| | |-+  การระลึกชาติของ..หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: การระลึกชาติของ..หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี  (อ่าน 10873 ครั้ง)
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4614

อนุโมทนา
-มอบให้: 12266
-ได้รับ: 33796



เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 06, 2011, 04:54:41 PM »

ในฐานะที่เคยบวชเณรเป็นศิษย์ที่วัดท่านขอนำเรื่องของหลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิมมาเล่าสู่กันฟังหน่อยนะครับ; (veerawong)

=========================




การระลึกชาติของ..หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี




ตาม ประวัติของท่านเล่าว่า ชีวิตในเยาว์วัยอายุได้ ๒ ขวบ มารดาของท่านก็ถึงมรณะกรรม คุณตาของท่านก็รับภาระ เลี้ยงดู สิ้นบุญของคุณตาหลวงพ่อสมชายก็มาอาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งมีฐานะเป็นลูกผู้พี่ แต่เมื่อพี่สะไภ้ได้เสียชีวิตจากไป ท่านต้องรับภาระเลี้ยงดูหลาน ๔ -๕ คนแทนเพราะพี่ชายเมื่อสิ้นพี่สะไภ้ ก็กระทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ หาได้สนใจในหน้าที่ของพ่อที่มีต่อลูกไม่


ท่านจึงได้พยายามสร้าง ฐาานะขึ้นมา ให้ทัดเทียมกับผู้อื่น ด้วยอุปนิสัยที่เป็นผู้มีนิสัยเด็ดเดี่ยว เอาจริง ถ้าตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้วต้องทำให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เป็นนักเสียสละบำเพ็ญประโยชน์ ของส่วนรวม ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก เป็นผู้มีความทรหดอดทน กล้าหาญ ท่านได้สร้างฐานะขึ้นมาจนสำเร็จ เป็นที่เคารพยกย่อง นับถือของตระกูล ตลอดจนคนทั่วไปในหมู่บ้านนั้น

ระลึกชาติได้

ตอน ที่ท่านยังไม่บวช เวลาท่านนอน มือท่านทั้งสองข้างมาพนมเข้าหากัน และบริกรรมว่า "โอม ปถวีๆๆ" ขานั้นก็นั่งขัดสมาธิ หลุดปุ๊บ..ก็ระลึกถึงชาติเก่าทันที ท่านบอกว่าเป็นอยู่อย่างนี้ ระลึกได้ถึง ๔ ปี ทุกคืน และเป็นไปอัตโนมัติ ว่า


ชาติที่ ๑ นั้น ท่านเกิดเป็นฤาษี บวชเป็นฤาษี ลุงของท่านเป็นหัวหน้าฤาษีในชาตินั้น ชาตินี้ลุงของท่านก็กลับมาเป็นพ่อของท่าน


ชาติที่ ๒ ก็เป็นอย่างนั้นอีก (เหมือนชาติที่ ๑)


ชาติ ที่ ๓ ได้เกิดเป็นลูกชาวประมง พอโตขึ้นหน่อย พ่อแม่ก็ให้ออกไปหาปลาเพราะเป็นชาวประมง แต่ท่านไม่เอา ท่านก็เลยบวช พอไปก็ไปพบกับสำนักของฤาษีอีก พอกลับชาตินี้ คือชาติปัจจุบัน ท่านก็กลับมาเป็นลูกของลุงในชาติอดีตคือ "ฤาษี" นั่นเอง กลับมาเกิดเป็นพ่อของท่าน

ต่อมาท่านได้บรรพชาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2487 อายุ 19 ปี ณ อุโบสถวัดเหนือ อ.เมือง จ. ร้อยเอ็ด โดยมี ท่านเจ้าคุณพระโพธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ธรรมยุต เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้ถวายตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถร เมื่อปลายปี พ.ศ.2487 ที่วัดป่าบ้านหนองผือ ตำบลนาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร





ท่าน ได้ทำการอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดศรีโพนเมือง จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2489 โดยมี ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโลเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ครูบาอาจารย์ที่กล่าวมา ทั้งหมดล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นทั้งสิ้น


โดยเฉพาะ ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์นั้น เป็นพระอุปัชฌาย์ของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโรอีกด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย เป็นทั้งลูกศิษย์ หลานศิษย์และเหลนศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภายหลังจากอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว หลังจากประพฤติปฏิบัติธรรม จนซาบซึ้งในพระศาสนาพอสมควรแล้ว ท่านได้นำเอาธรรมะไปอบรมสั่ง สอนประชาชนในท้องถิ่นเดิมของท่าน จนปัจจุบันหันมานับถือพุทธศาสนาจนหมดสิ้น


ภาย หลังท่านได้ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมบนเขา แล้วตั้งเป็นวัดชื่อว่า วัดเขาสุกิม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จนมีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือทั่วไป ต่อมาท่านก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระวิสุทธิญาณเถระ หลังจากนั้นท่านก็ได้มรณภาพไปในที่สุด




ประวัติและปฏิปทา
พระวิสุทธิญาณเถร
(หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย)
วัดเขาสุกิม
ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13154

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

thesunza, jummum, alan, settha, metha, dewcnn, CHA 59, toppdt, ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 9 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติสำหรับช่วงปี 2557
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4614

อนุโมทนา
-มอบให้: 12266
-ได้รับ: 33796



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 06, 2011, 04:56:16 PM »

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปุจฉา กับ ท่านพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2520
พระราชปุจฉา.... " ผู้คนเขามาวัดทำไมกัน"



 
ถวาย พระพรว่า.... " ผู้มาวัดด้วยเหตุต่างๆ กันบางคนเป็นคนดีอยู่แล้ว มาวัดด้วยมุ่งทำความดีให้มากขึ้น ด้วยการถือศีลภาวนา บ้างอยากรู้ทางวัดเขาทำอะไรกัน จะมาช่วยวัดด้วยความตั้งใจจริง เพราะเห็นว่าเมื่ออยู่บ้านก็ไม่มีอะไรที่จะต้องทำ บางคนก็มาด้วยเหตุที่ว่าอยู่บ้านมีแต่ปัญหา ล้วนแล้วแต่น่าเบื่อ มาวัดหาความสงบดีกว่า มาวัดทำให้สบายใจ"




พระราชปุจฉา... " ที่ว่าชาวบ้านเขาเบื่อหน่ายเขาเบื่ออะไรกัน "
พระ อาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย ถวายพระพรว่า.... " การเบื่อหน่ายของชาวบ้านมีสองอย่าง บางคนเบื่อการงานที่จำเจก็หาเวลามาวัด เพื่อพักผ่อน บางเห็นว่าการเป็นอยู่ทางโลกนั้นถึงจะมั่งมี สามารถหาความสุขได้ทุกอย่างก็จริง ล้วนแต่เป็นความสุขชั่วคราว ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงเหมือนความสุขทางธรรม บ้างว่าเกิดมาแล้วก็หนีความตายไม่พ้น ก่อนจะตายก็ควรทำอะไรๆ อันเป็นเหตุให้ตายดี มีความสุขก็มี"




พระราชปุจฉา.... " การสอนให้คนนึกถึงความตายนั้น หากสอนไม่ดีแล้ว ก็เป็นเหตุให้เกิดความเกียจคร้านในการหาเลี้ยงชีพ กลายเป็นคนจน เป็นภาระของสังคม ดังนั้นต้องระวังในเรื่องการสอน"



พระ อาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย ถวายพระพรว่า.... " โดยปกติพระจะสอนให้เห็นโทษของความมัวเมา ก่อให้เกิดความเห็นผิดเป็นชอบ จึงต้องสอนให้เห็นในทางที่ถูกก่อน เช่น



ก. อย่ามัวเมาในวัยว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่

ข. อย่ามัวเมาในความไม่มีโรคมาเบียดเบียน
ค. อย่ามัวเมาในชีวิตว่าเวลาของเรายังมีอยู่



ด้วย เหตุนี้ จึงสอนให้ทุกคนนึกถึงความตาย ถ้าไม่สอนให้เขาเข้าใจในทางถูกก่อนแล้วกลับจะเป็นผลร้ายดังพระราชปุจฉาโดย แท้ การเจริญมรณัสสตินั้น ชั้นต้นเพื่อให้รู้ว่าทุกคนหนีความตายไม่พ้น ไม่ว่าจะเป็นคนมีคนจน มีความตายเหมือนกันทั้งนั้น สำหรับผู้ทำการภาวนาเจริญกรรมฐาน เพื่อให้นิวรณ์สงบ ก็จำเป็นต้องพิจารณาเป็นอย่างๆไป ความตาย คือ นายเพชรฆาต, ความตาย คือ ต้องพลัดพรากจากสมบัติทุกอย่าง ชีวิตเป็นของที่กำหนดเอง เอาว่าอายุเท่านั้นเท่านี้จะตายก็กำหนดไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่าชีวิตเป็นของน้อยจะตายเมื่อไรไม่มีใครรู้ได้ ขอถวายพระพร"

==================================
รูปสมัยที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้า
พระบรมราชินีนาถร้อมด้วยพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์
ทรงเสด็จพระราชดำเนินเททองหล่อพระประธาน
พระอัครสาวกทั้งสอง และพระอานนท์
ณ อุโบสถ วัดเขาสุกิม 3 เมษายน 2520

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

thesunza, jummum, alan, settha, metha, dewcnn, CHA 59, toppdt, HiFocus, ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 10 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2011, 04:56:48 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติสำหรับช่วงปี 2557
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
CHA 59
สมาชิกวงใน
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 91

อนุโมทนา
-มอบให้: 1246
-ได้รับ: 833



« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 07, 2011, 09:46:37 PM »

ขอ อนุโมทนาด้วยครับ สาธุ สาธุ

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, jummum, settha, metha, veerawong

หัวข้อกระทู้นี้, มี 5 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

ดีชั่ว อยู่ที่ ตัวทำ
สูงต่ำ อยู่ที่ ทำตัว
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.169 วินาที กับ 27 คำสั่ง