ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤษภาคม 22, 2013, 06:54:39 PM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
"กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ"
คลิกที่นี่ครับ 

20476 กระทู้ ใน 2549 หัวข้อ โดย 5178 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: jingjai
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ลานสนทนาคนรักหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ หลวงปู่ทวด
|-+  ส่งสาส์นสะพานบุญ
| |-+  ศาสนูปถัมภ์
| | |-+  กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
psyu และ 6 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ  (อ่าน 30898 ครั้ง)
settha
สมาชิกพิเศษ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 270

อนุโมทนา
-มอบให้: 5126
-ได้รับ: 2125



« ตอบ #90 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2012, 10:33:06 AM »

เมื่อวานโอนไปแล้วครับ 100.59 บาท อนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

yee8232, yoknaka, warodomsathan, metha, ปาฏิหาริย์, veerawong, LEOzenith

หัวข้อกระทู้นี้, มี 7 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #91 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 07:31:16 AM »

เชิญเข้าปฏิบัติธรรมวันเสาร์-อาทิตย์ที่๒๖-๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม โทร. ๐๘๔-๖๕๑-๗๐๒๓ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

 ภิกษุใหม่นั่งเข้าสะกดกรรมฐานในห้องพระปีติ ๕ ประการ

ตามแนวกรรมฐานมัชฌิมา สมเด็จพระสังฆราช (สุกไก่เถื่อน) วัดราชสิทธาราม(พลับ)


กำหนดการปฏิบัติธรรมเดือนพฤษภาคม 55

 ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ รถเมล์

 สาย   40  56 57  159  ผ่าน ซ. อิสรภาพ 23 วัดราชสิทธาราม

  วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม   2555 ขึ้น 6  ค่ำ เดือน  7

      เวลา 09.30-10.15             ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน  

     เวลา 10.15-11.00           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย

      เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ

     เวลา 14.00-16.30            นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม  

     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  พักผ่อนตามอัธยาศัย  

    วันอาทิตย์ที่ 27  พฤษภาคม  2555  ขึ้น  7 ค่ำ เดือน  7

      เวลา 06.30- 07.00             ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า

     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย

    เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ

    เวลา 14.00-16.30            เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว

    เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  ลาศีลกลับบ้าน

   เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น ลาศีลเดินทาง กลับบ้าน


==================================




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.somdechsuk.org




ติดต่อได้ที่ หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]


รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023




รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด


============


ความสำคัญโดยย่อ ของ
พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำหรับพระพุทธศาสนาในไทยนั้นสำคัญขนาดที่ว่า  พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


***ข้อควรรู้ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)





ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย

===============================================================

กัมมัฏฐาน ๓ ยุค

credit :nathaponson ;http://www.madchima.org





ประณามพจน์ปฐมบทเรื่องของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ
(ประณาม ก. น้อมไหว้ เช่น ขอประณามบาทบงสุ์พระทรงศรี.)

   บทความนี้เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้บันทึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่สุด ในประวัติศาตร์ของชาติสยามในเรื่องพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯที่ผ่านมาเพราะพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯเป็นการดำรงรักษาวิธีการกล่อมเกลา จิตใจเพื่อยกระดับภูมิจิตภูมิธรรมที่พระเถรานุเถระแต่ครั้งอดีตได้บำเพ็ญ ฝึกฝน เป็นการฝึกจิตระดับเจโตวิมุติที่เพียบพร้อมทั้งสมาธิที่เป็นบาทฐานของอิทธิ ปาฏิหาริย์ที่เหนือปกติธรรมดาและหากน้อมปฏิบัติตามมรรคมีองค์- ๘ ก็จะเห็นแจ้งในสัจธรรมได้ไม่ยากเป็นทางประเสริฐที่อาจทำให้ผู้ก้าวไปบรรลุสู่ความสงบที่แท้จริง

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯมีความสำเร็จได้ประโยชน์ในสองส่วน เป็นทั้งการบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้นและได้อิทธิฤทธิ์ ไปพร้อมกัน

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นได้รวมพุทธธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดขั้นตอนทั้งการปฏิบัติสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงพุทธธรรมอื่นๆที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว


พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

     ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม
     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร
     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.
     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่
ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ




     บทความนี้ไม่อาจจะสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความเมตตาข้อมูลจากท่านพระครู สังฆรักษ์ (วีระ)ฐานวีโร แห่งวัดราชสิทธาราม(พลับ) กทม. ที่ ให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆอย่างมิรู้เบื่อหน่ายต่อคำซักไซ้ไล่เรียงของผู้เขียน

     แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยจากกิจทางพระศาสนาเพียงใดก็ตาม ด้วยกำลังใจที่แน่วแน่ของพระคุณเจ้าท่านนี้ที่มุ่งมั่นในการดำรงรักษามรดก ล้ำค่าของพระพุทธศาสนาชิ้นเอกเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของสุวรรณภูมิให้คง อยู่เพื่อลูกหลานอนุชนรุ่นต่อไป เป็นการช่วยการรักษาแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตามรอยเท้าบูรพาจารย์ แต่ครั้งอดีตนับล่วงได้ ๑๘๐๐ ปี

     อานิสงส์ประการใดที่ได้จากการรักษา เผยแพร่ มรดกพุทธธรรมอันยอดยิ่งนี้ขอจงสัมฤทธิ์ ผลแก่บูรพาจารย์ บุพพการี ผู้มีบุพกรรมร่วมกันทั้งส่วนกุศลกรรมและอกุศลกรรม เทพยดานับถ้วนทั่วจากภูมิมนุษย์จนพรหมโลกจรดขอบจักรวาล ตลอดจนญาติกัลยาณมิตร
     สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิจงโปรดสำรวมจิตตั้งมั่นในสัมมาทิฎฐิ น้อมใจรำลึกคุณพระบรมศาสดาศรีศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า ในภัทรกัปนี้แล้ว

     อนุโมทนาในกุศลเจตนาครั้งนี้จะก่อเกิดเป็นมหากุศล ให้ทุกท่านถึง “ธรรม” ถ้วนทั่วทุกตัวตนเป็นผู้ถึงสุขที่แท้พ้นภัยภายนอกและภายในทุกกาลสมัยเทอญ




ความเป็นมาของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

      แต่ครั้งพุทธกาลที่พระบรมศาสดาศรีศากยมุนีสมณโคดมยังทรงพระชนม์ชีพทรง อุตสาหะสั่งสอนให้กุลบุตรทั้งหลายฝึกสมาธิ ตั้งสมาธิ ยังสมาธิอบรมสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา พิจารณาเพื่อความหลุดพ้น ได้มรรคได้ผล อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา  

      
(ข้อด้านล่างนั้นคัดมาจากข้อมูลเท่าที่ปรากฎและเท่าที่ทราบครับซึ่งหากมีความผิดพลาดประการใดต้องกราบขอขมาพระรัตนตรัยมาณที่นี้ครับ)


  

  




การสอนกัมมัฏฐานการบอกกัมมัฏฐานแบ่งออกเป็น ๓ ยุคได้คร่าวๆ

   ๑. ยุคที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่และทรงเริ่มประกาศศาสนา พระองค์ทรงประกอบด้วยทศพลญาณ คือ กำลังของพระพุทธเจ้า ๑๐ ประการ มีฐานาฐานญาน เป็นต้น มีอาสวักขยญาณเป็นปริโยสาน
   ฉะนั้น พระองค์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่ถึงพร้อมด้วยประการทั้งปวง
   ดังนั้นการศึกษาพระกัมมัฏฐานตามแบบที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติและสั่งสอนสาวกไว้แล้วเท่านั้นจึงสมควร




(เมื่อพูดถึงจุดนี้ก็อยากทวนความจำถึงจุดเริ่มต้นของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้ท่านได้ทราบอีกครั้ง;ในยุคสมัยพุทธกาลนั้น พระราหุลมหาเถระเจ้า ได้บรรลุอรหันต์เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

พระองค์ ได้สอบถามกับพระพุทธองค์ว่าพุทธองค์มีการปฎิบัติกรรมฐานอย่างใด และท่านได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่อีกทั้งท่านยังได้ ไปเรียนรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมกับพระอรหันต์สาวกองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และรวบรวมการปฎิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนาไว้เป็นด้วยกันเป็นการฝึกฝนแบบตามลำดับขั้นตอน

จากนั้นจึงกำเนิดการเรียนรู้กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ในขอบเขตของบวรพระพุทธศาสนาขึ้น จากการเรียบเรียงของพระราหุลนั่นเอง)


   ๒. ยุคของพระอสีติมหาสาวก ๘๐ พระองค์ ;พระอรหันตสาวก;พระอริยะ และพระสาวกอื่นๆ

พระภิกษุสงฆ์ทั่วไปและพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเสขบุคคลคือยังไม่ได้บรรลุอรหัตตผลก็ล้วนแล้วแต่เรียนศึกษาและปฎิบัติตามพระกรรมฐานแบบลำดับทั้งสิ้นแล้วแต่ว่าจะศึกษากับพระอสีติมหาสาวกพระอรหันตสาวกหรือพระอริยะ องค์ใด     พระอาจารย์ทุกท่านล้วนบอกพระกรรมฐานแบบลำดับให้ลูกศิษย์ทั้งสิ้นตามแต่ผู้ใดไปได้ช้าหรือเร็วประการใด

   ความสำคัญตรงนี้พระอาจารย์ได้บอกไว้ว่า

ขั้นตอนการฝึกพระกรรมฐานแบบลำดับซึ่งฝึกกันเป็นมาตรฐานตั้งแต่พุทธกาลนั้นผู้ฝึกล้วนต้องผ่านการฝึกเป็นขั้นๆแต่สมัยพุทธกาลนั้น
คนมีบุญบารมีมีมากมาย
ทำให้จิตผ่านแต่ละลำดับได้อย่างรวดเร็วคือผ่านจาก
รูปกรรมฐาน
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ

อย่างรวดเร็วจนถึงห้องอานาปานสติกรรมฐานและจิตเข้าสู่มรรคผลอย่างรวดเร็วจนทำให้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป ว่าเริ่มที่อานาปานสติได้เลยแต่จริงๆหาได้เป็นเช่นนั้นไม่เพราะต้องเริ่มที่ ห้องพระปีติทั้ง5 ซึ่งตั้งต้นที่พระขุททะกาปีติ

โดยเริ่มตั้งองค์ภาวนา ว่าพุท-โธ  ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้     ตั้งใต้นาภีคือสะดือ 2นิ้วมือ เป็นบาทฐาน

   (ส่วนขององค์พระราหุลมหาเถระเจ้าก็ได้ทรงสอนพระกรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมา)และมีศิษย์ของท่านสืบทอดพระกรรมฐานแบบลำดับมาเรื่อยๆ


   ๓. ยุคเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระมหาอสีติสาวกปรินิพพานแล้ว พระภิกษุทั้งหลายจะบอกกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯซึ่งเป็นกรรมฐานแบบมาตรฐาน)เท่านั้น  


     อีกทั้งภิกษุในสมัยพระพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวกนิพพานแล้ว ท่านเคารพในพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์ และรู้ประมาณในวิสัยของท่านเอง




     ดังนั้น พระกรรมฐานแต่โบราณจึงบอกกัมมัฏฐานแก่ผู้อื่นด้วย"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"เท่านั้น (พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)
     ผู้เรียนแบบลำดับแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเองว่า กัมมัฏฐานกองไหน
     จะต้องกับ "จริตหรือจริยาที่เป็นอาจิณกรรมในภพก่อนๆ" ของตนเองคือจะขึ้นมาเอง(แต่สำคัญที่ว่าต้องผ่านการเรียน"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"แล้วจากพระอาจารย์ผู้ประกอบด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิคือผู้เป็นกัลยาณมิตรนั่นเอง )


    

     กัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)นี้เข้ามาสู่สุวรรณภูมิเมื่อหลังตติยสังคายนาในสมัยพระ เจ้าอโศกมหาราช โดยส่งพระโสณกเถรและพระอุตรเถรมายังสุวรรณภูมิ โดยการเล่าเรียนสืบ ๆ กันมา ยังไม่มีการจดบันทึก

     การเรียนแบบพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนี้สืบทอดเรื่อยๆ มาจนถึงยุคกรุงสุโขทัย มากรุงศรีอยุธยา และครั้งกรุงสุโขทัยนั้น พระคัมภีร์วิสุทธิมรรค ก็ได้มีการนำมาเผยแพร่ด้วยโบราณาจารย์กล่าวว่า คัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เป็นคัมภีร์ปฏิบัติที่เน้นปริยัติ จึงทำให้พระสงฆ์ที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานในสมัยนั้นมีความรู้ทั้งทางปฏิบัติและ ปริยัติ ภาคปฏิบัติดี จึงมีความรู้เชี่ยวชาญมาก

      เมื่อถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชการที่ ๑ ได้อาราธนาพระอธิการสุก วัดท่าหอยแขวงกรุงเก่า มากรุงเทพ ฯ
      เมื่อท่านมานั้น ได้นำตำราสมุดข่อยไทยดำบันทึกกัมมัฏฐานแบบลำดับมากรุงเทพฯ ด้วย แล้วรัชกาลที่ ๑ ทรงตั้งท่านให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงไว้ซึ่งแบบแผนตามรักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นพระภิกษุผู้ถือตามโบราณจารย์กัมมัฏฐานแบบลำดับ ด้วยความเคารพในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์สาวกแต่ปางก่อน

ต้นที่มา โดยรวมของเรื่อง

หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

ขอบคุณภาพจากhttp://www.ounamilit.com/,http://www.bloggang.com/,http://www.rmutphysics.com/,
[/quote]


==========================================

ข่าวสารเกี่ยวกับพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คุณควรรู้



oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ



http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22489#msg22489

==========================================



   
ขั้นตอนการเริ่มนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22518#msg22518



สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

k.sugarcane, ปาฏิหาริย์, metha, settha, LEOzenith

หัวข้อกระทู้นี้, มี 5 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2012, 07:35:23 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #92 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2012, 07:04:17 AM »

oxford "ทึ่ง" พบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ;วัดราชสิทธาราม คณะ5


oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ;วัดราชสิทธาราม คณะ5(กรรมฐานแบบลำดับหรือ กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับคือพระกรรมฐานของศาสนาพุทธที่ฝึกเป็นลำดับขั้นตอนปฎิบัติไปตามกำลังของจิต เกิดสมาธิเป็นขั้นๆไป )


ห้องสมุดBodleian มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด เชิญพระครูสิทธิสังวร เป็นที่ปรึกษาโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์โบราณ);ในส่วนของพุทธศาสนาในเอเชีย;ในส่วนของกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)


ประวัติพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)

http://www.somdechsuk.org/node/14
 





รูปของ Dr .Andrew Skilton ( Project Manager On behalf of the Revealing Hidden Collection project an team; Bodleian libraries;Oxford University)

ถ้าท่านเข้าไปที่Linkด้านล่าง  รายการก่อนท้ายสุดจะพบชื่อของโครงการที่ Dr .Andrew กำลังทำอยู่คือโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์โบราณ)ครับ

http://www.bodleian.ox.ac.uk/bdlss/itsd 

 Dr .Andrewได้มาประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วประมาณเดือนกันยายน 2011 และได้ค้นพบว่าที่  วัดราชสิทธาราม คณะ5 ยังคงมีแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกอยู่ !!!


ที่ว่าเป็นที่สุดท้ายในโลกเพราะมีครบทั้งตำราและวิธีปฎิบัติกรรมฐาน(คือมีผู้ฝึกสอนที่รู้จริง)ถ้าจะเรียกว่าแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับอย่างครบถ้วนแล้วต้องมีทั้งคนสอนและทฤษฎีคือตัวคัมภีร์จริงหรือไม่ครับ  เพราะถ้ามีตำราแต่ไม่มีผู้สอนก็ยากที่จะเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและขาดความรู้ในพระคัมภีร์อย่างละเอียดไป

 Dr .Andrew Skilton  ให้ความสนใจวัดราชสิทธาราม คณะ5อย่างมากเพราะเขาตระเวนไปแถบเอเชียมาหลายประเทศมากทั้ง ศรีลังกา พม่า  ลาวและประเทศอื่นๆ  พบว่า บางที่มีตำรากรรมฐานแบบลำดับเกือบครบ แต่ขาดคนสอน  บางที่มีตำราไม่ครบอีกทั้งขาดผู้สอน


ดังนั้นพอมีผู้แนะนำให้Dr .Andrewรู้ว่าที่วัดราชสิทธาราม คณะ5ยังคงมีแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกอยู่คือมีทั้งตำราและผู้สอน เขาจึงรีบมาศึกษาและได้รับความร่วมมืออย่างดีมากจนเข้าใจความเป็นมาเป็นไปและความสำคัญของคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ)จากพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)


หลังจากนั้นด้วยความเข้าใจอันดีที่มีต่อกันและความประทับใจในความรอบรู้อย่างลึกซึ้งในคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับของหลวงพ่อเขาจึงได้ตัดสินใจเชิญพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ),มาเป็นพระอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ     

   โดยจะเพิ่มชื่อของท่าน ในฐานะพระอาจารย์ที่ปรึกษาของโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์กรรมฐานโบราณ)  ในเว็บไซ้ต์ ของโครงการนี้ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า และจะออนไลน์ ในเร็วๆนี้ บนเว็บไซ้ต์หลัก ของห้องสมุดบ๊อดเลียน   (Bodleian libraries;Oxford University)


ทุกท่านสามารถอ่านจดหมายจากDr .Andrew Skilton ได้ด้านล่าง รวมทั้งคำแปล(แบบคร่าวๆ)ได้ครับ ถ้าท่านมีข้อสงสัยในเรื่องนี้เพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่

พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]
weera2548@yahoo.co.th

และร่วมกันแสดงความยินดีในข่าวนี้ร่วมกันนะครับ(ที่พระพุทธศาสนาจะได้เผยแพร่ไปอีกทางหนึ่งในต่างประเทศ)




Revealing Hidden collections (coby)

 Bodleian libraries oriental collections

Clarendon Building

Bodleian Library

Oxford OX1 3BG

www.bodleian.ox.ac.uk

To Phrakhrusitthisangvorn Veera Thanaveero

Division, Wat Ratchasittharam,

Soi Issaraphab ,Wat Arun Sup District,

Bangkok Yai District, Bangkok ,

Dear Venerable phrakhrusitthisangvorn,

            I am writing on behalf of the Revealing Hidden Collections ProJect at the Oxford University Bodleian Library to invite you to become an academic advisor to the project.

            This invitation is made in grateful acknowledgement of the heavy debt to you already felt byThe research team for your generous support and help given in September. We also wish to Continue our working relationship and to benefit from your knowledge both of the majjhima Kammatthan baab lumdup tradition, and of further temples to which we might extend our research.

            We would be most grateful if you would accept this invitation. If you are willing to do so, we Would like to be able to add your name as project advisor on the project web page, which is being Finalized at the moment and will go online shortly on the Bodleian Library website,

            I look forward to hearing your response.

          Yours sincerely

 

Andrew Skilton DPhil(Oxford)

           Project Manager

On behalf of the Revealing Hidden Collection project an team


==============================================
 Revealing Hidden collections
Bodleian libraries oriental collections

Clarendon Building

Bodleian Library

Oxford OX1 3BG

www.bodleian.ox.ac.uk

ถึง พระครูสิทธิสังวร (วีระ ฐานวีโร)

คณะ๕ วัดราชสิทธาราม

ซอยอิสรภาพ ๒๓ แขวงวัดอรุณ

เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐

นมัสการ ท่านพระครูสิทธิสังวร

                ข้าพเจ้า เขียนจดหมายนี้ ในนามของ โครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์กรรมฐานโบราณ)  ของห้องสมุด บ๊อดเลียน มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด เพื่อที่จะเชิญท่านมาเป็นพระอาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ ของโครงการนี้   

                จดหมายเชื้อเชิญนี้ ได้ถูกเขียนด้วยความซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ที่พระอาจารย์พระครูสิทธิสังวร ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ทีมวิจัย ของข้าพเจ้า ด้วยความมีน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเดือนกันยายน ปี๒๕๕๔

 อนึ่งข้าพเจ้ายังต้องการที่จะรักษาความสัมพันธ์ และรักษาการติดต่อ กับท่านอาจารย์พระครูสิทธิสังวร เพื่อที่จะได้รับองค์ความรู้ ของพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ และเพื่อที่จะยังประโยชน์ ในการเพิ่มเติมองค์ความรู้ ของการวิจัยที่วัดอื่นๆอีก แก่ห้องสมุดบ๊อดเลียน มหาวิทยาลัย อ๊อกฟอร์ด

                ข้าพเจ้า จะซาบซึ้ง เป็นอย่างมาก ถ้าท่านอาจารย์ ตอบรับ การเชื้อเชิญนี้ ถ้าท่านอาจารย์ตอบรับ, เรายินดีที่จะ เพิ่มชื่อของท่าน ในฐานะพระอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ  ของโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์กรรมฐานโบราณ)  ในเว็บไซ้ต์ ของโครงการนี้ ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงนี้ และจะออนไลน์ ในเร็วๆนี้ บนเว็บไซ้ต์หลัก ของห้องสมุดบ๊อดเลียน   

ข้าพเจ้ากำลังรอคอยคำตอบจากท่านอาจารย์

ด้วยความเคารพอย่างสูง

 ดร. แอนดรู สกิวตั่น

(แอนครู สกิวตั่น)

ผู้จัดการโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์โบราณ) 

link ที่เกี่ยวข้อง

ห้องสมุดบ๊อดเลียนมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด เชิญพระครูสิทธิสังวร เป็นที่ปรึกษาโครงการกรรมฐานมัชฌิมา
http://www.somdechsuk.org/node/253

ประวัติพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)
http://www.somdechsuk.org/node/14

พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน บูรพาจารย์กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับยุคกรุงรัตนโกสินทร์

http://www.somdechsuk.org/node/64

somdechsuk.org; เวทาสากุฯ


สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

settha, ปาฏิหาริย์, metha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 3 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #93 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2012, 07:06:11 AM »


ปฐมบท

กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ เป็นกรรมฐานเหมาะกับทุกจริต



โดยเริ่มแรกของผู้ปฎิบัติลำดับห้อง ในการภาวนา กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ
ในระดับขั้นต้น พระพุทธานุสสติ มี 3 ห้อง
คือรูปกรรมฐาน ตอน ๑ ได้แก่
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ
พระกรรมฐาน ๓ ห้องนี้เป็นพระกรรมฐาน สำหรับฝึกตั้งสมาธิ เป็นพระกรรมฐานต่อเนื่องของจิต จากจิตหยาบ ไปหาจิตที่ละเอียด ถึงขั้นอุปจารสมาธิเต็มขั้น หรือ เรียกว่ารูปเทียมของปฐมฌาน สอบนิมิต เป็นอารมณ์


     เมื่อจะเรียนพระกรรมฐานนั้น ต้องมอบตัวต่อพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และ อาจารย์ ผู้บอกพระกรรมฐาน โดยให้จัดเตรียม ดอกไม้ ๕ กระทง ข้าวตอก ๕ กระทง เทียน ๕ เล่ม ธูป ๕ ดอก ใส่เรียงกันในถาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า มาขึ้นในวัน พฤหัสบดี ข้างขึ้น หรือ ข้างแรมก็ได้ มาขอขึ้นกรรมฐานที่วัดราชสิทธารามคณะ5 กับพระครูสิทธิสังวร(หลวงพ่อวีระ) ผู้สืบทอดกรรมฐานมัชณิมาในยุคนี้ (โทร. 084-651-7023;weera2548@yahoo.co.th )


ถ้าผู้ใดยังไม่สะดวกมาไหว้ครูกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับหลวงพ่อว่าก็สามารถภาวนาไปก่อนได้แล้วค่อยมาไหว้ครูกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับพร้อมแจ้งอารมณ์กรรมฐานภายหลัง


จากนี้ไปจะเป็นการเริ่มนั่งกรรมฐานตามรูปแบบนะครับ เริ่มโดยกล่าวบททำวัตรพระก่อน


บททำวัตรพระ
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
(ให้ว่า ๓ หน)
พุทธํ ชีวิตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสะทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสสานํ พุทโธ ภควาติ ฯ
   เย จ พุทธา อตีตา  จ,   เย จ พุทธา อนาคตา,
   ปจฺจุปฺปนฺนา จ เย พุทธา,   อหํ วนฺทามิ สพฺพทา,
   พุทธานาหสฺมิ ทาโสว,   พุทธา เม สามิกิสฺสรา,
   พุทธานญฺ จ สิเร ปาทา,   มยฺหํ ติฏฐนฺตุ สพฺพทาฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ,   พุทโธ เม สรณํ วรํ,
   เอเตน สจฺจ วชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
   อุตฺตมํเคน วนฺเทหํ,   ปาทปงฺสุํ วรุตฺตมํ,
   พุทโธ โย ขลิโต โทโส,   พุทโธ ขมตุ ตํ มมํ ฯ
(กราบแล้วหมอบลงว่า)
         ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระพุทธเจ้า และคุณพระพุทธเจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลนานทุกเมื่อ และข้าฯจะขอเป็นข้าแห่งพระพุทธเจ้า ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ขอพระบาทบาทาของพระพุทธเจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลนานทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ข้าฯไหว้ละอองธุลีพระบาท ทั้งพระลายลักษณ์สุริยะฉาย ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด อนึ่ง โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ขอพระพุทธเจ้าจงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิด ฯ (คำแปล พระเทพโมลีกลิ่น)
(กราบ)
   ธมฺมํ ชีวิตํ ยาว นิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
   สวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญญูหีติฯ
   เย จ ธมฺมา อตีตา จ,   เย จ ธมฺมา อนาคตา,
   ปจฺจุปปนฺนา จ เย ธมฺมา,   อหํ วนฺทามิ สพฺพทาฯ
   ธมฺมา นาหสฺสมิ ทาโสว,   ธมฺมา เม สามิกิสฺสรา,
   สพฺเพ ธมฺมาปิ ติฏฐนฺตุ,   มมํ สิเรว สพฺพทาฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ,   ธมฺโม เม สรณํ วรํ,
   เอเตน สจฺจ วชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
   อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ   ธมฺมญฺ จ ทุวิธํ วรํ,
   ธมฺเม โย ขลิโต โทโส,   ธมฺโม ขมตุ ตํ มมํฯ
(กราบแล้วหมอบลงว่า)
        ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระปริยัติธรรมเจ้า และพระนวโลกุตตระธรรมเจ้า และคุณพระธรรมเจ้าในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งมวล  อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบันสิ้นกาลทุกเมื่อ แลข้าฯจะขอเป็นข้าฯแห่งพระธรรมเจ้า ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้น จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ ขอพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิดฯ
(กราบ)
   สงฺฆํ ชีวิตตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจิฉามิ ฯ
   สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสะยุคฺคานิ อฏฺฐะ ปุริสปุคะลา, เอส ภควโต สาวกสํโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทกฺขิเนยโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญญกฺเขตตํ โลกสฺสาติ
   เย จ สงฺฆา อตีตา จ   เย จ สงฺฆา อนาคตา
   ปจฺจุปปนฺนา จ เย สงฺฆา   อหํ วนฺทามิ สพฺพทา ฯ
   สงฺฆานาหสฺสมิ ทาโสว   สงฺฆา เม สามิกิสฺสรา
   เตสํ คุณาปิ ติฏฐนฺตุ   มมํ สิเรว สพฺพทา ฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ   สงฺโฆ เม สรณํ วรํ
   เอเตน สจฺจวชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมงฺคลํฯ
   อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ,   สงฺฆญฺ จ ทุวิธุตฺตมํ,
   สงฺเฆ โย ขลิโต โทโส   สงฺโฆ ขมตุ ตํ มมํ ฯ
(หมอบกราบ แล้วว่า)
           ข้าฯขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระอริยสงฆ์เจ้า และคุณพระอริยสงฆ์เจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลทุกเมื่อ และข้าฯจะขอมอบตัวเป็นข้าฯแห่งพระอริยสงฆ์เจ้า ขอพระอริยสงฆ์เจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาคุณแห่งพระอริสงฆ์เจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระอริยสงฆ์เจ้าป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา  ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาด       พลั้งไว้ในพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ ขอพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านั้นเถิดฯ
(กราบ)


2. จากนั้นให้กล่าวคำขอขมาโทษต่อพระรัตนตรัยซึ่งโทษนั้นๆที่เราเคยทำอาจเป็นอุปสรรคปิดกั้นการเจริญพระกรรมฐาน
(สำหรับทุกท่านที่เพิ่งเริ่มปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับต้องกล่าวทุกครั้งก่อนนั่งกรรมฐาน)

คำกล่าวขอขมาโทษ
         อุกาสะ วนฺทามิ ภนฺเต สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺ เต มยากตํ ปุญญํ สามินา อนุโมทิตพฺพํ สามินา กตํ ปุญญํ มยฺหํ ทาตพฺพํ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ   (กราบ)
          ข้าขอกราบไหว้ ขอท่านจงอดโทษแก่ข้าฯ บุญที่ข้าฯทำแล้ว ขอท่านพึงอนุโมทนาเถิด บุญที่ท่านทำ ท่านก็พึงให้แก่ข้าฯด้วยฯ (กราบ)
          สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺเต, อุกาสะ ทวารตฺตเยน กตํ สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺเต, อุกาสะ ขมามิ ภนฺเต (กราบ)
       ขอท่านจงอดโทษทั้งปวงให้แก่ข้าฯด้วยเถิด ขอท่านจงอดโทษทั้งปวงที่ข้าฯทำด้วยทวาร(กาย วาจา ใจ) ทั้งสามแก่ข้าฯด้วยเถิด ข้าฯก็อดโทษให้แก่ท่านด้วย (กราบ)
       ก่อนที่จะนั่งภาวนาพระกรรมฐานนั้น จะเกิดผลสำเร็จได้ ต้องมีการขอขมาโทษก่อน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขมานะกิจ  คือการนำดอกไม้ธูปเทียนแพ ไปตั้งจิตอธิษฐาน ขอขมาโทษต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่ท่านทั้งหลายอาจเคยล่วงเกินต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็น อดีต ปัจจุบัน เป็นเหตุให้มีโทษติดตัว การเจริญกุศลธรรมอาจไม่เกิดขึ้นได้ หรือ เจริญขึ้นได้ และ อาจเป็นอุปสรรคปิดกั้นการเจริญพระกรรมฐาน จึงต้องมีการ ขอขมาโทษก่อน เพื่อไม่ให้ เป็นเวร เป็นกรรม ปิดกั้น กุศลธรรม ที่กำลังบำเพ็ญอยู่ และเป็น ปฏิปทาห่างจากกรรมเวร


3.จากนั้นกล่าวคำอาราธนาพระกรรมฐานเป็นบาทฐาน(สำหรับทุกท่านที่เพิ่งเริ่มปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับต้องกล่าวทุกครั้งและเริ่มด้วยพระลักษณะ พระขุททกาปีติธรรมเจ้า จนกว่าจะสอบอารมณ์กับพระอาจารย์วีระผ่านท่านจึงจะให้เปลี่ยนคำอาราธนาครับ  ห้ามเปลี่ยนเองโดยพลการ)



อธิบายคำอาราธนาสมาธินิมิต(เหตุใดต้องกล่าวคำอาราธนาพระกรรมฐานทุกครั้ง)
      เมื่อจะนั่งเข้าที่ภาวนานั้น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ว่า ต้องอธิษฐานสมาธินิมิต  หรือ อาราธนาสมาธินิมิต เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้น หรือกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป กุศลธรรมในที่นี้หมายถึง สมาธิจิตที่ตั้งมั่น เป็น สัมมาสมาธิ อีกประการหนึ่งเพื่อเป็นการ เตรียมจิต ก่อนที่จะภาวนาสมาธิ ดังปรากฏใน พระสุตตนฺตปิฏก องฺคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปาปณิกสูตรที่ ๑

คำอาราธนาพระกรรมฐาน
(อธิษฐานสมาธินิมิต)
ของ สมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน

          ข้าฯขอภาวนาพระพุทธคุณเจ้า เพื่อจะขอเอายัง พระลักษณะ พระขุททกาปีติธรรมเจ้า นี้จงได้ ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระอริยะสงฆ์เจ้าตั้งแรกแต่พระมหาอัญญาโกญฑัญญะเถรเจ้าโพ้นมาตราบเท่าถึงพระสงฆ์สมมุติในกาลบัดนี้ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระอริยะสงฆ์องค์ต้นอันสอนพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวล จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้านี้เถิดฯ ขอพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้านี้เถิดฯ
        อุกาสะ อุกาสะ ในที่นี้เล่า ข้าจะขอปฏิบัติบูชาตามคำสั่งสอนของพระสัพพัญญูโคดมเจ้า เพื่อจะขอเอายัง พระลักษณะ  พระขุททกาปีติธรรมเจ้านี้จงได้ ขอจงเจ้ากูมาปรากฏบังเกิดอยู่ใน จักขุทวาร มโนทวาร กายทวาร แห่งข้าฯในขณะเมื่อข้านั่งภาวนาอยู่นี้เถิดฯ


        อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ วิชชาจะระณะสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวะมนุสสานํ พุทโธ ภควาติ ฯ
สมฺมาอรหํ     สมฺมาอรหํ     สมฺมาอรหํ
อรหํ      อรหํ     อรหํ
(องค์ภาวนา พุทโธ)



ปล.

การเริ่มนั่งกรรมฐานตามแบบที่พระอาจารย์บอกสืบๆกันมา โดยแรกท่านจะให้ องค์ภาวนาว่าพุท-โธ ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้ อยู่ใต้สะดือ2 นิ้ว

คำว่า2 นิ้วนี้วัดโดยใช้นิ้วมือของเรา2นิ้วทาบใต้สะดือสุดที่ใดก็ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้ไว้ตรงจุดนั้นนั่นเอง



4. คำอธิบายเวลากำหนดจิต


   หลังจากอาราธนาองค์พระกรรมฐานแล้ว ครั้งแรกกำหนดจิตให้มารวมไว้ที่ใต้สะดือ ๒ นิ้วมือ(ภาวนา พุท-โธ) กำหนดด้วยความตั้งใจจริง ค่อยดำเนินไปด้วยความเพียรชั้นกลาง แลมีสติค่อยประคับประคองให้ตรงต่อจุดมุ่งหมาย อย่ารีบร้อนให้มี ให้เป็นจนเกินไปกว่าเหตุผลจะอำนวยให้ เพราะคุณสมบัติสมาธินี้เป็นของกลาง เป็นเองด้วย บังคับไม่ได้ เราอยากให้เป็นสมาธิก็ไม่เป็น ไม่อยากให้เป็นสมาธิก็ไม่เป็น เราทำก็ไม่เป็น เราหยุดเสียไม่ทำก็ไม่เป็น แต่จะสำเร็จผลในขณะที่เราทำให้มาก เจริญให้มากโดยสายกลาง  ไม่หย่อนนัก ไม่ตึงนัก เป็นไปโดยสม่ำเสมอ ไม่ขาดสายทำไปโดยอาการเยือกเย็น และจิตกล้าหาญ ในเมื่อจิตรวมเป็นหนึ่งได้แล้ว กระบวนการแห่งสมาธิก็จะเป็นไปเอง
 
วิธีนั่งเข้าที่ภาวนาโดยละเอียด


       นั่งคู้บัลลังก์ เท้าขวาทับ เท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้ายตั้งกายตรง บริกรรม พุทโธ กำหนดจิตดังนี้


        ๑.สมาธินิมิต คือเครื่องหมายสำหรับตั้งสมาธิ ให้ตั้งที่ใต้นาภี คือ สะดือ สองนิ้วมือ เป็นที่ชุมนุมธาตุ และ สัมปยุตธาตุ บริกรรมในที่นี้จะเกิดกำลังมาก อันห้องพระพุทธคุณ อยู่ใต้นาภี สองนิ้วมือ
        ๒. ปัคคาหะนิมิต คือการยกจิตไปอยู่ที่สมาธินิมิต คือที่ใต้นาภี สองนิ้วมือ จิต ได้แก่ การนึก การคิด การรับรู้อารมณ์ หรือ สติ
        ๓. อุเบกขานิมิต คือ การวางเฉยในอารมณ์ จิตไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ ที่เป็น อดีต ที่เป็นอนาคต ให้มีจิตอยู่ในอารมณ์ปัจจุบัน จิตที่แล่นไปใน อดีต อนาคต เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน
    การกำหนด สมาธินิมิต (นาภี) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
           การกำหนดปัคคาหะนิมิต (ยกจิต) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่าน
        การกำหนด อุเบกขานิมิต (วางเฉย) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตไม่ตั้งมั่น
        ต้องกำหนดนิมิต สามประการ คือ สมาธินิมิต ปัคคาหะนิมิต อุเบกขานิมิต ไปพร้อมกันตลอดกาล ตามกาล จึงทำให้จิตอ่อนควรแก่การงาน จิตที่อ่อนควร แก่การงาน คือ จิต ที่ปราศจากนิวรณธรรม คือ กามฉันท์ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส พยาบาท ได้แก่การปองร้าย ถีนะมิทธะ ความง่วงหงาวหาวนอน อุทธัจจะกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน รำคาญ วิจิกิจฉา ความสงสัย
        การกำหนด สมาธินิมิต ปัคคาหนิมิต อุเบกขานิมิต มาใน พระสุตตันตปิฏก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต สมุคคสูตร ว่า
        ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดภิกษุประกอบสมาธิจิต กำหนดไว้ในใจซึ่ง  สมาธินิมิต ตลอดกาล ตามกาล กำหนดไว้ในใจซึ่ง ปัคคาหะนิมิต ตลอดกาล ตามกาล กำหนดไว้ในใจซึ่ง อุเบกขานิมิต ตลอดกาล ตามกาล เมื่อนั้นจิตย่อมอ่อนควรแก่การงาน ผุดผ่องและ ไม่เสียหาย จิตย่อมตั้งมั่นโดยชอบ เพื่อความสิ้นอาสวะ และ ภิกษุนั้นย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อ ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยธรรมอันยิ่งใดๆเธอย่อมสมควรเป็นพยานในธรรมนั้นๆ ในเมื่อเหตุเป็นอยู่ มีอยู่
ก่อนนั่งสมาธิภาวนาพึงสำเหนียกในใจก่อนว่า
          จิตของเราจักเป็นจิตหยุด ตั้งมั่นอยู่ภายใน    ธรรมทั้งหลายอันเป็นบาปอกุศล ที่เกิดขึ้นแล้ว  จะต้องไม่ยึดจิตของเรา ตั้งอยู่
   เป็นการอธิษฐานจิต ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อมิให้จิตซัดส่ายไปตามอารมณ์ต่างๆ   เป็นการวางอารมณ์ ของจิตให้แน่วแน่ มีสติรู้ทัน ธรรมทั้งหลายที่เป็นบาปอกุศล เช่น นิวรณธรรมเป็นต้น  ไม่ให้มารบกวนจิต  ยึดจิตติดอยู่ ทำให้จิตไม่บรรลุสมาธิได้ง่าย  


5.
หลังเลิกนั่งภาวนา

            เมื่อเจริญภาวนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าพึ่งลุกออกจากอาสนะ ให้แผ่เมตตา กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์ก่อน จึงลุกออกจากที่ เมื่อนั่งแล้วรู้เห็นอะไร ห้ามไปคุยกันเอง  ให้ไปแจ้งบอกกล่าว กับพระอาจารย์กรรมฐาน โดยมากพระอาจารย์จะให้กล่าวบทกรวดน้ำยังกิญจิ

บทกรวดน้ำยังกิญจิ
ของพระเจ้าโลกวิชัย ผู้เป็นพระบรมโพธิสัตว์

ยังกิญจิ กุสะลัง กัมมัง      กัตตัพพัง กิริยัง มะมะ
กาเยนะ วาจามะนะสา      ติทะเส สุคะตัง กะตัง
เย สัตตา สัญญิโน อัตถิ   เยจะ สัตตา    อะสัญญิโน
กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง   สัพเพ ภาคี    ภะวันตุ  เต
เย ตัง กะตัง สุวิทิตัง      ทินนัง ปุญญะผะลัง มะยา
เย จะ ตัตถะ นะ ชานันติ   เทวา คันตวา    นิเวทะยุง
สัพเพ โลกัมหิ เย  สัตตา   ชีวันตาระเหตุกา
มะนุญญัง โภชะนัง สัพเพ   ละภันตุ มะมะ เจตะสาติฯ
   กุศลกรรมอย่าง ใดอย่างหนึ่งเป็นกิจที่ควรฝักใฝ่ ด้วยกาย วาจา ใจ เราทำแล้วเพื่อไปสวรรค์ สัตว์ใดมีสัญญา หรือไม่มีสัญญา ผลบุญที่ข้าฯทำนั้นทุกๆสัตว์ จงมีส่วน สัตว์ใดรู้ก็เป็นอันว่าข้าฯให้ แล้วตามควร สัตว์ใดมิรู้ถ้วน ขอเทพเจ้าจงไปบอกปวงสัตว์ ในโลกีย์ มีชีวิตด้วยอาหาร จงได้โภชนะสำราญ ตามเจตนา ของข้าฯเทอญ ฯ    





6.วิธีแจ้งพระกรรมฐาน
(รูปกรรมฐาน สอบนิมิต อรูปกรรมฐาน สอบอารมณ์)


      เมื่อจะไป แจ้งพระกรรมฐาน หรือไปสอบอารมณ์นั้น  พระภิกษุให้ห่มผ้าเรียบร้อย ไปพร้อมดอกไม้ธูปเทียน กราบพระพุทธรูปก่อนแล้ว จึงกราบพระอาจารย์ผู้บอกพระกรรมฐาน ถวายดอกไม้ให้พระอาจารย์ด้วย แล้วจึง แจ้งอารมณ์พระกรรมฐาน กับพระอาจารย์(ถ้าเป็นฆราวาสก็เพียงแต่ติดต่อไปยังพระอาจารย์วีระ หรือ
หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023;หรือแจ้งทาง e-mail : weera2548@yahoo.co.th
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023)

รูปพระอาจารย์กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่ท่านควรรู้จักครับ








สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, metha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 2 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2012, 03:06:22 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #94 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 09:22:40 AM »



สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

k.sugarcane, settha, ปาฏิหาริย์, metha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 4 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #95 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2012, 07:40:49 AM »






เนื่องจากในช่วงวันวิสาขบูชาที่ 2-4มิถุนายน 2555 นี้ทางคณะ 5วัดราชสิทธารามจะมีการจัดไหว้ครูประจำปี  มีการปฎิบัติธรรมในแนวทางพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (วันวิสาขบูชามีแจกเหรียญพระพุทธมัชฌิมามุนีที่เสกแบบพิเศษอีกด้วยนะครับ)

อีกทั้งปี 2555นี้ เป็นปีฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าอีกด้วย

ดังนั้นทางคณะ 5วัดราชสิทธาราม  จึงอยากขอเชิญชวนท่านผู้มีจิตศรัทธารวมทั้งพ่อครัวแม่ครัวทั้งหลายมาร่วมกัน
ออกบูธ ร้านอาหาร เป็นทานเนื่องในวันวิสาขบูชา  

(เฉลิมฉลองพุทธชยันตี2600ปีอีกด้วยครับ)

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]
weera2548@yahoo.co.th
คณะ 5วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพฯ



 

งานนี้เป็นงานสำคัญมากๆเลยนะครับ อยากให้ท่านที่มีกำลังมาร่วมกันออกร้านในการจัดไหว้ครูประจำปี ในแนวทางพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ เพื่อสืบทอดกรรมฐานหลักนี้ต่อไป

หลายๆท่านอาจถามว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ สำคัญอย่างไร ผมก็สามารถบอกแบบรวบยอดได้ว่า

1.พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญมากขนาดที่ว่า ล้นเกล้ารัชกาลที่1 เพียรไปกราบนมัสการนิมนต์ พระสังฆราชสุกไก่เถื่อนหลายครั้งหลายคราด้วยกันเพื่อกราบนิมนต์ หลวงปู่สุกไก่เถื่อน มาช่วยฟื้นฟูพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ให้อยู่คู่ประเทศไทยและอยู่คู่กรุงรัตนโกสินทร์ต่อไป  เพราะว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเป็นกรรมฐานหลักที่มีการฝึกฝนมาช้านานในไทยตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา เป็นเมืองหลวงแล้ว

อีกทั้ง พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


..........เช่นนี้ ...ท่านว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญไหมครับ






2. ***ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)




ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย



เมื่อท่านรู้ความเป็นมาเช่นนี้แล้ว ...ท่านว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญไหมครับ?





3.
อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วนะครับว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

  

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

 ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ
อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม

     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท

     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร

     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.

     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่

ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ





เมื่อท่านรู้ความเป็นมาเช่นนี้แล้ว เช่นนี้แล้ว ...ท่านว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญไหมครับ?




=====================================



“งานฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า”
นับเป็นเวลากว่า ๒๖๐๐ ปี ที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาแห่งศาสนาพุทธ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งคำสอนของพระพุทธศาสนา การฉลองพุทธชยันตีฯ ถูกกำหนดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ วันแห่งการตรัสรู้ ซึ่งต่อมาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล นั่นคือ วันวิสาขบูชา และในฐานะที่ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลาง  พุทธศาสนาโลก รัฐบาลไทยจึงได้ประกาศให้ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองพุทธชยันตีฯ อย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี โดยเริ่มต้นกิจกรรมเฉลิมฉลองนับจากวันมาฆบูชาต่อเนื่องจนถึงวาระครบรอบ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒๖๐๐ ปี โดยการเฉลิมฉลองให้เน้นเรื่องการปฏิบัติบูชา ด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับชาติ ให้ประชาชนได้ปฏิบัติตนตามวิถีชาวพุทธอย่างแท้จริง อันจะทำให้เกิดความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างยั่งยืน

ชัยชนะและอิสรภาพ คือความหมายแห่ง พุทธชยันตี โดยรากศัพท์ คำว่า พุทธชยันตี มาจากคำ ๒ คำ คือ พุทธ แปลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับคำว่า ชยันตี มาจากคำว่า ชย แปลว่า ชัยชนะ ซึ่งเมื่อนำคำทั้ง ๒ คำ มารวมกัน ก็ได้รูปคำใหม่ว่า พุทธชยันตี อันหมายถึง ชัยชนะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง เพราะพระองค์ทรงตรัสรู้ในวันวิสาขบูชา เมื่อ ๒๖๐๐ ปี ล่วงมาแล้ว ทำให้พระนามว่า สัมมาสัมพุทธ ปรากฏขึ้นในโลก เป็นจุดเริ่มต้นแห่งคำสอนของพระพุทธศาสนา อันเกิดจากปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ทำให้พุทธศาสนิกชนได้มีพระธรรมเป็นหลักแห่งการดำเนินชีวิต

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

settha, ปาฏิหาริย์, toppdt, knight

หัวข้อกระทู้นี้, มี 4 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2012, 08:33:44 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #96 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2012, 11:00:17 PM »



ใกล้วันเวลาแล้วครับ  ถ้าท่านใดมีกำลังและสนใจ
ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง] เลยนะครับ
weera2548@yahoo.co.th
คณะ 5วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพฯ







เนื่องจากในช่วงวันวิสาขบูชาที่ 2-4มิถุนายน 2555 นี้ทางคณะ 5วัดราชสิทธารามจะมีการจัดไหว้ครูประจำปี  มีการปฎิบัติธรรมในแนวทางพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ (วันวิสาขบูชามีแจกเหรียญพระพุทธมัชฌิมามุนีที่เสกแบบพิเศษอีกด้วยนะครับ)

อีกทั้งปี 2555นี้ เป็นปีฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าอีกด้วย

ดังนั้นทางคณะ 5วัดราชสิทธาราม  จึงอยากขอเชิญชวนท่านผู้มีจิตศรัทธารวมทั้งพ่อครัวแม่ครัวทั้งหลายมาร่วมกัน
ออกบูธ ร้านอาหาร เป็นทานเนื่องในวันวิสาขบูชา  

(เฉลิมฉลองพุทธชยันตี2600ปีอีกด้วยครับ)

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]
weera2548@yahoo.co.th
คณะ 5วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพฯ



 

งานนี้เป็นงานสำคัญมากๆเลยนะครับ อยากให้ท่านที่มีกำลังมาร่วมกันออกร้านในการจัดไหว้ครูประจำปี ในแนวทางพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ เพื่อสืบทอดกรรมฐานหลักนี้ต่อไป

หลายๆท่านอาจถามว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ สำคัญอย่างไร ผมก็สามารถบอกแบบรวบยอดได้ว่า

1.พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญมากขนาดที่ว่า ล้นเกล้ารัชกาลที่1 เพียรไปกราบนมัสการนิมนต์ พระสังฆราชสุกไก่เถื่อนหลายครั้งหลายคราด้วยกันเพื่อกราบนิมนต์ หลวงปู่สุกไก่เถื่อน มาช่วยฟื้นฟูพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ให้อยู่คู่ประเทศไทยและอยู่คู่กรุงรัตนโกสินทร์ต่อไป  เพราะว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเป็นกรรมฐานหลักที่มีการฝึกฝนมาช้านานในไทยตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา เป็นเมืองหลวงแล้ว

อีกทั้ง พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


..........เช่นนี้ ...ท่านว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญไหมครับ






2. ***ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)




ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย



เมื่อท่านรู้ความเป็นมาเช่นนี้แล้ว ...ท่านว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญไหมครับ?





3.
อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วนะครับว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

  

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

 ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ
อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม

     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท

     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร

     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.

     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่

ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ





เมื่อท่านรู้ความเป็นมาเช่นนี้แล้ว เช่นนี้แล้ว ...ท่านว่าพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำคัญไหมครับ?




=====================================



“งานฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า”
นับเป็นเวลากว่า ๒๖๐๐ ปี ที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาแห่งศาสนาพุทธ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งคำสอนของพระพุทธศาสนา การฉลองพุทธชยันตีฯ ถูกกำหนดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ วันแห่งการตรัสรู้ ซึ่งต่อมาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล นั่นคือ วันวิสาขบูชา และในฐานะที่ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลาง  พุทธศาสนาโลก รัฐบาลไทยจึงได้ประกาศให้ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองพุทธชยันตีฯ อย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี โดยเริ่มต้นกิจกรรมเฉลิมฉลองนับจากวันมาฆบูชาต่อเนื่องจนถึงวาระครบรอบ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒๖๐๐ ปี โดยการเฉลิมฉลองให้เน้นเรื่องการปฏิบัติบูชา ด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับชาติ ให้ประชาชนได้ปฏิบัติตนตามวิถีชาวพุทธอย่างแท้จริง อันจะทำให้เกิดความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างยั่งยืน

ชัยชนะและอิสรภาพ คือความหมายแห่ง พุทธชยันตี โดยรากศัพท์ คำว่า พุทธชยันตี มาจากคำ ๒ คำ คือ พุทธ แปลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับคำว่า ชยันตี มาจากคำว่า ชย แปลว่า ชัยชนะ ซึ่งเมื่อนำคำทั้ง ๒ คำ มารวมกัน ก็ได้รูปคำใหม่ว่า พุทธชยันตี อันหมายถึง ชัยชนะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง เพราะพระองค์ทรงตรัสรู้ในวันวิสาขบูชา เมื่อ ๒๖๐๐ ปี ล่วงมาแล้ว ทำให้พระนามว่า สัมมาสัมพุทธ ปรากฏขึ้นในโลก เป็นจุดเริ่มต้นแห่งคำสอนของพระพุทธศาสนา อันเกิดจากปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ทำให้พุทธศาสนิกชนได้มีพระธรรมเป็นหลักแห่งการดำเนินชีวิต


สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, toppdt

หัวข้อกระทู้นี้, มี 2 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #97 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2012, 02:43:26 PM »

http://www.somdechsuk.org/node/260



ปฏิบัติธรรมแบบโบราณ วันวิสาขบูชา๒๕๕๕
พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม

เชิญปฏิบัติธรรม แบบโบราณ
พระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ
ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร มหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

วันวิสาขบูชาแจก"เหรียญพระพุทธมัชฌิมามุนี"  วันวิสาขบูชาแจก"เหรียญพระพุทธมัชฌิมามุนี"  วันวิสาขบูชาแจก"เหรียญพระพุทธมัชฌิมามุนี"

เชิญออกบูธ ร้านอาหาร เป็นทานเนื่องในวันวิสาขบูชา(พุทธชยันตี2600ปี)
ติดต่อที่ คณะ 5 วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร.084-651-7023


กำหนดการปฏิบัติธรรมวิสาขบูชา 55

    วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2555 ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 7
          เวลา 09.30-10.15 ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน
          เวลา 10.15-11.00 รับประทานอาหารกลางวันปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย
          เวลา 13.00-14.00 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ
          เวลา 14.00-16.30 นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม
          เวลา 16.30-17.00 ทำวัตรเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย


    วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 7
          เวลา 06.30- 07.00 ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา รับอาหารเช้า
          เวลา 11.00 – 13.00น. รับประทานอาหารกลางวันปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย
          เวลา 13.00-14.00 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ
          เวลา 14.00-16.30 เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม ทำธุระส่วนตัว
          เวลา 16.30-17.00 ทำวัตรเย็น ลาศีลกลับบ้าน


     วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2555 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 (วิสาขบูชา)
          เวลา 06.30- 07.00 ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา รับอาหารเช้า
          เวลา 09.30-10.00น. นักศึกษา สวดมนต์ขึ้นกรรมฐาน บอกกรรมฐาน
          เวลา 11.00 – 13.00น. รับประทานอาหารกลางวันปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย
          เวลา 13.00-14.00 ไหว้ครูกรรมฐาน ขึ้นกรรมฐานใหญ่ประจำปี 2555 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม
          พักดื่มน้ำปานะ นำนักศึกษาเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ
          เวลา 14.00-16.30 เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม ทำธุระส่วนตัว (พระภิกษุลงปาฎิโมกข์)
          เวลา 16.30-17.00 ญาติโยม ทำวัตรเย็น สวดธรรมจักร ภิกษุนั่งอธิฐานจิต
          เวลา 19.00น.-20.00น. ฟังเทศน์ เวียนเทียน



ที่มา http://www.somdechsuk.org/node/260
[/quote]

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, toppdt, Piticha, settha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 4 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #98 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2012, 10:49:13 AM »




แบบห้องน้ำสามห้อง สำหรับโยมผู้มาปฏิบัติธรรม






==============================
ร่วมบุญสร้างห้องน้ำสำหรับผู้มานั่งกรรมฐานที่คณะ5;วัดราชสิทธาราม


ในขณะนี้มีผู้สนใจมาขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คณะ5;วัดราชสิทธาราม มากมาย :พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) จึงได้มีดำริที่จะสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้อง
เื่พื่อรองรับญาติธรรมที่จะมาขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ   เพราะห้องน้ำเดิมนั้นสภาพเริ่มชำรุดและมีจำนวนและสถานะไม่พอที่จะรองรับผู้มาร่วมปฎิบัติธรรม



ดังนั้นจึงขอเชิญชวนญาติธรรมผู้สนใจะสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้องเื่พื่อรองรับญาติธรรมที่จะมาขึ้นกรรมฐานถวายวัดร่วมกันได้ครับโดย

โอนเงินไปที่ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาโพธ์สามต้น บัญชีเลขที่ 067-2-83847-9 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี พระวีระ สุขมีทรัพย์(ร่วมสร้างห้องน้ำ3ห้อง)

ท่านที่ต้องการร่วมบุญสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้องกรุณา โอนเงินโดยปิดการลงท้ายจำนวนด้วยเลข .59 สตางค์ในทุกครั้งที่โอนด้วยนะครับ
ตัวอย่างเช่น  ท่านต้องการโอน100 บาทก็โอนด้วยจำนวน 100.59 เป็นต้นครับ
(สาเหตุที่ต้องกำหนดเช่นนี้เพราะเพื่อที่หลวงพ่อจะได้ทราบในเจตนาการโอนครั้งนี้ว่าเป็นไปเพื่อการร่วมบุญสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้องครับผม)



อานิสงส์พิเศษของการสร้างห้องน้ำถวายวัด

คือจะทำให้เป็นผู้มีโรคน้อย


ลักษณะนี้ลักษณะเดียวกับพระพากุละเถระ พระพากุละเถระประวัติท่านพิสดารมาก ท่านบวชเป็นพระแล้วเป็นเอตทัคคะ คือ เป็นผู้ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในด้านเป็นผู้ที่มีโรคน้อย ปกติแล้วพระต้องฉันเภสัชรักษาโรคอยู่เสมอ พระพากุละเถระนี่ในชีวิตแม้แต่สมอชิ้นเดียวก็ไม่เคยฉัน

credit :เว็บวัดท่าขนุน;อาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ ตอบปัญหาธรรม
และ
การสร้างส้วมเป็นเหตุให้บรรเทาทุกข์ ทำให้เขามีความสุข ถ้าเราทำให้เขามีความสุข เราก็มีความสุข credit :หลวงพ่อฤาษี



ประวัติพระพากุลเถระ

เอตทัคคมหาสาวกผู้มีอาพาธน้อย

http://www.dharma-gateway.com/monk/great_monk/pra-pakoola.htm
 


ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]
weera2548@yahoo.co.th

===========

แบบห้องน้ำสามห้อง สำหรับโยมผู้มาปฏิบัติธรรม


===========


อานิสงส์สร้างห้องน้ำวัดโดยหลวงพ่อฤาษี

หลวงพ่อ    แต่ว่าที่ส้วมนี่อย่าลืมว่าเป็นที่ถ่ายทุกข์ ทุกข์แบบนี้ไม่บรรเทาแก่ใครเลยนะ เคยสังเกตหรือเปล่า.. พอรถจอดปั๊บแทนที่เขาจะถาม เขาไม่ค่อยถาม เขาถามว่า “ส้วมอยู่ที่ไหน” ใช่ไหม..
ผู้ถาม    อย่างนี้สร้างส้วมเลยดีกว่า จะได้มีเสน่ห์มาก ๆ
หลวงพ่อ    

ดีมาก เพราะการสร้างส้วมเป็นเหตุให้บรรเทาทุกข์ ทำให้เขามีความสุข ถ้าเราทำให้เขามีความสุข เราก็มีความสุข ถ้าเราทำให้เขาเดือดร้อน เราก็เดือดร้อน
“ปูชา ละภะเต ปูชัง วันทนัง ปฏิวันทนัง”
“ผู้บูชาย่อมได้รับการบูชาตอบ ผู้ไหว้ย่อมได้รับการไหว้ตอบ”

ถ้าเราอยากถูกด่าก็ไม่ยาก เจอะหน้าใครด่า เดี๋ยวก็ได้ด่าตอบ ใช่ไหม ..ฉะนั้นถ้าเรา สร้างส้วมให้เขามีความสุข ตายแล้วเกิดไปเป็นเทวดาหรือพรหมก็ได้รับความสุข คือไม่ต้องปวดอุจจาระปัสสาวะ เพราะได้รับผลของความสุขไงล่ะ
ผู้ถาม    มีคนพูดว่าถ้าเราได้ทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมที่วัดจะทำให้การฝึกมโนมยิทธิก็ดี ฝึกแบบเต็มกำลังก็ดี ได้ผลแบบเต็มที่ อันนี้อยากจะเรียนถามหลวงพ่อว่า จะเป็นไปได้ไหมเจ้าคะ.?
หลวงพ่อ    เป็นได้ซิ ถ้าเป็นก็ไปได้ จะทำไม นั่นบุญใหญ่ ส้วมนี่ทุกข์อะไรมันหนักเท่า ทุกข์เข้าส้วม นี่จริง ๆ นะเป็นบุญใหญ่มาก และประการที่ ๒ ล้างส้วมล้างห้องน้ำ ในจิตใจก็ล้างไปด้วย คิดไปด้วยว่า ไอ้สิ่งสกปรกนั้นมันมาจากร่างกายคน ร่างกาย คนมันสกปรกแบบนี้ใช่ไหม.. ร่างกายเลว ๆ แบบนี้ไม่ต้องการมันอีก ถ้าใช้อารมณ์ อย่างนี้เรื่อย ๆ นะ แม้แต่ครั้งเดียวล้าง ๑๐ ห้อง ถ้าคิดห้องเดียวก็ได้แล้ว”
เรื่องของห้องส้วม ท่านได้สร้างไว้แล้วก็ดี หรือท่านที่ได้ทำความสะอาดแล้วก็ดี คงจะปลื้มใจในผลบุญที่ทำไปแล้ว
=====================

credit :เว็บวัดท่าขนุน;อาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ ตอบปัญหาธรรม

ถาม : ตั้งใจไว้ว่าที่ไหนบูรณะห้องน้ำจะทำบุญ
ตอบ : ลักษณะนี้ลักษณะเดียวกับพระพากุละเถระ พระพากุละเถระประวัติท่านพิสดารมาก ท่านบวชเป็นพระแล้วเป็นเอตทัคคะ คือ เป็นผู้ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในด้านเป็นผู้ที่มีโรคน้อย ปกติแล้วพระต้องฉันเภสัชรักษาโรคอยู่เสมอ พระพากุละเถระนี่ในชีวิตแม้แต่สมอชิ้นเดียวก็ไม่เคยฉัน

ตอนที่ท่านเกิด พอเกิดมาปุ๊บตัดสายสะดือเสร็จ พี่เลี้ยงอุ้มลงไปล้างตัวที่ท่าน้ำ ปลาใหญ่มันฮุบตูมเดียวเอาไปเลย ปรากฏว่าปลาใหญ่ตัวนั้นว่ายข้ามเมืองไปอีกเมืองหนึ่งไปติดข่ายเขา พ่อค้าเขาก็เอามาขายในตลาด คนใช้เศรษฐีของเมืองนั้นเจอเข้า เลยซื้อปลาไปมันอ้วนดี พอเอาไปทำอาหาร ผ่าท้องปลาออกมา เด็กชายพากุละยังดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่เลย ไม่เป็นอะไร บุญรักษาอยู่ได้

พอดีเหลือเกินว่าเศรษฐีนั่น เขาพยายามอย่างไรก็ไม่มีลูก พอเห็นเด็ก โอ๊ย...สวรรค์ประทานให้ ดีอกดีใจทั้งผัวทั้งเมีย อุ้มชูเลี้ยงดูมาแบบประเภทรักยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ เรื่องมันก็ลือออกไปสิว่า เศรษฐีนี่ได้ลูกจากท้องปลา ทางด้านโน้นได้ยิน ลูกกูนี่หว่า...(หัวเราะ)... ก็ตามไปทวง เขาก็ไม่ให้ ก็เขาได้มาเอง

เรื่องเลยไปถึงพระราชาท่านต้องมาตัดสินให้ว่า ให้อยู่ทางบ้านนี้ ๓ เดือน แล้วไปอยู่บ้านนี้ ๓ เดือน ท่านก็เลยได้ชื่อว่า พากุละ คือจากตระกูลสู่ตระกูล กลับกันไปกลับกันมาผลัดกันเลี้ยงคนละ ๓ เดือน เป็นลูก ๒ ครอบครัว

พอโตขึ้นมาหน่อยก็ได้บวช บวชเสร็จเป็นพระอรหันต์ผู้ที่เลิศในทางเป็นผู้ที่มีอาพาธน้อย คือ ป่วยน้อย พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุรพกรรมที่ทำให้ป่วยน้อยเพราะว่า ในอดีตเคยสร้างเว็จกุฎี คือ ส้วมถวายพระ เพราะฉะนั้นพวกเรานี่ ประเภทชอบสร้างส้วมนี่ พวกเดียวกับพระพากุละ ทำให้คนอื่นหมดทุกข์ ตัวเองก็เลยทุกข์น้อยไปด้วย ก็ขนาดสมอสักชิ้นหนึ่ง ฉันเพื่อรักษาโรคยังไม่เคยเลย ความจริงมันน่าจะไม่หิวด้วยนะ


สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ วันเสาร์ที่ ๓๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓


=============================================
อานิสงส์สร้างเวจกุฏี (ห้องน้ำ)






ใจความว่า พระศาสดาได้เสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร
แห่งกรุงสาวัตถี มีมาณพคนหนึ่งเป็นช่างทองทำการขายทองรูปพรรณ
อยู่ในกรุงสาวัตถีนั้น จนมั่งมีโภคทรัพย์สมบัติมาก

อยู่มาวันหนึ่งมาณพนั้นมาคิดว่า เราค้าขายทองก็มีความเจริญ
รุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ ทรัพย์ที่หามาได้โดยยาก ก็ไม่อยากจะให้สูญหายไป
โดยเร็ว ตริตรองหาวิธีที่จะเก็บทรัพย์ให้ได้อยู่นาน ก็ไม่พบวิธีที่จะป้องกัน
ความเสื่อมเสียของทรัพย์ได้ เพราะว่าทรัพย์เป็นของกลางเป็นเครื่องอาศัย
ของคนทุกคน สุดแล้วแต่ใครจะขยันหมั่นเพียรหามาได้เท่านั้น ถึงแม้
จะหามาได้มากก็ดี ถ้าขาดปัญญาเป็นเครื่องรักษาทรัพย์แล้วทรัพย์นั้น
ก็ไม่คงทนอยู่ได้ แม้จะอยู่ได้ตลอดไปตนเองก็มีชีวิตยืนนานที่จะบริโภค


ต่อไปไม่ได้เพราะความตายย่อมมาพรากตนให้หนีไปเสียจาก
ทรัพย์เมื่อสิ้นชีพแล้วทรัพย์เหล่านั้น ก็ไม่ติดตามตนไปปล่อยไว้ให้คนอื่น
เขาใช้สอยอย่างสบาย เห็นมีอยู่แต่อย่างเดียวเท่านั้น ที่จะติดตามตัวไป

ในอนาคต คือฝังทรัพย์ไว้ในพุทธศาสนาเมื่อคิดเช่นนี้แล้วก็คิดดูว่า
จะทำอะไร สิ่งอื่น ๆ ก็มีผู้ทำไว้หมดแล้ว ก็เห็นแต่เวจกุฎีเท่านั้นที่ยังไม่มี
ใครทำเลย


เมื่อคิดเช่นนี้แล้วจึงได้สร้างขึ้นเมื่อสำเร็จแล้วยังได้สร้างโรงไฟ
แลที่สำหรับอาบน้ำอีกด้วย เมื่อเสร็จสรรพดีแล้ว ก็ทำการฉลองอย่าง
มโหฬารและมอบถวายแก่ ภิกษุสงฆ์ มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ
เป็นประธานแล้วตั้งปฏิธานความปรารถนาว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ
เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ถึงพระนิพพานตราบใด ขึ้นชื่อว่าความทุกข์อันเกิด
แต่โรคต่าง ๆ อย่าได้มาแผ้วพานต่อข้าพเจ้าเลย


 อิมินาทาเนน
ด้วยอำนาจผลทานนี้พระสารีบุตรก็อนุโมทนาว่า ขอให้ความ
ปรารถนาจงเป็นผลสำเร็จเถิดมาณพนั้นเป็นผู้ไม่ประมาทผลทาน
ให้สมาทานศีลครั้นทำกาลกิริยาตายไปแล้วไปเกิดบนสวรรค์เทวโลก
มีสมบัติวิมานทอง มีเทพอัปสรเป็นยศบริวาร อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้ง
หลายนั่งสนทนา ถึงมาณพผู้นั้นอยู่พระศาสดาเสด็จมาถึงในที่นั้น
แล้วตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร



ภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบ พระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา
แก่ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย นรชนทั้งหลายเกิดมา
ได้พบพระพุทธเจ้าและในขณะที่พุทธศาสนายังประดิษฐานอยู่
จะเป็นผู้เศร้าโศกในอบายภูมิ เป็นจำนวนมากมาณพที่เป็นช่างทองนี้
ได้พบทั้งสองประการแล้วไม่เป็นผู้ประมาท ได้สร้างเวจกุฎีถวายบูชา
พระรัตนตรัยด้วยศรัทธาเลื่อมใส ได้เสวยสุขในสุคติโกลสวรรค์
และเป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพา



น แม้ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้า
ทรงพระนามว่าตัณหังกร เราตถาคตก็เคยสร้างเวจกุฎี และที่สำหรับอาบ
แก่พระภิกษุสามเณรได้ตั้งสัตยธิษฐานว่า ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นพระ
พุทธเจ้า พระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาล


ด้วยผลแห่งอานิงส์
ที่ข้าพระองค์ได้สร้างเวจกุฎีให้เป็นสาธารณะทานนี้ ตถาคตครั้นทำลาย
ขันธ์แล้วก็ไปบังเกิดสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติอยู่ชั้นดุสิตครั้นจุติจาก
ชาตินั้นแล้ว ได้ท่องเที่ยงอยู่สังสารวัฎฎ์จนบารมีเต็มเปี่ยมแล้วจึงตรัส
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือตถาคตนี้เอง ก็สมดังคำปรารถนาในครา
กาลครั้งโน้นทุกประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนาจบลงแล้วชนทั้งหลาย
เป็นอันมากได้ดวงตาเห็นธรรม ต่างก็รื่นเริงบันเทิงใจในเวจกุฎี
เป็นยิ่งนัก





from
http://www.84000.org/anisong/11.html

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, toppdt, settha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 3 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2012, 11:02:29 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #99 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2012, 10:56:23 AM »

รวมภาพพระพุทธมัชฌิมามุนี+พระมณฑป+หลังคาที่ ญาติธรรมทั้งหลายได้ร่วมกันสร้างครับ

สวัสดีครับทุกท่าน

อย่างที่หลายๆท่านรู้กันนะครับว่าช่วงหลังๆผมได้ ประชาสัมพันธ์งานของวัดพลับเยอะมากๆ ซึ่งมีหลายงานที่ได้สร้างสำเร็จแล้ว จึงได้ประมวลภาพงานที่เสร็จแล้วรวมทั้งความเป็นมาบางส่วนให้ได้ดูกันครับขอทุกท่านอนุโมทนาร่วมกันเถิดครับ เพราะงานทั้งหลายทั้งสร้างพระพุทธรูปและวิหารทานนั้นเป็นบุญใหญ่จริงๆครับ

   
รูปพระพุทธมัชฌิมามุนีประดิษฐานบุษบกที่คณะ๕วัดพลับเรียบร้อย

ภาพพระพุทธมัชฌิมามุนี ประดิษฐานบนบุษบก ที่ คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม
























แนะนำ!!! บุญพิเศษที่ยังอานิสงส์ให้ผู้ที่ร่วมบุญมีความก้าวหน้าทางธรรม และในการปฎิบัติกรรมฐานในพระพุทธศาสนา

 


ในวันที่29 มกราคม 2555 ที่ผ่านมานี้ทางวัดราชสิทธารามคณะ5  ได้มีการจัดการหล่อพระพุทธมัชฌิมามุนี พระประจำกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ขนาด 30 นิ้ว 4 องค์ เรียบร้อยแล้ว



แต่ทว่าทางพระอาจารย์วีระ (หลวงพ่อจิ๋ว ) ยังเมตตาเปิดโอกาสให้ท่านสาธุชนที่อยากร่วมบุญหล่อพระครั้งนี้ สามารถร่วมบุญได้ถึง ประมาณวันที่ 15 กุมพาพันธ์ 2555นะครับ ที่ยังสามารถร่วมบุญได้ เพราะว่า ทางคณะ5 จะยังไม่ได้ชำระเงินให้กับทางช่างจนกว่าคณะช่างจะนำพระพุทธรูปมาถวายที่วัดราชสิทธาราม(คณะ5)ครับผม



ร่วมบุญหล่อพระโอนเงินไปที่ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาโพธ์สามต้น บัญชีเลขที่ 067-2-83847-9 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี พระวีระ สุขมีทรัพย์(ร่วมหล่อพระมัชฌิมา)

ท่านที่ต้องการร่วมหล่อพระกรุณา โอนเงินโดยปิดการลงท้ายจำนวนด้วยเลข .10 สตางค์ในทุกครั้งที่โอนด้วยนะครับ
ตัวอย่างเช่น  ท่านต้องการโอน200 บาทก็โอนด้วยจำนวน 200.10 เป็นต้นครับ
(สาเหตุที่ต้องกำหนดเช่นนี้เพราะเพื่อที่หลวงพ่อจะได้ทราบในเจตนาการโอนครั้งนี้ว่าเป็นไปเพื่อการร่วมหล่อพระครับผม) สาธุๆๆๆ



เชิญชมวีดีโอพิธีการหล่อพระเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมาได้ตามวีดีโอด้านล่างครับ

<a href="http://www.youtube.com/v/2-h-4Bf0JnE&amp;feature=player_embedded" target="_blank">http://www.youtube.com/v/2-h-4Bf0JnE&amp;feature=player_embedded</a>





พระพุทธมัชฌิมามุนีขนาด 30 นิ้ว


เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายสมเด็จพระสังฆราช(สุก ไก่ เถื่อน) เนื่องในการสืบทอดกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ให้มั่นคงถาวร สืบต่อไป

(การหล่อในครั้งนี้ประจวบเข้ากับปีพุทธชยันตีในปี 2555 ;ซึ่งมีความเชื่อว่าพุทธศาสนาครบ 2,600ปีด้วยครับซึ่งจะเป็นศิริมงคลในการหล่อพระครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง)

การสร้างครั้งนี้ผู้ที่เป็นประธานฝ่ายสงฆ์คือหลวงพ่อจิ๋ว

;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง; โทร. 084-651-7023]

รายละเอียดของสถานที่การมาขึ้นรถ
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023
รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด



======================================================


ความพิเศษของการสร้าง พระพุทธมัชฌิมามุนีขนาด 30 นิ้วในครั้งนี้คือ
1.เป็นครั้งแรกในยุครัตนโกสินทร์ที่จะมีการสร้างพระพุทธมัชฌิมามุนีซึ่งเป็นพระประจำกรรมฐานมัชณิมาแบบลำดับขนาด เท่าตัวคน
2.เป็นการสร้างเพื่อสืบทอดกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่ยุคพุทธกาลให้คงอยู่ต่อไป
3.อานิสงส์ในการหล่อพระพุทธรูปนั้นมีมากอยู่แล้วแต่ว่า การหล่อ พระพุทธมัชฌิมามุนีนั้นมีความพิเศษพิสดารมากกว่านั้นคือยังอานิสงส์ให้ผู้ที่ร่วมหล่อมีความก้าวหน้าทางธรรม และในการปฎิบัติกรรมฐานในพระพุทธศาสนาอย่างเป็นพิเศษเพราะ พระพุทธมัชฌิมามุนี นั้นเป็นปางพระพุทธเจ้านั่งกรรมฐานบนฐาน ดอกบัวซึ่งหมายถึงปัญญาสู่การหลุดพ้น

ผู้ที่ใส่ใจในการปฎิบัติธรรม และผู้ที่ต้องการมีความก้าวหน้าในการปฎิบัติกรรมฐานไม่ควรพลาดบุญพิเศษครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งครับ


ร่วมทำบุญหล่อพระ online โดยโอนเงินไปที่ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาโพธ์สามต้น บัญชีเลขที่  067-2-83847-9  บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี พระวีระ สุขมีทรัพย์(ร่วมหล่อพระมัชฌิมา)


[/color]
[/size]

=================================================================
รูปบางส่วนในวันงานหล่อพระ ;29 มกราคมที่ผ่านมา

ประธานงานหล่อพระพุทธมัชฌิมามุนี

-มล.ปกิต มาลากุล ผู้อำนวยการกองพระราชพิธีสำนักพระราชวัง
-ศ.นพ.นิธิ มหานนท์  สถาบันหัวใจ เพอร์เฟคฮาร์ท โรงพยาบาลปิยะเวท



1.รูปประธานในพิธีครับ

2.ญาติโยมมาร่วมงานประมาณ๓๐๐เศษ

3.โต๊ะบูชาครูบวงสรวงเทวดา


4. รูปพิธีกรในงาน และด้านขวาคือพระอาจารย์วีระ(หลวงพ่อจิ๋ว);เจ้าคณะ5ครับ


5.รูปโต็ะบวงสรวงในพิธี




6.เบ้าหลอม พระมัชณิมามุนีรวมทั้งหมด4องค์ครับ(อีกองค์หนึ่งที่เพิ่มมาเป็นของทางช่างครับเพราะทางคณะช่างเห็นแล้วเกิดศรัทธาจึงขอร่วมหล่อด้วยอีกองค์นึงแล้วขอไว้บูชา)
=================================================================

อานิสงส์การสร้างพระพุทธมัชฌิมามุนี

 การจัดสร้างพระพุทธมัชฌิมามุนี ได้อานิสงส์กุศลดังนี้

  1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน  จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ

  2.  ได้สืบต่อพระพุทธศาสนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง  สรรพภยันตรายสลาย

  3.เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อนเมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้ว  ก็จะเลิกเว้นการจองเวร

  4.  เจริญกรรมฐานได้รวดเร็ว เหล่านิวรณ์ธรรม ยักษ์ผีรากษส  งูพิษ เสือร้าย  ไม่อาจเป็นภัย

  5.  จิตใจสงบ ปวงภัยไม่เกิด ฝันร้ายไม่มี ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล

  6.มั่นคงในคุณธรรมความอุดมสมบูรณ์ปรากฎเกินความคาดฝันครอบครัวสุขสันต์

     วาสนายั่งยืน

  7.  คำกล่าวเป็นสัตย์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหาย เทพยดา ยินดีปรีดา

  8.  คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี  ความทุกข์หายเข็ญ สตรีจะได้เกิดเป็นชาย

  9.  พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาเลิศล้ำ บุญกุศลเรืองรอง

 10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็น  เป็นเนื้อนาบุญอย่างอเนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิด  จะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้า  ปัญญาในธรรมแก่กล้า  สามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ พระกรรมฐานเจริญรุ่งเรือง ตลอด 5,000 ปี

 นิพพานปัจโยโหนตุ

================================================================

ท่านที่สนใจร่วมทำบุญหล่อพระแต่ยังไม่ได้โอนสามารถร่วมบุญได้ถึง ประมาณวันที่ 15 กุมพาพันธ์ 2555นะครับ
ร่วมบุญหล่อพระโอนเงินไปที่ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาโพธ์สามต้น บัญชีเลขที่ 067-2-83847-9 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี พระวีระ สุขมีทรัพย์(ร่วมหล่อพระมัชฌิมา)

ท่านที่ต้องการร่วมหล่อพระกรุณา โอนเงินโดยปิดการลงท้ายจำนวนด้วยเลข .10 สตางค์ในทุกครั้งที่โอนด้วยนะครับ
ตัวอย่างเช่น  ท่านต้องการโอน200 บาทก็โอนด้วยจำนวน 200.10 เป็นต้นครับ
(สาเหตุที่ต้องกำหนดเช่นนี้เพราะเพื่อที่หลวงพ่อจะได้ทราบในเจตนาการโอนครั้งนี้ว่าเป็นไปเพื่อการร่วมหล่อพระครับผม) สาธุๆๆๆ



credit: ข้อมูลจาก

http://www.somdechsuk.org/node/199[/size]

====================
รูปตัวอย่างบุษบกที่จะนำมาประดิษฐานพระมัชฌิมามุนี(คือไม่ใช่ลักษณะนี้100%นะครับแต่ลักษณะจะเป็นรูปลักษณ์คล้ายๆนี้)











สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, toppdt, settha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 3 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2012, 11:05:09 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #100 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2012, 10:59:37 AM »

ต่อนะครับ งานส่วนหลังคาครับ  ขอทุกท่านอนุโมทนาร่วมกันเถิดครับ เพราะงานทั้งหลายทั้งสร้างพระพุทธรูปและวิหารทานนั้นเป็นบุญใหญ่จริงๆครับ




รูปศาลาครอบมณฑปพระพุทธมัชฌิมามุนี สร้างเสร็จแล้ว







ความเป็นมาของงาน
   
ร่วมบุญเปลี่ยนหลังคาอาคารกรรมฐานเป็นวิหารทานป้องกันภัยให้ตนเอง
รูปพระราหุลมหาเถระเจ้าบูรพาจารย์ผู้รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าจนเกิดการปฎิบัติกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ




รูปหลวงปู่ พระสังฆราชสุก บูรพาจารย์กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับยุครัตนโกสินทร์





=================
ร่วมบุญเปลี่ยนหลังคาอาคารกรรมฐานเป็นวิหารทานป้องกันภัยให้ตนเอง

สวัสดีครับทุกท่าน

ในขณะนี้พระอาจารย์วีระ หรือพระครูสิทธิสังวร เจ้าคณะ5 วัดราชสิทธาราม(พระอาจารย์ผู้สืบทอดกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับยุคนี้)
มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนหลังคาอาคารกรรมฐานหลักที่คณะ5 ด้วยหลังคาเดิมนั้นค่อนข้างเก่าแล้ว

และด้วยเหตุที่ว่าทางคณะ5 วัดราชสิทธาราม ได้จัดสร้างพระพุทธมัชฌิมามุนีพระประจำกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับและเตรียมที่จะอาราธนาท่านเข้าสู่พระมณฑปให้สมพระเกียรติ  แต่พระมณฑป นั้นความสูงไล่เลี่ยกับหลังคาเดิมที่มีอยู่  ดังนั้นด้วยเหตุปัจจัยที่จำเป็นพระอาจารย์วีระจึงมีดำริที่จะสร้างหลังคาใหม่ครับ

หลังคาใหม่นี้จะออกแบบอย่างดีและทำด้วยวัสดุกันความร้อนเพื่อที่ญาติธรรมที่มาขึ้นกรรมฐาน ปฎิบัติภาวนาจะได้มีความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยครับส่วนงบประมาณที่จะใช้ตกอยู่ที่ราวๆ  200,000 บาทโดยประมาณครับ
==========
2รูปแรกเป็นหลังคา ณ. ขณะนี้ครับ ญาติธรรมจะสังเกตได้ว่าค่อนข้างเก่าทีเดียวและมีคานมากกีดขวางการอัญเชิญพระพุทธมัชฌิมามุนีเข้าสู่พระมณฑปครับ


1.


2.



สองรูปหลัง
เป็นหลังคาแบบที่ท่านอยากจะสร้างครับ   ความสูงของหลังคาจะสูงขึ้นมากวัสดุที่ใช้ก็กันความร้อนได้ดีครับเหมาะกับสภาพอากาศและจะสะดวกสบายสำหรับผู้มาปฎิบัติธรรมมากขึ้น



3.

4.


===========================================================



ในการร่วมสร้างหลังคาเป็นวิหารทานในพระพุทธศาสนาครั้งนี้พระอาจารย์วีระ (หลวงพ่อจิ๋ว ) ได้เมตตาเปิดโอกาสให้ท่านสาธุชนที่อยากร่วมบุญ สามารถร่วมบุญได้ถึง ประมาณวันที่ 30 เมษายน 2555 นะครับ



ร่วมบุญสร้างหลังคาเป็นวิหารทานในพระพุทธศาสนาโดยโอนเงินไปที่ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาโพธ์สามต้น บัญชีเลขที่ 067-2-83847-9 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี พระวีระ สุขมีทรัพย์(ร่วมสร้างหลังคาเป็นวิหารทานในพระพุทธศาสนา)

ท่านที่ต้องการร่วมบุญสร้างหลังคากรุณา โอนเงินโดยปิดการลงท้ายจำนวนด้วยเลข .99 สตางค์ในทุกครั้งที่โอนด้วยนะครับ
ตัวอย่างเช่น  ท่านต้องการโอน100 บาทก็โอนด้วยจำนวน 100.99 เป็นต้นครับ
(สาเหตุที่ต้องกำหนดเช่นนี้เพราะเพื่อที่หลวงพ่อจะได้ทราบในเจตนาการโอนครั้งนี้ว่าเป็นไปเพื่อการร่วมร่วมสร้างหลังคาเป็นวิหารทานครับผม)



===============
รูปพระพุทธมัชฌิมามุนีพระประจำกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่เตรียมจะอาราธนาท่านเข้าสู่พระมณฑป


===============
ความสำคัญและอานิสงค์ที่จะได้ในการร่วมบุญสร้างหลังคาเป็นวิหารทานครั้งนี้

1. หลังคาเปรียบเสมือนร่มคุ้มแดดค้มฝนท่านที่ได้ร่วมบุญนี้ก็จะได้อานิสงค์เช่นกันคือคุ้มครองท่านจากภัยทั้งหลาย และมีความสงบสุขร่มเย็นในชีวิต

2. หลังคาใหม่นี้จะออกแบบอย่างดีและทำด้วยวัสดุกันความร้อนเพื่อที่ญาติธรรมที่มาขึ้นกรรมฐาน ปฎิบัติภาวนาจะได้มีความสะดวกสบายมากขึ้นด้วย เมื่อผู้ที่มาขึ้นกรรมฐาน มาปฎิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรภาวนามีความสะดวกสบายภาวนาได้ดีอานิสงค์ที่ช่วยเหลือผู้ปฎิบัติธรรมนั้นย่อมถึงท่านอย่างแน่นอน

3.ได้บุญบารมีทางธรรมเพิ่ม เพราะอาคารหลังนี้เป็นอาคารหลักที่ใช้เมื่อมีผู้มาขอขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาฯและ มาปฎิบัติธรรมครับ

ส่วนอานิสงค์วิหารทาน
           วิหารทานคือการทำบุญถวายหรือร่วมสร้างเสนาสนะต่าง ๆ
           ถวายไว้เป็นสมบัติพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างพระอุโบสถ (โบสถ์)
           กุฏิ ศาลา วิหาร บุษบก หอฉัน หอระฆังเป็นต้น
          องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
          ทรงตรัสไว้ว่าการถวายวิหารทานมีอานิสงส์มาก
          โดยมีพุทธดำรัสตรัสเอาไว้ว่า
          "แม้ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑๐๐ ครั้ง
           ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าถวายสังฆทานครั้งเดียว"
         "แม้การถวายสังฆทาน ๑๐๐ ครั้ง ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการ
         ถวาย "วิหารทาน" ครั้งเดียว"
         การถวายวิหารทานยังมีอานิสงส์อีกมาก สุดจะพรรณา
        
      
 เชิญสมทบทุนบริจาคได้ที่ คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ ๒๓
        แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023
        หรือ โอนเข้าบัญชี ธ.กสิกรไทย สาขาโพธิ์สามต้น
        บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 067-2-83847-9 ในนามพระวีระ สุขมีทรัพย์
        จึงขออนุโมทนาในบุญกุศลในครั้งนี้ เจริญด้วยอายุ วรรณะ
       สุขะ พละ ธนสารสมบัติ จงทุกวันเทอญ
 

==========================================================================
ความสำคัญโดยย่อของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำหรับพระพุทธศาสนาในไทย


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22550#msg22550


ข่าวสารเกี่ยวกับพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คุณควรรู้



oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22489#msg22489

==========================================

   
ขั้นตอนการเริ่มนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22518#msg22518




สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, Piticha, toppdt, settha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 4 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2012, 11:01:04 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #101 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2012, 02:20:59 AM »


credit :http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=7822.msg28967;topicseen#msg28967



วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร



ภาพจากงาน วิสาขบูชาที่คณะ ๕ วัดพลับ ฉลองมณฑปประดิษฐานพระพุทธมัชฌิมามุนี สืบรักษาพระศาสนาพระกรรมฐาน ครับ!



ประธาน(คฤหัสถ์)จุดเทียนประกอบพิธีเริ่มกิจกรรมกันหละ ครับ!



เจ้าพิธีการพราหมณ์นำชุมนุมเทวดาว่ากันไปตามลำดับ ครับ!



พระสงฆ์ครูบาอาจารย์มีเท่าที่เห็น ใครมาบ้างคงทราบกันดี













เทียนเวียนพิธีแบบพราหมณ์ กระทำเพื่อเป็นสิริมงคลปัดเป่าเสนียดและแผ่เมตตาเอื้ออาทรแก่ผู้อื่น ครับ!

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

zabom, ปาฏิหาริย์, settha, Piticha, toppdt

หัวข้อกระทู้นี้, มี 5 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 07, 2012, 09:08:27 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #102 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2012, 02:22:22 AM »



วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร










แล้วเสร็จพิธีการโปรยข้าวตอกดอกไม้แล้วตามด้วยการปะพรมน้ำมนต์เป็นศิริกันทั่วหน้า ครับ!





มาวัดทั้งทีมีโรงทานไว้รอต้อนรับ คณะ ๕ มีไว้พร้อมทั้งคาวหวาน ครับ!


สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, settha, Piticha, toppdt

หัวข้อกระทู้นี้, มี 4 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 07, 2012, 09:08:58 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #103 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2012, 08:34:49 PM »


oxford "ทึ่ง" พบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ;วัดราชสิทธาราม คณะ5
 

oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ;วัดราชสิทธาราม คณะ5(กรรมฐานแบบลำดับหรือ กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับคือพระกรรมฐานของศาสนาพุทธที่ฝึกเป็นลำดับขั้นตอนปฎิบัติไปตามกำลังของจิต เกิดสมาธิเป็นขั้นๆไป )


ห้องสมุดBodleian มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด เชิญพระครูสิทธิสังวร เป็นที่ปรึกษาโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์โบราณ);ในส่วนของพุทธศาสนาในเอเชีย;ในส่วนของกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)


ประวัติพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)

http://www.somdechsuk.org/node/14
 





รูปของ Dr .Andrew Skilton ( Project Manager On behalf of the Revealing Hidden Collection project an team; Bodleian libraries;Oxford University)

ถ้าท่านเข้าไปที่Linkด้านล่าง  รายการก่อนท้ายสุดจะพบชื่อของโครงการที่ Dr .Andrew กำลังทำอยู่คือโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์โบราณ)ครับ

http://www.bodleian.ox.ac.uk/bdlss/itsd  

 Dr .Andrewได้มาประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วประมาณเดือนกันยายน 2011 และได้ค้นพบว่าที่  วัดราชสิทธาราม คณะ5 ยังคงมีแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกอยู่ !!!


ที่ว่าเป็นที่สุดท้ายในโลกเพราะมีครบทั้งตำราและวิธีปฎิบัติกรรมฐาน(คือมีผู้ฝึกสอนที่รู้จริง)ถ้าจะเรียกว่าแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับอย่างครบถ้วนแล้วต้องมีทั้งคนสอนและทฤษฎีคือตัวคัมภีร์จริงหรือไม่ครับ  เพราะถ้ามีตำราแต่ไม่มีผู้สอนก็ยากที่จะเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและขาดความรู้ในพระคัมภีร์อย่างละเอียดไป

 Dr .Andrew Skilton  ให้ความสนใจวัดราชสิทธาราม คณะ5อย่างมากเพราะเขาตระเวนไปแถบเอเชียมาหลายประเทศมากทั้ง ศรีลังกา พม่า  ลาวและประเทศอื่นๆ  พบว่า บางที่มีตำรากรรมฐานแบบลำดับเกือบครบ แต่ขาดคนสอน  บางที่มีตำราไม่ครบอีกทั้งขาดผู้สอน


ดังนั้นพอมีผู้แนะนำให้Dr .Andrewรู้ว่าที่วัดราชสิทธาราม คณะ5ยังคงมีแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกอยู่คือมีทั้งตำราและผู้สอน เขาจึงรีบมาศึกษาและได้รับความร่วมมืออย่างดีมากจนเข้าใจความเป็นมาเป็นไปและความสำคัญของคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ)จากพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)


หลังจากนั้นด้วยความเข้าใจอันดีที่มีต่อกันและความประทับใจในความรอบรู้อย่างลึกซึ้งในคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับของหลวงพ่อเขาจึงได้ตัดสินใจเชิญพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ),มาเป็นพระอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ    

   โดยจะเพิ่มชื่อของท่าน ในฐานะพระอาจารย์ที่ปรึกษาของโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์กรรมฐานโบราณ)  ในเว็บไซ้ต์ ของโครงการนี้ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า และจะออนไลน์ ในเร็วๆนี้ บนเว็บไซ้ต์หลัก ของห้องสมุดบ๊อดเลียน   (Bodleian libraries;Oxford University)


ทุกท่านสามารถอ่านจดหมายจากDr .Andrew Skilton ได้ด้านล่าง รวมทั้งคำแปล(แบบคร่าวๆ)ได้ครับ ถ้าท่านมีข้อสงสัยในเรื่องนี้เพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่

พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]
weera2548@yahoo.co.th

และร่วมกันแสดงความยินดีในข่าวนี้ร่วมกันนะครับ(ที่พระพุทธศาสนาจะได้เผยแพร่ไปอีกทางหนึ่งในต่างประเทศ)




Revealing Hidden collections (coby)

 Bodleian libraries oriental collections

Clarendon Building

Bodleian Library

Oxford OX1 3BG

www.bodleian.ox.ac.uk

To Phrakhrusitthisangvorn Veera Thanaveero

Division, Wat Ratchasittharam,

Soi Issaraphab ,Wat Arun Sup District,

Bangkok Yai District, Bangkok ,

Dear Venerable phrakhrusitthisangvorn,

            I am writing on behalf of the Revealing Hidden Collections ProJect at the Oxford University Bodleian Library to invite you to become an academic advisor to the project.

            This invitation is made in grateful acknowledgement of the heavy debt to you already felt byThe research team for your generous support and help given in September. We also wish to Continue our working relationship and to benefit from your knowledge both of the majjhima Kammatthan baab lumdup tradition, and of further temples to which we might extend our research.

            We would be most grateful if you would accept this invitation. If you are willing to do so, we Would like to be able to add your name as project advisor on the project web page, which is being Finalized at the moment and will go online shortly on the Bodleian Library website,

            I look forward to hearing your response.

          Yours sincerely

  

Andrew Skilton DPhil(Oxford)

           Project Manager

On behalf of the Revealing Hidden Collection project an team


==============================================
 Revealing Hidden collections
Bodleian libraries oriental collections

Clarendon Building

Bodleian Library

Oxford OX1 3BG

www.bodleian.ox.ac.uk

ถึง พระครูสิทธิสังวร (วีระ ฐานวีโร)

คณะ๕ วัดราชสิทธาราม

ซอยอิสรภาพ ๒๓ แขวงวัดอรุณ

เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐

นมัสการ ท่านพระครูสิทธิสังวร

                ข้าพเจ้า เขียนจดหมายนี้ ในนามของ โครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์กรรมฐานโบราณ)  ของห้องสมุด บ๊อดเลียน มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด เพื่อที่จะเชิญท่านมาเป็นพระอาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ ของโครงการนี้  

                จดหมายเชื้อเชิญนี้ ได้ถูกเขียนด้วยความซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ที่พระอาจารย์พระครูสิทธิสังวร ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ทีมวิจัย ของข้าพเจ้า ด้วยความมีน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเดือนกันยายน ปี๒๕๕๔

 อนึ่งข้าพเจ้ายังต้องการที่จะรักษาความสัมพันธ์ และรักษาการติดต่อ กับท่านอาจารย์พระครูสิทธิสังวร เพื่อที่จะได้รับองค์ความรู้ ของพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ และเพื่อที่จะยังประโยชน์ ในการเพิ่มเติมองค์ความรู้ ของการวิจัยที่วัดอื่นๆอีก แก่ห้องสมุดบ๊อดเลียน มหาวิทยาลัย อ๊อกฟอร์ด

                ข้าพเจ้า จะซาบซึ้ง เป็นอย่างมาก ถ้าท่านอาจารย์ ตอบรับ การเชื้อเชิญนี้ ถ้าท่านอาจารย์ตอบรับ, เรายินดีที่จะ เพิ่มชื่อของท่าน ในฐานะพระอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ  ของโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์กรรมฐานโบราณ)  ในเว็บไซ้ต์ ของโครงการนี้ ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงนี้ และจะออนไลน์ ในเร็วๆนี้ บนเว็บไซ้ต์หลัก ของห้องสมุดบ๊อดเลียน  

ข้าพเจ้ากำลังรอคอยคำตอบจากท่านอาจารย์

ด้วยความเคารพอย่างสูง

 ดร. แอนดรู สกิวตั่น

(แอนครู สกิวตั่น)

ผู้จัดการโครงการเปิดเผยความรู้ที่ซ่อนอยู่(ของคัมภีร์โบราณ)  

link ที่เกี่ยวข้อง

ห้องสมุดบ๊อดเลียนมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด เชิญพระครูสิทธิสังวร เป็นที่ปรึกษาโครงการกรรมฐานมัชฌิมา
http://www.somdechsuk.org/node/253

ประวัติพระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ)
http://www.somdechsuk.org/node/14

พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน บูรพาจารย์กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับยุคกรุงรัตนโกสินทร์

http://www.somdechsuk.org/node/64

somdechsuk.org; เวทาสากุฯ


[/quote]

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 1 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2012, 12:25:48 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #104 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2012, 08:39:33 PM »



ความสำคัญโดยย่อ ของ
พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำหรับพระพุทธศาสนาในไทยนั้นสำคัญขนาดที่ว่า  พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


***ข้อควรรู้ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)





ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย

===============================================================

กัมมัฏฐาน ๓ ยุค

credit :nathaponson ;http://www.madchima.org





ประณามพจน์ปฐมบทเรื่องของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ
(ประณาม ก. น้อมไหว้ เช่น ขอประณามบาทบงสุ์พระทรงศรี.)

   บทความนี้เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้บันทึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่สุด ในประวัติศาตร์ของชาติสยามในเรื่องพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯที่ผ่านมาเพราะพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯเป็นการดำรงรักษาวิธีการกล่อมเกลา จิตใจเพื่อยกระดับภูมิจิตภูมิธรรมที่พระเถรานุเถระแต่ครั้งอดีตได้บำเพ็ญ ฝึกฝน เป็นการฝึกจิตระดับเจโตวิมุติที่เพียบพร้อมทั้งสมาธิที่เป็นบาทฐานของอิทธิ ปาฏิหาริย์ที่เหนือปกติธรรมดาและหากน้อมปฏิบัติตามมรรคมีองค์- ๘ ก็จะเห็นแจ้งในสัจธรรมได้ไม่ยากเป็นทางประเสริฐที่อาจทำให้ผู้ก้าวไปบรรลุสู่ความสงบที่แท้จริง

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯมีความสำเร็จได้ประโยชน์ในสองส่วน เป็นทั้งการบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้นและได้อิทธิฤทธิ์ ไปพร้อมกัน

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นได้รวมพุทธธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดขั้นตอนทั้งการปฏิบัติสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงพุทธธรรมอื่นๆที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว


พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

     ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม
     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร
     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.
     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่
ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ




     บทความนี้ไม่อาจจะสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความเมตตาข้อมูลจากท่านพระครู สังฆรักษ์ (วีระ)ฐานวีโร แห่งวัดราชสิทธาราม(พลับ) กทม. ที่ ให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆอย่างมิรู้เบื่อหน่ายต่อคำซักไซ้ไล่เรียงของผู้เขียน

     แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยจากกิจทางพระศาสนาเพียงใดก็ตาม ด้วยกำลังใจที่แน่วแน่ของพระคุณเจ้าท่านนี้ที่มุ่งมั่นในการดำรงรักษามรดก ล้ำค่าของพระพุทธศาสนาชิ้นเอกเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของสุวรรณภูมิให้คง อยู่เพื่อลูกหลานอนุชนรุ่นต่อไป เป็นการช่วยการรักษาแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตามรอยเท้าบูรพาจารย์ แต่ครั้งอดีตนับล่วงได้ ๑๘๐๐ ปี

     อานิสงส์ประการใดที่ได้จากการรักษา เผยแพร่ มรดกพุทธธรรมอันยอดยิ่งนี้ขอจงสัมฤทธิ์ ผลแก่บูรพาจารย์ บุพพการี ผู้มีบุพกรรมร่วมกันทั้งส่วนกุศลกรรมและอกุศลกรรม เทพยดานับถ้วนทั่วจากภูมิมนุษย์จนพรหมโลกจรดขอบจักรวาล ตลอดจนญาติกัลยาณมิตร
     สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิจงโปรดสำรวมจิตตั้งมั่นในสัมมาทิฎฐิ น้อมใจรำลึกคุณพระบรมศาสดาศรีศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า ในภัทรกัปนี้แล้ว

     อนุโมทนาในกุศลเจตนาครั้งนี้จะก่อเกิดเป็นมหากุศล ให้ทุกท่านถึง “ธรรม” ถ้วนทั่วทุกตัวตนเป็นผู้ถึงสุขที่แท้พ้นภัยภายนอกและภายในทุกกาลสมัยเทอญ




ความเป็นมาของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

      แต่ครั้งพุทธกาลที่พระบรมศาสดาศรีศากยมุนีสมณโคดมยังทรงพระชนม์ชีพทรง อุตสาหะสั่งสอนให้กุลบุตรทั้งหลายฝึกสมาธิ ตั้งสมาธิ ยังสมาธิอบรมสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา พิจารณาเพื่อความหลุดพ้น ได้มรรคได้ผล อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา  

      
(ข้อด้านล่างนั้นคัดมาจากข้อมูลเท่าที่ปรากฎและเท่าที่ทราบครับซึ่งหากมีความผิดพลาดประการใดต้องกราบขอขมาพระรัตนตรัยมาณที่นี้ครับ)


  

  




การสอนกัมมัฏฐานการบอกกัมมัฏฐานแบ่งออกเป็น ๓ ยุคได้คร่าวๆ

   ๑. ยุคที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่และทรงเริ่มประกาศศาสนา พระองค์ทรงประกอบด้วยทศพลญาณ คือ กำลังของพระพุทธเจ้า ๑๐ ประการ มีฐานาฐานญาน เป็นต้น มีอาสวักขยญาณเป็นปริโยสาน
   ฉะนั้น พระองค์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่ถึงพร้อมด้วยประการทั้งปวง
   ดังนั้นการศึกษาพระกัมมัฏฐานตามแบบที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติและสั่งสอนสาวกไว้แล้วเท่านั้นจึงสมควร




(เมื่อพูดถึงจุดนี้ก็อยากทวนความจำถึงจุดเริ่มต้นของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้ท่านได้ทราบอีกครั้ง;ในยุคสมัยพุทธกาลนั้น พระราหุลมหาเถระเจ้า ได้บรรลุอรหันต์เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

พระองค์ ได้สอบถามกับพระพุทธองค์ว่าพุทธองค์มีการปฎิบัติกรรมฐานอย่างใด และท่านได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่อีกทั้งท่านยังได้ ไปเรียนรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมกับพระอรหันต์สาวกองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และรวบรวมการปฎิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนาไว้เป็นด้วยกันเป็นการฝึกฝนแบบตามลำดับขั้นตอน

จากนั้นจึงกำเนิดการเรียนรู้กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ในขอบเขตของบวรพระพุทธศาสนาขึ้น จากการเรียบเรียงของพระราหุลนั่นเอง)


   ๒. ยุคของพระอสีติมหาสาวก ๘๐ พระองค์ ;พระอรหันตสาวก;พระอริยะ และพระสาวกอื่นๆ

พระภิกษุสงฆ์ทั่วไปและพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเสขบุคคลคือยังไม่ได้บรรลุอรหัตตผลก็ล้วนแล้วแต่เรียนศึกษาและปฎิบัติตามพระกรรมฐานแบบลำดับทั้งสิ้นแล้วแต่ว่าจะศึกษากับพระอสีติมหาสาวกพระอรหันตสาวกหรือพระอริยะ องค์ใด     พระอาจารย์ทุกท่านล้วนบอกพระกรรมฐานแบบลำดับให้ลูกศิษย์ทั้งสิ้นตามแต่ผู้ใดไปได้ช้าหรือเร็วประการใด

   ความสำคัญตรงนี้พระอาจารย์ได้บอกไว้ว่า

ขั้นตอนการฝึกพระกรรมฐานแบบลำดับซึ่งฝึกกันเป็นมาตรฐานตั้งแต่พุทธกาลนั้นผู้ฝึกล้วนต้องผ่านการฝึกเป็นขั้นๆแต่สมัยพุทธกาลนั้น
คนมีบุญบารมีมีมากมาย
ทำให้จิตผ่านแต่ละลำดับได้อย่างรวดเร็วคือผ่านจาก
รูปกรรมฐาน
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ

อย่างรวดเร็วจนถึงห้องอานาปานสติกรรมฐานและจิตเข้าสู่มรรคผลอย่างรวดเร็วจนทำให้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป ว่าเริ่มที่อานาปานสติได้เลยแต่จริงๆหาได้เป็นเช่นนั้นไม่เพราะต้องเริ่มที่ ห้องพระปีติทั้ง5 ซึ่งตั้งต้นที่พระขุททะกาปีติ

โดยเริ่มตั้งองค์ภาวนา ว่าพุท-โธ  ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้     ตั้งใต้นาภีคือสะดือ 2นิ้วมือ เป็นบาทฐาน

   (ส่วนขององค์พระราหุลมหาเถระเจ้าก็ได้ทรงสอนพระกรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมา)และมีศิษย์ของท่านสืบทอดพระกรรมฐานแบบลำดับมาเรื่อยๆ


   ๓. ยุคเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระมหาอสีติสาวกปรินิพพานแล้ว พระภิกษุทั้งหลายจะบอกกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯซึ่งเป็นกรรมฐานแบบมาตรฐาน)เท่านั้น  


     อีกทั้งภิกษุในสมัยพระพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวกนิพพานแล้ว ท่านเคารพในพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์ และรู้ประมาณในวิสัยของท่านเอง




     ดังนั้น พระกรรมฐานแต่โบราณจึงบอกกัมมัฏฐานแก่ผู้อื่นด้วย"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"เท่านั้น (พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)
     ผู้เรียนแบบลำดับแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเองว่า กัมมัฏฐานกองไหน
     จะต้องกับ "จริตหรือจริยาที่เป็นอาจิณกรรมในภพก่อนๆ" ของตนเองคือจะขึ้นมาเอง(แต่สำคัญที่ว่าต้องผ่านการเรียน"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"แล้วจากพระอาจารย์ผู้ประกอบด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิคือผู้เป็นกัลยาณมิตรนั่นเอง )


    

     กัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)นี้เข้ามาสู่สุวรรณภูมิเมื่อหลังตติยสังคายนาในสมัยพระ เจ้าอโศกมหาราช โดยส่งพระโสณกเถรและพระอุตรเถรมายังสุวรรณภูมิ โดยการเล่าเรียนสืบ ๆ กันมา ยังไม่มีการจดบันทึก

     การเรียนแบบพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนี้สืบทอดเรื่อยๆ มาจนถึงยุคกรุงสุโขทัย มากรุงศรีอยุธยา และครั้งกรุงสุโขทัยนั้น พระคัมภีร์วิสุทธิมรรค ก็ได้มีการนำมาเผยแพร่ด้วยโบราณาจารย์กล่าวว่า คัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เป็นคัมภีร์ปฏิบัติที่เน้นปริยัติ จึงทำให้พระสงฆ์ที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานในสมัยนั้นมีความรู้ทั้งทางปฏิบัติและ ปริยัติ ภาคปฏิบัติดี จึงมีความรู้เชี่ยวชาญมาก

      เมื่อถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชการที่ ๑ ได้อาราธนาพระอธิการสุก วัดท่าหอยแขวงกรุงเก่า มากรุงเทพ ฯ
      เมื่อท่านมานั้น ได้นำตำราสมุดข่อยไทยดำบันทึกกัมมัฏฐานแบบลำดับมากรุงเทพฯ ด้วย แล้วรัชกาลที่ ๑ ทรงตั้งท่านให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงไว้ซึ่งแบบแผนตามรักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นพระภิกษุผู้ถือตามโบราณจารย์กัมมัฏฐานแบบลำดับ ด้วยความเคารพในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์สาวกแต่ปางก่อน

     พระองค์ท่านก็เรียนกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)มาจนครบทุกลำดับ จนท่านได้มรรค ได้ผล
      ฉะนั้น โบราณาจารย์ทางกัมมัฏฐานแต่ปางก่อนทั้งหลาย จึงได้กล่าวเป็นคติพยากรณ์ถึงการ รักษาการเรียนกัมมัฏฐานแบบลำดับไว้เป็น ๓ คาบว่า
            ลัชชี รักขิสสติ ภิกษุลัชชีจักรักษา
            ลัชชี รักขิสสติ ภิกษุลัชชีจักรักษา
            ลัชชี รักขิสสติ ภิกษุลัชชีจักรักษา
 
 


ความหมายของส่วนที่ว่า "ลัชชี รักขิสสติ ภิกษุลัชชีจักรักษา"

"อนาคเต ลชฺชี รกฺขิสฺสติ, ลชฺชี รกฺขิสฺสติ, ลชฺชี รกฺขิสฺสติ : ในกาลภายหน้า ภิกษุผู้มียางอาย จักรักษาไว้ได้ ภิกษุผู้มียางอาย จักรักษาไว้ได้ ภิกษุผู้มียางอาย จักรักษาไว้ได้"
ภิกษุที่จัดว่ามียางอาย คือภิกษุที่มีความรู้สึกละอายต่อสิ่งที่พึงละอาย ละอายต่อการที่จะแตะต้องบาปอกุศลธรรม เป็นคนรังเกียจบาป
ภิกษุผู้เป็นลัชชียังมีคุณธรรมอื่นอีก คือ มีความเกรงกลัวบาป มีความเคารพหนักแน่นในหลักคำสอนของพระพุทธองค์ ยกย่องพระสัทธรรมไว้เหนือตนเอง
นอกจากจะละอายบาป ยังมีความเอ็นดู อนุเคราะห์ช่วยเหลือ ให้แล้วไม่หวังตอบแทน พูดจริง ไม่กล่าวให้คลาดจากความจริง ไม่สร้างความแตกแยก สมานสามัคคี เจรจาไพเราะ พูดถูกกาลเทศะ พูดจริง พูดเป็นอรรถเป็นธรรม มีที่อ้างอิงประกอบด้วยประโยชน์


ภิกษุที่เป็นลัชชี จะมีความยำเกรง ใคร่ในการศึกษา จะไม่ทำให้เสียแบบแผนเพราะเห็นแก่ความเป็นอยู่ แสดงเฉพาะธรรมและวินัย จะประคองสัตถุศาสน์ไว้อย่างมั่นคง ท่านจะไม่ละหลักการทางวินัย ไม่ละเมิดหลักการทางวินัย จะยืนหยัดมั่นคงในหลักการทางวินัย ตามภาวะของผู้มียางอาย
ภิกษุลัชชีที่จะรักษาพระสัทธรรมไว้ได้นี้ เป็นระดับพหูสูตผู้คงแก่เรียน มิใช่ไม่มีการศึกษา เป็นผู้ไม่ง่อนแง่น เมื่อถูกสอบถามข้อความในพระไตรปิฎก หรืออรรถกถาตอนท้าย หรือตอนต้น ย้อนไปย้อนมา ก็ไม่ทื่อ ไม่หวั่น ชี้แจงได้ว่า เรากล่าวอย่างนี้ อาจารย์ของเราก็กล่าวอย่างนี้ ดุจดังใช้แหนบถอนขนทีละเส้น เป็นผู้ทีทรงจำหลักการในพระไตรปิฎก และข้อวินิจฉัยในอรรถกถาได้อย่างแม่นยำ ไม่มีหมู่ดสิ้น



ภิกษุแม้จะเป็นพหูสูต ผู้คงแก่เรียน แต่ถ้าเป็นผู้ไม่มียางอาย เป็นผู้เห็นแก่ได้ ก็มักจะทำให้แบบแผู้นคลาดเคลื่อน แสดงหลักคำสอนของพระศาสดานอกธรรมนอกวินัย สร้างความมัวหมู่องอย่างมหันต์ขึ้นในพระศาสนา ก่อให้เกิดสังฆเภทบ้าง สังฆราชีบ้าง
ภิกษุผู้เป็นลัชชีเท่านั้น ที่จะปกป้องพระสัทธรรม ยอมสละตนเพื่อรักษาธรรม ส่วนภิกษุอลัชชี มักจะสละธรรมเพื่อรักษาตนและพวกพ้องของตน ยอมสละหลักการแห่งพระพุทธศาสนาเพื่อลาภสักการะ




ที่กล่าวมานี้ คือระบุถึงบุคคลผู้ที่รักษาพระสัทธรรมไว้ แต่การจะรักษาไว้ได้นั้น ก็มีขั้นตอนกระบวนการอยู่ คือต้องรู้ว่า อะไรเป็นแก่นแท้ที่เป็นพระสัทธรรม ภิกษุที่รู้สึกว่า ตนก็เป็นผู้มียางอาย หวงแหนปกป้องพระศาสนา แต่ถ้าไม่รู้จักพระศาสนา หรือพระสัทธรรมที่แท้ ก็อาจจะรักษาสัทธรรมปฏิรูปไว้ก็ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้พระสัทธรรมแท้ให้เข้าใจ ในเรื่องนี้ ก็ต้องอาศัยพระพุทธพจน์ที่พระบรมศาสดาได้ทรงแสดงไว้ในพระไตรปิฎก
การที่พระสัทธรรมจะเสื่อมสลายหายสูญไป มิใช่ว่า เพราะไม่มีผู้รักษา มีผู้รักษา แต่อาจจะรักษาไว้แต่ที่พิรุธคลาดเคลื่อนก็เป็นได้ เหตุที่จะทำให้พระสัทธรรมเสื่อมสลายนั้น พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ในคัมภีร์อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาตว่า :-
ภิกษุทั้งหลาย เหตุ ๒ ประการ ที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมสลายหายไป คือ บทพยัญชนะ (หมู่ายถึงพระพุทธวจนะ) ที่จำมาผิด (หรือคัดลอกมาผิด) และเข้าใจเนื้อความไม่ถูกต้อง เมื่อจำบทพยัญชนะมาผิด ก็ย่อมจะเข้าใจเนื้อความผิดไปด้วย
อีกแห่งหนึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงเหตุที่จะทำให้พระสัทธรรมเสื่อมสลายไปไว้ว่า Embarrassed


เหตุ ๔ ประการ ที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมสลายหายไป คือ

๑. ภิกษุทั้งหลาย ศึกษาเล่าเรียนสุตตันตะที่เรียนกันมาผิดลำดับ ตามบทพยัญชนะที่จำกันมาผิด เนื้อความแห่งบทพยัญชนะที่จำกันมาผิด ก็ทำให้เข้าใจผิดกันไปด้วย

๒. ภิกษุทั้งหลาย เป็นคนที่ว่ายากสอนยาก มีนิสัยที่ว่ายากสอนยาก มีนิสัยไม่อดทน ไม่รับฟังคำสอนโดยเคารพ

๓. บรรดาภิกษุที่เป็นพหูสูต คล่องปริยัติทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ไม่ตั้งใจถ่ายทอดสุตตันตะแก่ผู้อื่น เมื่อท่านเหล่านั้นล่วงลับไป สุตตันตะก็ขาดรากฐาน ไม่มีที่พึ่งอาศัย (ไม่มีที่อ้างอิง)

๔. บรรดาภิกษุระดับเถระ เป็นพระมักมาก เป็นพระย่อหย่อน เป็นผู้นำในทางคลายความเพียร ละทิ้งวิเวก ไม่ระดมความเพียร เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง ภิกษุรุ่นหลังก็พากันเอาเยี่ยงอย่าง


เหตุ ๔ ประการนี้ที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมสลายหายไป


ที่กล่าวมานี้ คือตัวสาเหตุที่จะทำให้พระสัทธรรมเสื่อมสูญสลายหายไป ในข้อความที่กล่าวมานั้น มีถ้อยคำที่ควรทำความเข้าใจ เช่นคำว่า "บทพยัญชนะที่จำมาผิด" (ทุนฺนิกฺขิตฺตํ ปทพฺยญฺชนํ) นั้น หมายถึงตัวอักษรที่ส่องให้รู้เนื้อความจำกันมาคลาดเคลื่อนไป

เมื่อบทพยัญชนะพิรุธคลาดเคลื่อน การกำหนดความหมายเฉพาะบทย่อมคลาดเคลื่อนไปด้วย เช่นคำว่า "สุวิชาโน ปราภโว : คนเสื่อม (ชั่ว) ก็รู้ได้ง่าย" จำกันมาคลาดเคลื่อนไปว่า "ทุวิชาโน ปราภโว" ก็เลยตีความคลาดเคลื่อนไปแปลกันว่า "ผู้รู้ชั่วเป็นผู้เสื่อม" จึงเกิดความสงสัยกันว่า พระพุทธองค์ก็ทรงทราบเรื่องชั่วที่เรียกว่า อกุศลธรรม เป็นธรรมที่ต้องละ เรียกว่า ปหาตัพพธรรม พระองค์ก็มิได้มีความเสื่อมเสียอะไร


ที่กล่าวมานี้ เป็นการกล่าวถึงลักษณะผู้ที่จะรักษาพระสัทธรรมไว้ได้    



ภาพพานกรรมฐานเวลากราบขอขึ้นครูเรียนกรรมฐานมัชฌิมา

      หลวงปู่สุก(ไก่เถื่อน)ท่านก็นับเป็นพระลัชชีรูปหนึ่งที่รักษาแบบแผน ประเพณีกัมมัฏฐานแบบลำดับจนถึงสมัยปลายรัชการที่สอง ประมาณ พ.ศ. ๒๓๖๔ ปรากฏว่ามีผู้ตั้งตัวเป็นผู้บอกกัมมัฏฐานกันมากแต่ไม่มีการรักษาแบบแผน รักษาวงศ์ รักษาประเพณี ของพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)ไว้สอนตามคติของตัวเองไม่เคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อริยสาวกแต่ปางก่อน

      ซึ่งหากพิเคราะห์ดูก็ปรากฏให้เห็นได้ในปัจจุบันอยู่ดาษดื่น บางรายเป็นเด็กยังไม่เดียงสาก็ตั้งตัวเป็นอาจารย์บอกกัมมัฏฐาน ซ้ำร้ายยังอวด ฤทธิ อวดเดชที่ไม่เหมาะสมกับจริยวัตรของนักปฏิบัติที่จะไม่แพร่งพรายหรืออวดอ้างผลการปฏิบัติ

      เพราะจะเป็นอุปกิเลสทำให้ผลปฏิบัติที่ได้เสื่อมถอนและไม่ก้าวหน้า เป็นธรรมจริยะที่เหล่าผู้ฝึกฝนปฏิบัติต้องเคร่งครัดนับแต่โบราณที่อนุญาตให้ แสดงผลการปฏิบัติได้เฉพาะกับผู้เป็นอาจารย์เท่านั้น
      

                            ผู้ที่หลงเลื่อมใสอาจารย์กัมมัฏฐานประเภทรู้เอง-คิดเอง-เดาเอาเหมาเข้าข้างตัวเช่นนี้เป็นผู้น่าสงสารที่ลูบคลำพระพุทธศาสนาอย่างผิดทาง จึงไม่อาจรับประโยชน์จากพระพุทธศาสนาได้อย่างเต็มที่


      ในขณะนั้น ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ) ไว้เป็นหมวดหมู่ซึ่งต่อมาได้เผยแพร่สืบต่อกันมาเรื่อยๆอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย


ต้นที่มา โดยรวมของเรื่อง

หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

ขอบคุณภาพจากhttp://www.ounamilit.com/,http://www.bloggang.com/,http://www.rmutphysics.com/,
[/quote]


==========================================

ข่าวสารเกี่ยวกับพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คุณควรรู้



oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ



http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22489#msg22489

==========================================


   
เชิญร่วมสร้างบุษบกประดิษฐาน+เฉลิมฉลองพระพุทธมัชฌิมามุนีฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22466#msg22466


==========================================
   
ขั้นตอนการเริ่มนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22518#msg22518


==========================================

================================


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.somdechsuk.org




ติดต่อได้ที่ หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]


รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023




รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด


============


[/quote]

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 1 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2012, 12:24:47 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #105 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 08:10:20 PM »

เรียนญาติธรรมทุกท่านห้องน้ำยังสร้างไม่เสร็จนะครับ

ที่ยังสร้างไม่เสร็จเพราะ พระอาจารย์จิ๋วมุ่งหวังว่าจะให้ห้องน้ำ3 ห้องนี้มีความสะดวกสบายใช้งานได้ดีแบบไม่แพ้ของโรงแรมเลยทีเดียว จึงใช้เวลาออกแบบนานหน่อยครับ (และงบประมาณใช้ค่อนข้างสูงประมาณ ห้องละ 150,000 บาทเป็นอย่างน้อยครับ)

เพราะ พระอาจารย์จิ๋วเล็งเห็นว่า ญาติธรรมผู้หญิงจะได้มีห้องน้ำดีๆใช้เวลามาปฎิบัติธรรม ท่านจึงพิถีพิถันสำหรับงานครั้งนี้มากๆครับ(อันนี้เล่าเท่าที่ท่านบอกมานะครับ เพราะเราก็รู้กันอยู่ว่าผู้หญิงจะมีปัญหาในการเข้าห้องน้ำค่อนข้างมากอยู่ถ้าสกปรก   หรือดูไม่ค่อยดีก็ไม่ค่อยอยากเข้า)

 ขอเชิญชวนญาติธรรมพระกรรมฐานมัชฌิมาทุกท่านร่วมกันบริจาคสร้างห้องน้ำได้เรื่อยๆถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนะครับ พระอาจารย์จิ๋วได้เมตตาบอกกำหนดวันมาให้ครับ

ร่วมบุญสร้างห้องน้ำสำหรับผู้มานั่งกรรมฐานที่คณะ5;วัดราชสิทธาราม


ในขณะนี้มีผู้สนใจมาขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คณะ5;วัดราชสิทธาราม มากมาย :พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) จึงได้มีดำริที่จะสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้อง
เื่พื่อรองรับญาติธรรมที่จะมาขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ   เพราะห้องน้ำเดิมนั้นสภาพเริ่มชำรุดและมีจำนวนและสถานะไม่พอที่จะรองรับผู้มาร่วมปฎิบัติธรรม



ดังนั้นจึงขอเชิญชวนญาติธรรมผู้สนใจะสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้องเื่พื่อรองรับญาติธรรมที่จะมาขึ้นกรรมฐานถวายวัดร่วมกันได้ครับโดย

โอนเงินไปที่ ธนาคาร กสิกรไทย สาขาโพธ์สามต้น บัญชีเลขที่ 067-2-83847-9 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี พระวีระ สุขมีทรัพย์(ร่วมสร้างห้องน้ำ3ห้อง)

ท่านที่ต้องการร่วมบุญสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้องกรุณา โอนเงินโดยปิดการลงท้ายจำนวนด้วยเลข .59 สตางค์ในทุกครั้งที่โอนด้วยนะครับ
ตัวอย่างเช่น  ท่านต้องการโอน100 บาทก็โอนด้วยจำนวน 100.59 เป็นต้นครับ
(สาเหตุที่ต้องกำหนดเช่นนี้เพราะเพื่อที่หลวงพ่อจะได้ทราบในเจตนาการโอนครั้งนี้ว่าเป็นไปเพื่อการร่วมบุญสร้างห้องน้ำอย่างดี 3ห้องครับผม)



อานิสงส์พิเศษของการสร้างห้องน้ำถวายวัด

คือจะทำให้เป็นผู้มีโรคน้อย


ลักษณะนี้ลักษณะเดียวกับพระพากุละเถระ พระพากุละเถระประวัติท่านพิสดารมาก ท่านบวชเป็นพระแล้วเป็นเอตทัคคะ คือ เป็นผู้ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในด้านเป็นผู้ที่มีโรคน้อย ปกติแล้วพระต้องฉันเภสัชรักษาโรคอยู่เสมอ พระพากุละเถระนี่ในชีวิตแม้แต่สมอชิ้นเดียวก็ไม่เคยฉัน

credit :เว็บวัดท่าขนุน;อาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ ตอบปัญหาธรรม
และ
การสร้างส้วมเป็นเหตุให้บรรเทาทุกข์ ทำให้เขามีความสุข ถ้าเราทำให้เขามีความสุข เราก็มีความสุข credit :หลวงพ่อฤาษี



ประวัติพระพากุลเถระ

เอตทัคคมหาสาวกผู้มีอาพาธน้อย

http://www.dharma-gateway.com/monk/great_monk/pra-pakoola.htm
 


ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:พระครูสิทธิสังวร (หลวงพ่อวีระ) โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]
weera2548@yahoo.co.th

===========


อานิสงส์สร้างห้องน้ำวัดโดยหลวงพ่อฤาษี

หลวงพ่อ    แต่ว่าที่ส้วมนี่อย่าลืมว่าเป็นที่ถ่ายทุกข์ ทุกข์แบบนี้ไม่บรรเทาแก่ใครเลยนะ เคยสังเกตหรือเปล่า.. พอรถจอดปั๊บแทนที่เขาจะถาม เขาไม่ค่อยถาม เขาถามว่า “ส้วมอยู่ที่ไหน” ใช่ไหม..
ผู้ถาม    อย่างนี้สร้างส้วมเลยดีกว่า จะได้มีเสน่ห์มาก ๆ
หลวงพ่อ    

ดีมาก เพราะการสร้างส้วมเป็นเหตุให้บรรเทาทุกข์ ทำให้เขามีความสุข ถ้าเราทำให้เขามีความสุข เราก็มีความสุข ถ้าเราทำให้เขาเดือดร้อน เราก็เดือดร้อน
“ปูชา ละภะเต ปูชัง วันทนัง ปฏิวันทนัง”
“ผู้บูชาย่อมได้รับการบูชาตอบ ผู้ไหว้ย่อมได้รับการไหว้ตอบ”

ถ้าเราอยากถูกด่าก็ไม่ยาก เจอะหน้าใครด่า เดี๋ยวก็ได้ด่าตอบ ใช่ไหม ..ฉะนั้นถ้าเรา สร้างส้วมให้เขามีความสุข ตายแล้วเกิดไปเป็นเทวดาหรือพรหมก็ได้รับความสุข คือไม่ต้องปวดอุจจาระปัสสาวะ เพราะได้รับผลของความสุขไงล่ะ
ผู้ถาม    มีคนพูดว่าถ้าเราได้ทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมที่วัดจะทำให้การฝึกมโนมยิทธิก็ดี ฝึกแบบเต็มกำลังก็ดี ได้ผลแบบเต็มที่ อันนี้อยากจะเรียนถามหลวงพ่อว่า จะเป็นไปได้ไหมเจ้าคะ.?
หลวงพ่อ    เป็นได้ซิ ถ้าเป็นก็ไปได้ จะทำไม นั่นบุญใหญ่ ส้วมนี่ทุกข์อะไรมันหนักเท่า ทุกข์เข้าส้วม นี่จริง ๆ นะเป็นบุญใหญ่มาก และประการที่ ๒ ล้างส้วมล้างห้องน้ำ ในจิตใจก็ล้างไปด้วย คิดไปด้วยว่า ไอ้สิ่งสกปรกนั้นมันมาจากร่างกายคน ร่างกาย คนมันสกปรกแบบนี้ใช่ไหม.. ร่างกายเลว ๆ แบบนี้ไม่ต้องการมันอีก ถ้าใช้อารมณ์ อย่างนี้เรื่อย ๆ นะ แม้แต่ครั้งเดียวล้าง ๑๐ ห้อง ถ้าคิดห้องเดียวก็ได้แล้ว”
เรื่องของห้องส้วม ท่านได้สร้างไว้แล้วก็ดี หรือท่านที่ได้ทำความสะอาดแล้วก็ดี คงจะปลื้มใจในผลบุญที่ทำไปแล้ว
=====================

credit :เว็บวัดท่าขนุน;อาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ ตอบปัญหาธรรม

ถาม : ตั้งใจไว้ว่าที่ไหนบูรณะห้องน้ำจะทำบุญ
ตอบ : ลักษณะนี้ลักษณะเดียวกับพระพากุละเถระ พระพากุละเถระประวัติท่านพิสดารมาก ท่านบวชเป็นพระแล้วเป็นเอตทัคคะ คือ เป็นผู้ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในด้านเป็นผู้ที่มีโรคน้อย ปกติแล้วพระต้องฉันเภสัชรักษาโรคอยู่เสมอ พระพากุละเถระนี่ในชีวิตแม้แต่สมอชิ้นเดียวก็ไม่เคยฉัน

ตอนที่ท่านเกิด พอเกิดมาปุ๊บตัดสายสะดือเสร็จ พี่เลี้ยงอุ้มลงไปล้างตัวที่ท่าน้ำ ปลาใหญ่มันฮุบตูมเดียวเอาไปเลย ปรากฏว่าปลาใหญ่ตัวนั้นว่ายข้ามเมืองไปอีกเมืองหนึ่งไปติดข่ายเขา พ่อค้าเขาก็เอามาขายในตลาด คนใช้เศรษฐีของเมืองนั้นเจอเข้า เลยซื้อปลาไปมันอ้วนดี พอเอาไปทำอาหาร ผ่าท้องปลาออกมา เด็กชายพากุละยังดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่เลย ไม่เป็นอะไร บุญรักษาอยู่ได้

พอดีเหลือเกินว่าเศรษฐีนั่น เขาพยายามอย่างไรก็ไม่มีลูก พอเห็นเด็ก โอ๊ย...สวรรค์ประทานให้ ดีอกดีใจทั้งผัวทั้งเมีย อุ้มชูเลี้ยงดูมาแบบประเภทรักยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ เรื่องมันก็ลือออกไปสิว่า เศรษฐีนี่ได้ลูกจากท้องปลา ทางด้านโน้นได้ยิน ลูกกูนี่หว่า...(หัวเราะ)... ก็ตามไปทวง เขาก็ไม่ให้ ก็เขาได้มาเอง

เรื่องเลยไปถึงพระราชาท่านต้องมาตัดสินให้ว่า ให้อยู่ทางบ้านนี้ ๓ เดือน แล้วไปอยู่บ้านนี้ ๓ เดือน ท่านก็เลยได้ชื่อว่า พากุละ คือจากตระกูลสู่ตระกูล กลับกันไปกลับกันมาผลัดกันเลี้ยงคนละ ๓ เดือน เป็นลูก ๒ ครอบครัว

พอโตขึ้นมาหน่อยก็ได้บวช บวชเสร็จเป็นพระอรหันต์ผู้ที่เลิศในทางเป็นผู้ที่มีอาพาธน้อย คือ ป่วยน้อย พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุรพกรรมที่ทำให้ป่วยน้อยเพราะว่า ในอดีตเคยสร้างเว็จกุฎี คือ ส้วมถวายพระ เพราะฉะนั้นพวกเรานี่ ประเภทชอบสร้างส้วมนี่ พวกเดียวกับพระพากุละ ทำให้คนอื่นหมดทุกข์ ตัวเองก็เลยทุกข์น้อยไปด้วย ก็ขนาดสมอสักชิ้นหนึ่ง ฉันเพื่อรักษาโรคยังไม่เคยเลย ความจริงมันน่าจะไม่หิวด้วยนะ


สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ วันเสาร์ที่ ๓๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓


=============================================
อานิสงส์สร้างเวจกุฏี (ห้องน้ำ)






ใจความว่า พระศาสดาได้เสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร
แห่งกรุงสาวัตถี มีมาณพคนหนึ่งเป็นช่างทองทำการขายทองรูปพรรณ
อยู่ในกรุงสาวัตถีนั้น จนมั่งมีโภคทรัพย์สมบัติมาก

อยู่มาวันหนึ่งมาณพนั้นมาคิดว่า เราค้าขายทองก็มีความเจริญ
รุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ ทรัพย์ที่หามาได้โดยยาก ก็ไม่อยากจะให้สูญหายไป
โดยเร็ว ตริตรองหาวิธีที่จะเก็บทรัพย์ให้ได้อยู่นาน ก็ไม่พบวิธีที่จะป้องกัน
ความเสื่อมเสียของทรัพย์ได้ เพราะว่าทรัพย์เป็นของกลางเป็นเครื่องอาศัย
ของคนทุกคน สุดแล้วแต่ใครจะขยันหมั่นเพียรหามาได้เท่านั้น ถึงแม้
จะหามาได้มากก็ดี ถ้าขาดปัญญาเป็นเครื่องรักษาทรัพย์แล้วทรัพย์นั้น
ก็ไม่คงทนอยู่ได้ แม้จะอยู่ได้ตลอดไปตนเองก็มีชีวิตยืนนานที่จะบริโภค


ต่อไปไม่ได้เพราะความตายย่อมมาพรากตนให้หนีไปเสียจาก
ทรัพย์เมื่อสิ้นชีพแล้วทรัพย์เหล่านั้น ก็ไม่ติดตามตนไปปล่อยไว้ให้คนอื่น
เขาใช้สอยอย่างสบาย เห็นมีอยู่แต่อย่างเดียวเท่านั้น ที่จะติดตามตัวไป

ในอนาคต คือฝังทรัพย์ไว้ในพุทธศาสนาเมื่อคิดเช่นนี้แล้วก็คิดดูว่า
จะทำอะไร สิ่งอื่น ๆ ก็มีผู้ทำไว้หมดแล้ว ก็เห็นแต่เวจกุฎีเท่านั้นที่ยังไม่มี
ใครทำเลย


เมื่อคิดเช่นนี้แล้วจึงได้สร้างขึ้นเมื่อสำเร็จแล้วยังได้สร้างโรงไฟ
แลที่สำหรับอาบน้ำอีกด้วย เมื่อเสร็จสรรพดีแล้ว ก็ทำการฉลองอย่าง
มโหฬารและมอบถวายแก่ ภิกษุสงฆ์ มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ
เป็นประธานแล้วตั้งปฏิธานความปรารถนาว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ
เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ถึงพระนิพพานตราบใด ขึ้นชื่อว่าความทุกข์อันเกิด
แต่โรคต่าง ๆ อย่าได้มาแผ้วพานต่อข้าพเจ้าเลย


 อิมินาทาเนน
ด้วยอำนาจผลทานนี้พระสารีบุตรก็อนุโมทนาว่า ขอให้ความ
ปรารถนาจงเป็นผลสำเร็จเถิดมาณพนั้นเป็นผู้ไม่ประมาทผลทาน
ให้สมาทานศีลครั้นทำกาลกิริยาตายไปแล้วไปเกิดบนสวรรค์เทวโลก
มีสมบัติวิมานทอง มีเทพอัปสรเป็นยศบริวาร อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้ง
หลายนั่งสนทนา ถึงมาณพผู้นั้นอยู่พระศาสดาเสด็จมาถึงในที่นั้น
แล้วตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร



ภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบ พระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา
แก่ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย นรชนทั้งหลายเกิดมา
ได้พบพระพุทธเจ้าและในขณะที่พุทธศาสนายังประดิษฐานอยู่
จะเป็นผู้เศร้าโศกในอบายภูมิ เป็นจำนวนมากมาณพที่เป็นช่างทองนี้
ได้พบทั้งสองประการแล้วไม่เป็นผู้ประมาท ได้สร้างเวจกุฎีถวายบูชา
พระรัตนตรัยด้วยศรัทธาเลื่อมใส ได้เสวยสุขในสุคติโกลสวรรค์
และเป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพา



น แม้ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้า
ทรงพระนามว่าตัณหังกร เราตถาคตก็เคยสร้างเวจกุฎี และที่สำหรับอาบ
แก่พระภิกษุสามเณรได้ตั้งสัตยธิษฐานว่า ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นพระ
พุทธเจ้า พระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาล


ด้วยผลแห่งอานิงส์
ที่ข้าพระองค์ได้สร้างเวจกุฎีให้เป็นสาธารณะทานนี้ ตถาคตครั้นทำลาย
ขันธ์แล้วก็ไปบังเกิดสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติอยู่ชั้นดุสิตครั้นจุติจาก
ชาตินั้นแล้ว ได้ท่องเที่ยงอยู่สังสารวัฎฎ์จนบารมีเต็มเปี่ยมแล้วจึงตรัส
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือตถาคตนี้เอง ก็สมดังคำปรารถนาในครา
กาลครั้งโน้นทุกประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนาจบลงแล้วชนทั้งหลาย
เป็นอันมากได้ดวงตาเห็นธรรม ต่างก็รื่นเริงบันเทิงใจในเวจกุฎี
เป็นยิ่งนัก





from
http://www.84000.org/anisong/11.html

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 1 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #106 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2012, 10:59:21 AM »

เชิญเข้าปฏิบัติธรรมวันเสาร์-อาทิตย์ที่14-15ก.ค๒๕๕๕ ที่คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม โทร. ๐๘๔-๖๕๑-๗๐๒๓ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

 


 ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ รถเมล์

 สาย   40  56 57  159  ผ่าน ซ. อิสรภาพ 23 วัดราชสิทธาราม

  กำหนดการปฏิบัติธรรมกลาง-ปลายเดือนกรกฏาคม  55
 
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม (พลับ)
 
ถนนอิสรภาพ ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ โทร.084-651-7023
 
 
 

กำหนดการ
 
 วันเสาร์ที่ 14 กรกฏาคม   2555 ขึ้น 11  ค่ำ เดือน  8  
 
      เวลา 09.30-10.15             ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน  
 
     เวลา 10.15-11.00           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
      เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
     เวลา 14.00-16.30            นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม  
 
     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  พักผ่อนตามอัธยาศัย  
 
    วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฏาคม  2555  ขึ้น 12 ค่ำ เดือน  8  
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
    เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว  
 
    เวลา 16.30-17.00                สวดธรรมจักร  ลาศีลกลับบ้าน
 
==================================




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.somdechsuk.org




ติดต่อได้ที่ หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]


รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023




รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด


============


ความสำคัญโดยย่อ ของ
พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำหรับพระพุทธศาสนาในไทยนั้นสำคัญขนาดที่ว่า  พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


***ข้อควรรู้ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)





ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย

===============================================================

กัมมัฏฐาน ๓ ยุค

credit :nathaponson ;http://www.madchima.org





ประณามพจน์ปฐมบทเรื่องของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ
(ประณาม ก. น้อมไหว้ เช่น ขอประณามบาทบงสุ์พระทรงศรี.)

   บทความนี้เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้บันทึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่สุด ในประวัติศาตร์ของชาติสยามในเรื่องพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯที่ผ่านมาเพราะพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯเป็นการดำรงรักษาวิธีการกล่อมเกลา จิตใจเพื่อยกระดับภูมิจิตภูมิธรรมที่พระเถรานุเถระแต่ครั้งอดีตได้บำเพ็ญ ฝึกฝน เป็นการฝึกจิตระดับเจโตวิมุติที่เพียบพร้อมทั้งสมาธิที่เป็นบาทฐานของอิทธิ ปาฏิหาริย์ที่เหนือปกติธรรมดาและหากน้อมปฏิบัติตามมรรคมีองค์- ๘ ก็จะเห็นแจ้งในสัจธรรมได้ไม่ยากเป็นทางประเสริฐที่อาจทำให้ผู้ก้าวไปบรรลุสู่ความสงบที่แท้จริง

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯมีความสำเร็จได้ประโยชน์ในสองส่วน เป็นทั้งการบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้นและได้อิทธิฤทธิ์ ไปพร้อมกัน

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นได้รวมพุทธธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดขั้นตอนทั้งการปฏิบัติสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงพุทธธรรมอื่นๆที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว


พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

     ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม
     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร
     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.
     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่
ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ




     บทความนี้ไม่อาจจะสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความเมตตาข้อมูลจากท่านพระครู สังฆรักษ์ (วีระ)ฐานวีโร แห่งวัดราชสิทธาราม(พลับ) กทม. ที่ ให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆอย่างมิรู้เบื่อหน่ายต่อคำซักไซ้ไล่เรียงของผู้เขียน

     แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยจากกิจทางพระศาสนาเพียงใดก็ตาม ด้วยกำลังใจที่แน่วแน่ของพระคุณเจ้าท่านนี้ที่มุ่งมั่นในการดำรงรักษามรดก ล้ำค่าของพระพุทธศาสนาชิ้นเอกเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของสุวรรณภูมิให้คง อยู่เพื่อลูกหลานอนุชนรุ่นต่อไป เป็นการช่วยการรักษาแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตามรอยเท้าบูรพาจารย์ แต่ครั้งอดีตนับล่วงได้ ๑๘๐๐ ปี

     อานิสงส์ประการใดที่ได้จากการรักษา เผยแพร่ มรดกพุทธธรรมอันยอดยิ่งนี้ขอจงสัมฤทธิ์ ผลแก่บูรพาจารย์ บุพพการี ผู้มีบุพกรรมร่วมกันทั้งส่วนกุศลกรรมและอกุศลกรรม เทพยดานับถ้วนทั่วจากภูมิมนุษย์จนพรหมโลกจรดขอบจักรวาล ตลอดจนญาติกัลยาณมิตร
     สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิจงโปรดสำรวมจิตตั้งมั่นในสัมมาทิฎฐิ น้อมใจรำลึกคุณพระบรมศาสดาศรีศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า ในภัทรกัปนี้แล้ว

     อนุโมทนาในกุศลเจตนาครั้งนี้จะก่อเกิดเป็นมหากุศล ให้ทุกท่านถึง “ธรรม” ถ้วนทั่วทุกตัวตนเป็นผู้ถึงสุขที่แท้พ้นภัยภายนอกและภายในทุกกาลสมัยเทอญ




ความเป็นมาของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

      แต่ครั้งพุทธกาลที่พระบรมศาสดาศรีศากยมุนีสมณโคดมยังทรงพระชนม์ชีพทรง อุตสาหะสั่งสอนให้กุลบุตรทั้งหลายฝึกสมาธิ ตั้งสมาธิ ยังสมาธิอบรมสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา พิจารณาเพื่อความหลุดพ้น ได้มรรคได้ผล อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา  

      
(ข้อด้านล่างนั้นคัดมาจากข้อมูลเท่าที่ปรากฎและเท่าที่ทราบครับซึ่งหากมีความผิดพลาดประการใดต้องกราบขอขมาพระรัตนตรัยมาณที่นี้ครับ)


  

  




การสอนกัมมัฏฐานการบอกกัมมัฏฐานแบ่งออกเป็น ๓ ยุคได้คร่าวๆ

   ๑. ยุคที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่และทรงเริ่มประกาศศาสนา พระองค์ทรงประกอบด้วยทศพลญาณ คือ กำลังของพระพุทธเจ้า ๑๐ ประการ มีฐานาฐานญาน เป็นต้น มีอาสวักขยญาณเป็นปริโยสาน
   ฉะนั้น พระองค์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่ถึงพร้อมด้วยประการทั้งปวง
   ดังนั้นการศึกษาพระกัมมัฏฐานตามแบบที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติและสั่งสอนสาวกไว้แล้วเท่านั้นจึงสมควร




(เมื่อพูดถึงจุดนี้ก็อยากทวนความจำถึงจุดเริ่มต้นของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้ท่านได้ทราบอีกครั้ง;ในยุคสมัยพุทธกาลนั้น พระราหุลมหาเถระเจ้า ได้บรรลุอรหันต์เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

พระองค์ ได้สอบถามกับพระพุทธองค์ว่าพุทธองค์มีการปฎิบัติกรรมฐานอย่างใด และท่านได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่อีกทั้งท่านยังได้ ไปเรียนรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมกับพระอรหันต์สาวกองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และรวบรวมการปฎิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนาไว้เป็นด้วยกันเป็นการฝึกฝนแบบตามลำดับขั้นตอน

จากนั้นจึงกำเนิดการเรียนรู้กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ในขอบเขตของบวรพระพุทธศาสนาขึ้น จากการเรียบเรียงของพระราหุลนั่นเอง)


   ๒. ยุคของพระอสีติมหาสาวก ๘๐ พระองค์ ;พระอรหันตสาวก;พระอริยะ และพระสาวกอื่นๆ

พระภิกษุสงฆ์ทั่วไปและพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเสขบุคคลคือยังไม่ได้บรรลุอรหัตตผลก็ล้วนแล้วแต่เรียนศึกษาและปฎิบัติตามพระกรรมฐานแบบลำดับทั้งสิ้นแล้วแต่ว่าจะศึกษากับพระอสีติมหาสาวกพระอรหันตสาวกหรือพระอริยะ องค์ใด     พระอาจารย์ทุกท่านล้วนบอกพระกรรมฐานแบบลำดับให้ลูกศิษย์ทั้งสิ้นตามแต่ผู้ใดไปได้ช้าหรือเร็วประการใด

   ความสำคัญตรงนี้พระอาจารย์ได้บอกไว้ว่า

ขั้นตอนการฝึกพระกรรมฐานแบบลำดับซึ่งฝึกกันเป็นมาตรฐานตั้งแต่พุทธกาลนั้นผู้ฝึกล้วนต้องผ่านการฝึกเป็นขั้นๆแต่สมัยพุทธกาลนั้น
คนมีบุญบารมีมีมากมาย
ทำให้จิตผ่านแต่ละลำดับได้อย่างรวดเร็วคือผ่านจาก
รูปกรรมฐาน
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ

อย่างรวดเร็วจนถึงห้องอานาปานสติกรรมฐานและจิตเข้าสู่มรรคผลอย่างรวดเร็วจนทำให้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป ว่าเริ่มที่อานาปานสติได้เลยแต่จริงๆหาได้เป็นเช่นนั้นไม่เพราะต้องเริ่มที่ ห้องพระปีติทั้ง5 ซึ่งตั้งต้นที่พระขุททะกาปีติ

โดยเริ่มตั้งองค์ภาวนา ว่าพุท-โธ  ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้     ตั้งใต้นาภีคือสะดือ 2นิ้วมือ เป็นบาทฐาน

   (ส่วนขององค์พระราหุลมหาเถระเจ้าก็ได้ทรงสอนพระกรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมา)และมีศิษย์ของท่านสืบทอดพระกรรมฐานแบบลำดับมาเรื่อยๆ


   ๓. ยุคเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระมหาอสีติสาวกปรินิพพานแล้ว พระภิกษุทั้งหลายจะบอกกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯซึ่งเป็นกรรมฐานแบบมาตรฐาน)เท่านั้น  


     อีกทั้งภิกษุในสมัยพระพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวกนิพพานแล้ว ท่านเคารพในพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์ และรู้ประมาณในวิสัยของท่านเอง




     ดังนั้น พระกรรมฐานแต่โบราณจึงบอกกัมมัฏฐานแก่ผู้อื่นด้วย"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"เท่านั้น (พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)
     ผู้เรียนแบบลำดับแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเองว่า กัมมัฏฐานกองไหน
     จะต้องกับ "จริตหรือจริยาที่เป็นอาจิณกรรมในภพก่อนๆ" ของตนเองคือจะขึ้นมาเอง(แต่สำคัญที่ว่าต้องผ่านการเรียน"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"แล้วจากพระอาจารย์ผู้ประกอบด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิคือผู้เป็นกัลยาณมิตรนั่นเอง )


    

     กัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)นี้เข้ามาสู่สุวรรณภูมิเมื่อหลังตติยสังคายนาในสมัยพระ เจ้าอโศกมหาราช โดยส่งพระโสณกเถรและพระอุตรเถรมายังสุวรรณภูมิ โดยการเล่าเรียนสืบ ๆ กันมา ยังไม่มีการจดบันทึก

     การเรียนแบบพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนี้สืบทอดเรื่อยๆ มาจนถึงยุคกรุงสุโขทัย มากรุงศรีอยุธยา และครั้งกรุงสุโขทัยนั้น พระคัมภีร์วิสุทธิมรรค ก็ได้มีการนำมาเผยแพร่ด้วยโบราณาจารย์กล่าวว่า คัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เป็นคัมภีร์ปฏิบัติที่เน้นปริยัติ จึงทำให้พระสงฆ์ที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานในสมัยนั้นมีความรู้ทั้งทางปฏิบัติและ ปริยัติ ภาคปฏิบัติดี จึงมีความรู้เชี่ยวชาญมาก

      เมื่อถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชการที่ ๑ ได้อาราธนาพระอธิการสุก วัดท่าหอยแขวงกรุงเก่า มากรุงเทพ ฯ
      เมื่อท่านมานั้น ได้นำตำราสมุดข่อยไทยดำบันทึกกัมมัฏฐานแบบลำดับมากรุงเทพฯ ด้วย แล้วรัชกาลที่ ๑ ทรงตั้งท่านให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงไว้ซึ่งแบบแผนตามรักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นพระภิกษุผู้ถือตามโบราณจารย์กัมมัฏฐานแบบลำดับ ด้วยความเคารพในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์สาวกแต่ปางก่อน

ต้นที่มา โดยรวมของเรื่อง

หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

ขอบคุณภาพจากhttp://www.ounamilit.com/,http://www.bloggang.com/,http://www.rmutphysics.com/,
[/quote]


==========================================

ข่าวสารเกี่ยวกับพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คุณควรรู้



oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ



http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22489#msg22489

==========================================



   
ขั้นตอนการเริ่มนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22518#msg22518



สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, LEOzenith

หัวข้อกระทู้นี้, มี 2 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 13, 2012, 11:02:36 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #107 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2012, 10:40:33 PM »


เชิญปฏิบัติธรรม เสาร์-อาทิตย์ที่28-29 ปลายเดือนก.ค.55 ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม ถนนอิสรภาพ ซ.อิสรภาพ23 บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯโทร.084-651-7023
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม (พลับ)
 
ถนนอิสรภาพ ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ โทร.084-651-7023
 

กำหนดการ
 
กำหนดการปฏิบัติธรรมปลายเดือนกรกฏาคม  55
 
 วันเสาร์ที่ 28 กรกฏาคม   2555 ขึ้น 10  ค่ำ เดือน  8 - 8  
 
      เวลา 09.30-10.15             ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน  
 
     เวลา 10.15-11.00           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
      เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
     เวลา 14.00-16.30            นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม  ตอบถามปัญหา
 
     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  พักผ่อนตามอัธยาศัย  
 
    วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม  2555  ขึ้น 11 ค่ำ เดือน  8 -8
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            ร่วมอุปสมบทพระภิกษุ  ฉลองพระใหม่ ฟังพระเจริญพระพุทธมนต์
 
                                                  พระภิกษุฉันเพล 9 รูป
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว  
 
    เวลา 16.30-17.00                สวดธรรมจักร พิธีพุทธาภิเศก  ลาศีลกลับบ้าน


==================================




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.somdechsuk.org




ติดต่อได้ที่ หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]


รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023




รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด


============


ความสำคัญโดยย่อ ของ
พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำหรับพระพุทธศาสนาในไทยนั้นสำคัญขนาดที่ว่า  พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


***ข้อควรรู้ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)





ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย

===============================================================

กัมมัฏฐาน ๓ ยุค

credit :nathaponson ;http://www.madchima.org





ประณามพจน์ปฐมบทเรื่องของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ
(ประณาม ก. น้อมไหว้ เช่น ขอประณามบาทบงสุ์พระทรงศรี.)

   บทความนี้เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้บันทึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่สุด ในประวัติศาตร์ของชาติสยามในเรื่องพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯที่ผ่านมาเพราะพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯเป็นการดำรงรักษาวิธีการกล่อมเกลา จิตใจเพื่อยกระดับภูมิจิตภูมิธรรมที่พระเถรานุเถระแต่ครั้งอดีตได้บำเพ็ญ ฝึกฝน เป็นการฝึกจิตระดับเจโตวิมุติที่เพียบพร้อมทั้งสมาธิที่เป็นบาทฐานของอิทธิ ปาฏิหาริย์ที่เหนือปกติธรรมดาและหากน้อมปฏิบัติตามมรรคมีองค์- ๘ ก็จะเห็นแจ้งในสัจธรรมได้ไม่ยากเป็นทางประเสริฐที่อาจทำให้ผู้ก้าวไปบรรลุสู่ความสงบที่แท้จริง

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯมีความสำเร็จได้ประโยชน์ในสองส่วน เป็นทั้งการบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้นและได้อิทธิฤทธิ์ ไปพร้อมกัน

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นได้รวมพุทธธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดขั้นตอนทั้งการปฏิบัติสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงพุทธธรรมอื่นๆที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว


พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

     ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม
     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร
     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.
     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่
ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ




     บทความนี้ไม่อาจจะสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความเมตตาข้อมูลจากท่านพระครู สังฆรักษ์ (วีระ)ฐานวีโร แห่งวัดราชสิทธาราม(พลับ) กทม. ที่ ให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆอย่างมิรู้เบื่อหน่ายต่อคำซักไซ้ไล่เรียงของผู้เขียน

     แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยจากกิจทางพระศาสนาเพียงใดก็ตาม ด้วยกำลังใจที่แน่วแน่ของพระคุณเจ้าท่านนี้ที่มุ่งมั่นในการดำรงรักษามรดก ล้ำค่าของพระพุทธศาสนาชิ้นเอกเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของสุวรรณภูมิให้คง อยู่เพื่อลูกหลานอนุชนรุ่นต่อไป เป็นการช่วยการรักษาแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตามรอยเท้าบูรพาจารย์ แต่ครั้งอดีตนับล่วงได้ ๑๘๐๐ ปี

     อานิสงส์ประการใดที่ได้จากการรักษา เผยแพร่ มรดกพุทธธรรมอันยอดยิ่งนี้ขอจงสัมฤทธิ์ ผลแก่บูรพาจารย์ บุพพการี ผู้มีบุพกรรมร่วมกันทั้งส่วนกุศลกรรมและอกุศลกรรม เทพยดานับถ้วนทั่วจากภูมิมนุษย์จนพรหมโลกจรดขอบจักรวาล ตลอดจนญาติกัลยาณมิตร
     สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิจงโปรดสำรวมจิตตั้งมั่นในสัมมาทิฎฐิ น้อมใจรำลึกคุณพระบรมศาสดาศรีศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า ในภัทรกัปนี้แล้ว

     อนุโมทนาในกุศลเจตนาครั้งนี้จะก่อเกิดเป็นมหากุศล ให้ทุกท่านถึง “ธรรม” ถ้วนทั่วทุกตัวตนเป็นผู้ถึงสุขที่แท้พ้นภัยภายนอกและภายในทุกกาลสมัยเทอญ




ความเป็นมาของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

      แต่ครั้งพุทธกาลที่พระบรมศาสดาศรีศากยมุนีสมณโคดมยังทรงพระชนม์ชีพทรง อุตสาหะสั่งสอนให้กุลบุตรทั้งหลายฝึกสมาธิ ตั้งสมาธิ ยังสมาธิอบรมสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา พิจารณาเพื่อความหลุดพ้น ได้มรรคได้ผล อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา  

      
(ข้อด้านล่างนั้นคัดมาจากข้อมูลเท่าที่ปรากฎและเท่าที่ทราบครับซึ่งหากมีความผิดพลาดประการใดต้องกราบขอขมาพระรัตนตรัยมาณที่นี้ครับ)


  

  




การสอนกัมมัฏฐานการบอกกัมมัฏฐานแบ่งออกเป็น ๓ ยุคได้คร่าวๆ

   ๑. ยุคที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่และทรงเริ่มประกาศศาสนา พระองค์ทรงประกอบด้วยทศพลญาณ คือ กำลังของพระพุทธเจ้า ๑๐ ประการ มีฐานาฐานญาน เป็นต้น มีอาสวักขยญาณเป็นปริโยสาน
   ฉะนั้น พระองค์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่ถึงพร้อมด้วยประการทั้งปวง
   ดังนั้นการศึกษาพระกัมมัฏฐานตามแบบที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติและสั่งสอนสาวกไว้แล้วเท่านั้นจึงสมควร




(เมื่อพูดถึงจุดนี้ก็อยากทวนความจำถึงจุดเริ่มต้นของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้ท่านได้ทราบอีกครั้ง;ในยุคสมัยพุทธกาลนั้น พระราหุลมหาเถระเจ้า ได้บรรลุอรหันต์เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

พระองค์ ได้สอบถามกับพระพุทธองค์ว่าพุทธองค์มีการปฎิบัติกรรมฐานอย่างใด และท่านได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่อีกทั้งท่านยังได้ ไปเรียนรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมกับพระอรหันต์สาวกองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และรวบรวมการปฎิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนาไว้เป็นด้วยกันเป็นการฝึกฝนแบบตามลำดับขั้นตอน

จากนั้นจึงกำเนิดการเรียนรู้กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ในขอบเขตของบวรพระพุทธศาสนาขึ้น จากการเรียบเรียงของพระราหุลนั่นเอง)


   ๒. ยุคของพระอสีติมหาสาวก ๘๐ พระองค์ ;พระอรหันตสาวก;พระอริยะ และพระสาวกอื่นๆ

พระภิกษุสงฆ์ทั่วไปและพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเสขบุคคลคือยังไม่ได้บรรลุอรหัตตผลก็ล้วนแล้วแต่เรียนศึกษาและปฎิบัติตามพระกรรมฐานแบบลำดับทั้งสิ้นแล้วแต่ว่าจะศึกษากับพระอสีติมหาสาวกพระอรหันตสาวกหรือพระอริยะ องค์ใด     พระอาจารย์ทุกท่านล้วนบอกพระกรรมฐานแบบลำดับให้ลูกศิษย์ทั้งสิ้นตามแต่ผู้ใดไปได้ช้าหรือเร็วประการใด

   ความสำคัญตรงนี้พระอาจารย์ได้บอกไว้ว่า

ขั้นตอนการฝึกพระกรรมฐานแบบลำดับซึ่งฝึกกันเป็นมาตรฐานตั้งแต่พุทธกาลนั้นผู้ฝึกล้วนต้องผ่านการฝึกเป็นขั้นๆแต่สมัยพุทธกาลนั้น
คนมีบุญบารมีมีมากมาย
ทำให้จิตผ่านแต่ละลำดับได้อย่างรวดเร็วคือผ่านจาก
รูปกรรมฐาน
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ

อย่างรวดเร็วจนถึงห้องอานาปานสติกรรมฐานและจิตเข้าสู่มรรคผลอย่างรวดเร็วจนทำให้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป ว่าเริ่มที่อานาปานสติได้เลยแต่จริงๆหาได้เป็นเช่นนั้นไม่เพราะต้องเริ่มที่ ห้องพระปีติทั้ง5 ซึ่งตั้งต้นที่พระขุททะกาปีติ

โดยเริ่มตั้งองค์ภาวนา ว่าพุท-โธ  ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้     ตั้งใต้นาภีคือสะดือ 2นิ้วมือ เป็นบาทฐาน

   (ส่วนขององค์พระราหุลมหาเถระเจ้าก็ได้ทรงสอนพระกรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมา)และมีศิษย์ของท่านสืบทอดพระกรรมฐานแบบลำดับมาเรื่อยๆ


   ๓. ยุคเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระมหาอสีติสาวกปรินิพพานแล้ว พระภิกษุทั้งหลายจะบอกกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯซึ่งเป็นกรรมฐานแบบมาตรฐาน)เท่านั้น  


     อีกทั้งภิกษุในสมัยพระพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวกนิพพานแล้ว ท่านเคารพในพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์ และรู้ประมาณในวิสัยของท่านเอง




     ดังนั้น พระกรรมฐานแต่โบราณจึงบอกกัมมัฏฐานแก่ผู้อื่นด้วย"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"เท่านั้น (พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)
     ผู้เรียนแบบลำดับแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเองว่า กัมมัฏฐานกองไหน
     จะต้องกับ "จริตหรือจริยาที่เป็นอาจิณกรรมในภพก่อนๆ" ของตนเองคือจะขึ้นมาเอง(แต่สำคัญที่ว่าต้องผ่านการเรียน"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"แล้วจากพระอาจารย์ผู้ประกอบด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิคือผู้เป็นกัลยาณมิตรนั่นเอง )


    

     กัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)นี้เข้ามาสู่สุวรรณภูมิเมื่อหลังตติยสังคายนาในสมัยพระ เจ้าอโศกมหาราช โดยส่งพระโสณกเถรและพระอุตรเถรมายังสุวรรณภูมิ โดยการเล่าเรียนสืบ ๆ กันมา ยังไม่มีการจดบันทึก

     การเรียนแบบพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนี้สืบทอดเรื่อยๆ มาจนถึงยุคกรุงสุโขทัย มากรุงศรีอยุธยา และครั้งกรุงสุโขทัยนั้น พระคัมภีร์วิสุทธิมรรค ก็ได้มีการนำมาเผยแพร่ด้วยโบราณาจารย์กล่าวว่า คัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เป็นคัมภีร์ปฏิบัติที่เน้นปริยัติ จึงทำให้พระสงฆ์ที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานในสมัยนั้นมีความรู้ทั้งทางปฏิบัติและ ปริยัติ ภาคปฏิบัติดี จึงมีความรู้เชี่ยวชาญมาก

      เมื่อถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชการที่ ๑ ได้อาราธนาพระอธิการสุก วัดท่าหอยแขวงกรุงเก่า มากรุงเทพ ฯ
      เมื่อท่านมานั้น ได้นำตำราสมุดข่อยไทยดำบันทึกกัมมัฏฐานแบบลำดับมากรุงเทพฯ ด้วย แล้วรัชกาลที่ ๑ ทรงตั้งท่านให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงไว้ซึ่งแบบแผนตามรักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นพระภิกษุผู้ถือตามโบราณจารย์กัมมัฏฐานแบบลำดับ ด้วยความเคารพในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์สาวกแต่ปางก่อน

ต้นที่มา โดยรวมของเรื่อง

หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

ขอบคุณภาพจากhttp://www.ounamilit.com/,http://www.bloggang.com/,http://www.rmutphysics.com/,
[/quote]


==========================================

ข่าวสารเกี่ยวกับพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คุณควรรู้



oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ



http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22489#msg22489

==========================================



   
ขั้นตอนการเริ่มนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22518#msg22518



สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 1 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 19, 2012, 10:45:46 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #108 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2012, 08:18:30 PM »

เชิญเข้าปฏิบัติธรรมวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 28-29ก.ค๒๕๕๕ ที่คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม โทร. ๐๘๔-๖๕๑-๗๐๒๓ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

 

กำหนดการปฏิบัติธรรมปลายเดือนกรกฏาคม  55
 
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม (พลับ)
 
ถนนอิสรภาพ ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ โทร.084-651-7023
 

กำหนดการ
 
 กำหนดการปฏิบัติธรรมปลายเดือนกรกฏาคม  55
 
 วันเสาร์ที่ 28 กรกฏาคม   2555 ขึ้น 10  ค่ำ เดือน  8 - 8  
 
      เวลา 09.30-10.15             ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน  
 
     เวลา 10.15-11.00           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
      เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
     เวลา 14.00-16.30            นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม  ตอบถามปัญหา
 
     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  พักผ่อนตามอัธยาศัย  
 
    วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฏาคม  2555  ขึ้น 11 ค่ำ เดือน  8 -8
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            ร่วมอุปสมบทพระภิกษุ  ฉลองพระใหม่ ฟังพระเจริญพระพุทธมนต์
 
                                                  พระภิกษุฉันเพล 9 รูป
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว  
 
    เวลา 16.30-17.00                สวดธรรมจักร พิธีพุทธาภิเศก  ลาศีลกลับบ้าน

 
==================================




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.somdechsuk.org




ติดต่อได้ที่ หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]


รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023




รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด


============


ความสำคัญโดยย่อ ของ
พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำหรับพระพุทธศาสนาในไทยนั้นสำคัญขนาดที่ว่า  พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


***ข้อควรรู้ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)





ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย

===============================================================

กัมมัฏฐาน ๓ ยุค

credit :nathaponson ;http://www.madchima.org





ประณามพจน์ปฐมบทเรื่องของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ
(ประณาม ก. น้อมไหว้ เช่น ขอประณามบาทบงสุ์พระทรงศรี.)

   บทความนี้เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้บันทึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่สุด ในประวัติศาตร์ของชาติสยามในเรื่องพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯที่ผ่านมาเพราะพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯเป็นการดำรงรักษาวิธีการกล่อมเกลา จิตใจเพื่อยกระดับภูมิจิตภูมิธรรมที่พระเถรานุเถระแต่ครั้งอดีตได้บำเพ็ญ ฝึกฝน เป็นการฝึกจิตระดับเจโตวิมุติที่เพียบพร้อมทั้งสมาธิที่เป็นบาทฐานของอิทธิ ปาฏิหาริย์ที่เหนือปกติธรรมดาและหากน้อมปฏิบัติตามมรรคมีองค์- ๘ ก็จะเห็นแจ้งในสัจธรรมได้ไม่ยากเป็นทางประเสริฐที่อาจทำให้ผู้ก้าวไปบรรลุสู่ความสงบที่แท้จริง

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯมีความสำเร็จได้ประโยชน์ในสองส่วน เป็นทั้งการบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้นและได้อิทธิฤทธิ์ ไปพร้อมกัน

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นได้รวมพุทธธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดขั้นตอนทั้งการปฏิบัติสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงพุทธธรรมอื่นๆที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว


พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

     ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม
     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร
     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.
     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่
ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ




     บทความนี้ไม่อาจจะสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความเมตตาข้อมูลจากท่านพระครู สังฆรักษ์ (วีระ)ฐานวีโร แห่งวัดราชสิทธาราม(พลับ) กทม. ที่ ให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆอย่างมิรู้เบื่อหน่ายต่อคำซักไซ้ไล่เรียงของผู้เขียน

     แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยจากกิจทางพระศาสนาเพียงใดก็ตาม ด้วยกำลังใจที่แน่วแน่ของพระคุณเจ้าท่านนี้ที่มุ่งมั่นในการดำรงรักษามรดก ล้ำค่าของพระพุทธศาสนาชิ้นเอกเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของสุวรรณภูมิให้คง อยู่เพื่อลูกหลานอนุชนรุ่นต่อไป เป็นการช่วยการรักษาแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตามรอยเท้าบูรพาจารย์ แต่ครั้งอดีตนับล่วงได้ ๑๘๐๐ ปี

     อานิสงส์ประการใดที่ได้จากการรักษา เผยแพร่ มรดกพุทธธรรมอันยอดยิ่งนี้ขอจงสัมฤทธิ์ ผลแก่บูรพาจารย์ บุพพการี ผู้มีบุพกรรมร่วมกันทั้งส่วนกุศลกรรมและอกุศลกรรม เทพยดานับถ้วนทั่วจากภูมิมนุษย์จนพรหมโลกจรดขอบจักรวาล ตลอดจนญาติกัลยาณมิตร
     สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิจงโปรดสำรวมจิตตั้งมั่นในสัมมาทิฎฐิ น้อมใจรำลึกคุณพระบรมศาสดาศรีศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า ในภัทรกัปนี้แล้ว

     อนุโมทนาในกุศลเจตนาครั้งนี้จะก่อเกิดเป็นมหากุศล ให้ทุกท่านถึง “ธรรม” ถ้วนทั่วทุกตัวตนเป็นผู้ถึงสุขที่แท้พ้นภัยภายนอกและภายในทุกกาลสมัยเทอญ




ความเป็นมาของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

      แต่ครั้งพุทธกาลที่พระบรมศาสดาศรีศากยมุนีสมณโคดมยังทรงพระชนม์ชีพทรง อุตสาหะสั่งสอนให้กุลบุตรทั้งหลายฝึกสมาธิ ตั้งสมาธิ ยังสมาธิอบรมสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา พิจารณาเพื่อความหลุดพ้น ได้มรรคได้ผล อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา  

      
(ข้อด้านล่างนั้นคัดมาจากข้อมูลเท่าที่ปรากฎและเท่าที่ทราบครับซึ่งหากมีความผิดพลาดประการใดต้องกราบขอขมาพระรัตนตรัยมาณที่นี้ครับ)


  

  




การสอนกัมมัฏฐานการบอกกัมมัฏฐานแบ่งออกเป็น ๓ ยุคได้คร่าวๆ

   ๑. ยุคที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่และทรงเริ่มประกาศศาสนา พระองค์ทรงประกอบด้วยทศพลญาณ คือ กำลังของพระพุทธเจ้า ๑๐ ประการ มีฐานาฐานญาน เป็นต้น มีอาสวักขยญาณเป็นปริโยสาน
   ฉะนั้น พระองค์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่ถึงพร้อมด้วยประการทั้งปวง
   ดังนั้นการศึกษาพระกัมมัฏฐานตามแบบที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติและสั่งสอนสาวกไว้แล้วเท่านั้นจึงสมควร




(เมื่อพูดถึงจุดนี้ก็อยากทวนความจำถึงจุดเริ่มต้นของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้ท่านได้ทราบอีกครั้ง;ในยุคสมัยพุทธกาลนั้น พระราหุลมหาเถระเจ้า ได้บรรลุอรหันต์เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

พระองค์ ได้สอบถามกับพระพุทธองค์ว่าพุทธองค์มีการปฎิบัติกรรมฐานอย่างใด และท่านได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่อีกทั้งท่านยังได้ ไปเรียนรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมกับพระอรหันต์สาวกองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และรวบรวมการปฎิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนาไว้เป็นด้วยกันเป็นการฝึกฝนแบบตามลำดับขั้นตอน

จากนั้นจึงกำเนิดการเรียนรู้กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ในขอบเขตของบวรพระพุทธศาสนาขึ้น จากการเรียบเรียงของพระราหุลนั่นเอง)


   ๒. ยุคของพระอสีติมหาสาวก ๘๐ พระองค์ ;พระอรหันตสาวก;พระอริยะ และพระสาวกอื่นๆ

พระภิกษุสงฆ์ทั่วไปและพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเสขบุคคลคือยังไม่ได้บรรลุอรหัตตผลก็ล้วนแล้วแต่เรียนศึกษาและปฎิบัติตามพระกรรมฐานแบบลำดับทั้งสิ้นแล้วแต่ว่าจะศึกษากับพระอสีติมหาสาวกพระอรหันตสาวกหรือพระอริยะ องค์ใด     พระอาจารย์ทุกท่านล้วนบอกพระกรรมฐานแบบลำดับให้ลูกศิษย์ทั้งสิ้นตามแต่ผู้ใดไปได้ช้าหรือเร็วประการใด

   ความสำคัญตรงนี้พระอาจารย์ได้บอกไว้ว่า

ขั้นตอนการฝึกพระกรรมฐานแบบลำดับซึ่งฝึกกันเป็นมาตรฐานตั้งแต่พุทธกาลนั้นผู้ฝึกล้วนต้องผ่านการฝึกเป็นขั้นๆแต่สมัยพุทธกาลนั้น
คนมีบุญบารมีมีมากมาย
ทำให้จิตผ่านแต่ละลำดับได้อย่างรวดเร็วคือผ่านจาก
รูปกรรมฐาน
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ

อย่างรวดเร็วจนถึงห้องอานาปานสติกรรมฐานและจิตเข้าสู่มรรคผลอย่างรวดเร็วจนทำให้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป ว่าเริ่มที่อานาปานสติได้เลยแต่จริงๆหาได้เป็นเช่นนั้นไม่เพราะต้องเริ่มที่ ห้องพระปีติทั้ง5 ซึ่งตั้งต้นที่พระขุททะกาปีติ

โดยเริ่มตั้งองค์ภาวนา ว่าพุท-โธ  ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้     ตั้งใต้นาภีคือสะดือ 2นิ้วมือ เป็นบาทฐาน

   (ส่วนขององค์พระราหุลมหาเถระเจ้าก็ได้ทรงสอนพระกรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมา)และมีศิษย์ของท่านสืบทอดพระกรรมฐานแบบลำดับมาเรื่อยๆ


   ๓. ยุคเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระมหาอสีติสาวกปรินิพพานแล้ว พระภิกษุทั้งหลายจะบอกกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯซึ่งเป็นกรรมฐานแบบมาตรฐาน)เท่านั้น  


     อีกทั้งภิกษุในสมัยพระพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวกนิพพานแล้ว ท่านเคารพในพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์ และรู้ประมาณในวิสัยของท่านเอง




     ดังนั้น พระกรรมฐานแต่โบราณจึงบอกกัมมัฏฐานแก่ผู้อื่นด้วย"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"เท่านั้น (พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)
     ผู้เรียนแบบลำดับแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเองว่า กัมมัฏฐานกองไหน
     จะต้องกับ "จริตหรือจริยาที่เป็นอาจิณกรรมในภพก่อนๆ" ของตนเองคือจะขึ้นมาเอง(แต่สำคัญที่ว่าต้องผ่านการเรียน"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"แล้วจากพระอาจารย์ผู้ประกอบด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิคือผู้เป็นกัลยาณมิตรนั่นเอง )


    

     กัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)นี้เข้ามาสู่สุวรรณภูมิเมื่อหลังตติยสังคายนาในสมัยพระ เจ้าอโศกมหาราช โดยส่งพระโสณกเถรและพระอุตรเถรมายังสุวรรณภูมิ โดยการเล่าเรียนสืบ ๆ กันมา ยังไม่มีการจดบันทึก

     การเรียนแบบพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนี้สืบทอดเรื่อยๆ มาจนถึงยุคกรุงสุโขทัย มากรุงศรีอยุธยา และครั้งกรุงสุโขทัยนั้น พระคัมภีร์วิสุทธิมรรค ก็ได้มีการนำมาเผยแพร่ด้วยโบราณาจารย์กล่าวว่า คัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เป็นคัมภีร์ปฏิบัติที่เน้นปริยัติ จึงทำให้พระสงฆ์ที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานในสมัยนั้นมีความรู้ทั้งทางปฏิบัติและ ปริยัติ ภาคปฏิบัติดี จึงมีความรู้เชี่ยวชาญมาก

      เมื่อถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชการที่ ๑ ได้อาราธนาพระอธิการสุก วัดท่าหอยแขวงกรุงเก่า มากรุงเทพ ฯ
      เมื่อท่านมานั้น ได้นำตำราสมุดข่อยไทยดำบันทึกกัมมัฏฐานแบบลำดับมากรุงเทพฯ ด้วย แล้วรัชกาลที่ ๑ ทรงตั้งท่านให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงไว้ซึ่งแบบแผนตามรักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นพระภิกษุผู้ถือตามโบราณจารย์กัมมัฏฐานแบบลำดับ ด้วยความเคารพในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์สาวกแต่ปางก่อน

ต้นที่มา โดยรวมของเรื่อง

หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

ขอบคุณภาพจากhttp://www.ounamilit.com/,http://www.bloggang.com/,http://www.rmutphysics.com/,
[/quote]


==========================================

ข่าวสารเกี่ยวกับพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คุณควรรู้



oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ



http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22489#msg22489

==========================================



   
ขั้นตอนการเริ่มนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22518#msg22518



สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, Papada

หัวข้อกระทู้นี้, มี 2 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 27, 2012, 08:19:51 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #109 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2012, 04:26:48 PM »

กำหนดการปฏิบัติธรรมสิงหาคม 55
 
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม (พลับ)
 
ถนนอิสรภาพ ซ.อิสรภาพ23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ โทร.084-651-7023

http://www.somdechsuk.org/node/297
 

 กำหนดการปฏิบัติธรรมเดือนสิงหาคม  55
 


 
 
 วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม  2555 ขึ้น 15  ค่ำ เดือน  8 - 8 (วันอาสาฬหบูชา)
 
      เวลา 09.30-10.15             ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน  
 
     เวลา 10.15-11.00           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
      เวลา  13.00-14.00           ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
     เวลา 14.00-16.30            นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม  ตอบถามปัญหา
 
     เวลา 16.30-17.00            ทำวัตรเย็น  พักผ่อนตามอัธยาศัย
 
     เวลา ๑๙.๐๐ -๒๐.๐๐น.  ฟังเทศในพระอุโบสถ -เวียนเทียน  
 
    วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม  2555  แรม 1 ค่ำ เดือน  8 -8  (วันเข้าพรรษา)
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            รับประทานอาหารเช้า นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
    เวลา 14.00-15.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว  
 
    เวลา 1530-17.00                 ถวายผ้าอาบน้ำฝน  ในพระอุโบสถ
 
                                                (พระสงฆ์ทำปาวารนาเข้าพรรษา)
 
    วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม  2555  แรม 2 ค่ำ เดือน  8 -8
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            รับประทานอาหารเช้า นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว  
 
    เวลา 16.30-17.00                 ทำวัตรเย็น
 
    วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม  2555  แรม 3 ค่ำ เดือน  8 -8
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            รับประทานอาหารเช้า นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย  
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ  
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว  
 

    เวลา 16.30-17.00                 ทำวัตร สวดธรรมจักร
 
                                    กำหนดปฏิบัติธรรม สิงหาราชินี ทรงพระชนมายุครบ 80 พระพรรษา
 
   วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม  2555  แรม 9 ค่ำ เดือน  8 -8
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ลงทะเบียน รับอาหารเช้า รับศีล ขึ้นกรรมฐาน  
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            รับประทานอาหารเช้า นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว

    เวลา 16.30-17.00                 ทำวัตรเย็น
 
    วันอาทิตย์ที่ 12  สิงหาคม  2555  แรม 10 ค่ำ เดือน  8 -8
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            รับประทานอาหารเช้า นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว

    เวลา 16.30-17.00                 ทำวัตร สวดธรรมจักร ถวายพระราชินี
 
                                                 เวลา ค่า แสดงมุทิตาจิต ผู้ที่ได้รับสมณะศักดิ์
 
    วันจันทร์ที่ 13  สิงหาคม  2555  แรม 11 ค่ำ เดือน  8 -8
 
      เวลา 06.30- 07.00 น.            ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา   รับอาหารเช้า
 
     เวลา 07.30-08.00 น.            รับประทานอาหารเช้า นั่งกรรมฐาน เดินจงกรม
 
     เวลา 11.00 – 13.00น.           รับประทานอาหารกลางวัน  ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย
 
    เวลา  13.00-14.00                 ฟังธรรมบรรยาย ถามปัญหาธรรม พักดื่มน้ำปานะ
 
    เวลา 14.00-16.30                  เจริญจิตภาวนา เดินจงกรม   ทำธุระส่วนตัว


    เวลา 16.30-17.00                 ทำวัตร สวดธรรมจักร  ลาศีล กลับบ้าน

=============


==================================




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.somdechsuk.org




ติดต่อได้ที่ หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]


รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023




รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด


============


ความสำคัญโดยย่อ ของ
พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับสำหรับพระพุทธศาสนาในไทยนั้นสำคัญขนาดที่ว่า  พระมหากษัตริย์ในแทบจะทุกยุคของไทยแลแถบสุวรรณภูมิตั้งแต่สมัย ทวารวดี  สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ทรงให้ความใส่ใจและทรงศึกษาเพื่อรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้คงอยู่ตลอดมา รัชกาลที่1-2-3-4นั้นก็ยังทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนี้กับสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)


***ข้อควรรู้ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงสังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ(กรรมฐานมัชฌิมา)





ใน ขณะนั้น พระกรรมฐานและเนื้อหาการเรียนรู้ในบวรพระุพุทธศาสนายังไม่้เรียบร้อยและไม่เป็นหมวดหมู่ดีนัก
ล้นเกล้ารัชกาลที่สองทรงเล็งเห็นว่าจะเป็นภัยแก่พระศาสนาที่คนรุ่นต่อไปจะหา ของจริงที่ถูกต้องไว้เล่าเรียนไม่ได้จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ทำ สังคายนาพระกัมมัฏฐานแบบลำดับ ไว้เป็นหมวดหมู่ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ทรงเป็นองค์ประธาน ในการชุมนุมพระสงฆ์สังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๔

อนึ่งมูลเหตุของการทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับนั้นเกิดจากการพูดคุยสนทนากัน ในหมู่พระสงฆ์จากหัวเมืองและชานกรุงว่า  ...... การปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ถูกการปฎิบัติกรรมฐานอย่างนี้ผิด เสียงวิจารณ์เล่าลือขยายไปทั่วกรุงรัตนโกสินทร์ .......


ความนั้นทราบไปถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการคณะสงฆ์  เจ้านายชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่สองท่านนั้น จึงนำความทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทราบฝ่าพระบาท

ต่อมาจึงมีการประสานงานระหว่างทางราชการและคณะสงฆ์ให้ชุมนุมสงฆ์  ทำการประชุมสังคายนาพระกรรมฐานขึ้น3วัน ....พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานถวาย ภัตตาหาร น้ำปานะ แด่พระสงฆ์ ๓ เพลาทุกวัน


ซึ่งพระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นต่อมาก็ได้เผยแพร่สืบต่อกันเรื่อยๆมาอย่างไม่ขาดสายสมกับ พระราชประสงค์ จนถึง พระสังวรานุวงศ์เถระ(ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม ปรากฏว่า พระกัมมัฎฐานแบบลำดับนั้นรุ่งเรืองมาก มีภิกษุ สามเณร ร่ำเรียนมากมาย

===============================================================

กัมมัฏฐาน ๓ ยุค

credit :nathaponson ;http://www.madchima.org





ประณามพจน์ปฐมบทเรื่องของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ
(ประณาม ก. น้อมไหว้ เช่น ขอประณามบาทบงสุ์พระทรงศรี.)

    บทความนี้เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้บันทึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าที่สุด ในประวัติศาตร์ของชาติสยามในเรื่องพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯที่ผ่านมาเพราะพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯเป็นการดำรงรักษาวิธีการกล่อมเกลา จิตใจเพื่อยกระดับภูมิจิตภูมิธรรมที่พระเถรานุเถระแต่ครั้งอดีตได้บำเพ็ญ ฝึกฝน เป็นการฝึกจิตระดับเจโตวิมุติที่เพียบพร้อมทั้งสมาธิที่เป็นบาทฐานของอิทธิ ปาฏิหาริย์ที่เหนือปกติธรรมดาและหากน้อมปฏิบัติตามมรรคมีองค์- ๘ ก็จะเห็นแจ้งในสัจธรรมได้ไม่ยากเป็นทางประเสริฐที่อาจทำให้ผู้ก้าวไปบรรลุสู่ความสงบที่แท้จริง

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯมีความสำเร็จได้ประโยชน์ในสองส่วน เป็นทั้งการบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้นและได้อิทธิฤทธิ์ ไปพร้อมกัน

     พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นได้รวมพุทธธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดขั้นตอนทั้งการปฏิบัติสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงพุทธธรรมอื่นๆที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว


พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนั้นเป็นการปฏิบัติจิต ปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาที่ชาวสุวรรณภูมิยึดถือปฏิบัติมาตลอด

นับแต่ครั้งกรุง สุโขทัย บรรดาพระอริยะเจ้าและพระเถระในอดีตต่างเคยฝึกฝนอบรมภูมิจิตภูมิธรรมในแนวพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

     ไม่ว่าจะเป็นพระมหาเถระคันฉ่อง (สมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้ว ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จสวามีรามคุณูปมาจารย์(ปู)ที่รู้จักกันในนามสมเด็จเจ้าพะโคะ(หลวงปู่ ทวดแห่งสทิงพระ) สมเด็จพระสังฆราชสุก(ไก่เถื่อน)ก็ล้วนแล้วแต่ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ

     แม้พระอมตเถระที่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เลื่องลือด้านอิทธิฤทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์เป็นที่ศรัทธาแก่มหาชนชาวพุทธ อย่างเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม
     พระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุข)วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
     หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน จ.พิจิตร
     หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.
     ซึ่งที่กล่าวนามท่านมาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเราว่าท่านเหล่านั้นทรงภูมิจิตภูมิธรรมสูงส่งเพียงใดก็ล้วนแล้วแต่
ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯทั้งสิ้นท่านทราบหรือไม่ครับ




    บทความนี้ไม่อาจจะสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความเมตตาข้อมูลจากท่านพระครู สังฆรักษ์ (วีระ)ฐานวีโร แห่งวัดราชสิทธาราม(พลับ) กทม. ที่ ให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆอย่างมิรู้เบื่อหน่ายต่อคำซักไซ้ไล่เรียงของผู้เขียน

     แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยจากกิจทางพระศาสนาเพียงใดก็ตาม ด้วยกำลังใจที่แน่วแน่ของพระคุณเจ้าท่านนี้ที่มุ่งมั่นในการดำรงรักษามรดก ล้ำค่าของพระพุทธศาสนาชิ้นเอกเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของสุวรรณภูมิให้คง อยู่เพื่อลูกหลานอนุชนรุ่นต่อไป เป็นการช่วยการรักษาแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตามรอยเท้าบูรพาจารย์ แต่ครั้งอดีตนับล่วงได้ ๑๘๐๐ ปี

     อานิสงส์ประการใดที่ได้จากการรักษา เผยแพร่ มรดกพุทธธรรมอันยอดยิ่งนี้ขอจงสัมฤทธิ์ ผลแก่บูรพาจารย์ บุพพการี ผู้มีบุพกรรมร่วมกันทั้งส่วนกุศลกรรมและอกุศลกรรม เทพยดานับถ้วนทั่วจากภูมิมนุษย์จนพรหมโลกจรดขอบจักรวาล ตลอดจนญาติกัลยาณมิตร
     สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกภพภูมิจงโปรดสำรวมจิตตั้งมั่นในสัมมาทิฎฐิ น้อมใจรำลึกคุณพระบรมศาสดาศรีศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า ในภัทรกัปนี้แล้ว

    อนุโมทนาในกุศลเจตนาครั้งนี้จะก่อเกิดเป็นมหากุศล ให้ทุกท่านถึง “ธรรม” ถ้วนทั่วทุกตัวตนเป็นผู้ถึงสุขที่แท้พ้นภัยภายนอกและภายในทุกกาลสมัยเทอญ




ความเป็นมาของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ

      แต่ครั้งพุทธกาลที่พระบรมศาสดาศรีศากยมุนีสมณโคดมยังทรงพระชนม์ชีพทรง อุตสาหะสั่งสอนให้กุลบุตรทั้งหลายฝึกสมาธิ ตั้งสมาธิ ยังสมาธิอบรมสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา พิจารณาเพื่อความหลุดพ้น ได้มรรคได้ผล อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา 

     
(ข้อด้านล่างนั้นคัดมาจากข้อมูลเท่าที่ปรากฎและเท่าที่ทราบครับซึ่งหากมีความผิดพลาดประการใดต้องกราบขอขมาพระรัตนตรัยมาณที่นี้ครับ)


   

 




การสอนกัมมัฏฐานการบอกกัมมัฏฐานแบ่งออกเป็น ๓ ยุคได้คร่าวๆ

   ๑. ยุคที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่และทรงเริ่มประกาศศาสนา พระองค์ทรงประกอบด้วยทศพลญาณ คือ กำลังของพระพุทธเจ้า ๑๐ ประการ มีฐานาฐานญาน เป็นต้น มีอาสวักขยญาณเป็นปริโยสาน
   ฉะนั้น พระองค์จึงเป็นกัลยาณมิตรที่ถึงพร้อมด้วยประการทั้งปวง
   ดังนั้นการศึกษาพระกัมมัฏฐานตามแบบที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติและสั่งสอนสาวกไว้แล้วเท่านั้นจึงสมควร




(เมื่อพูดถึงจุดนี้ก็อยากทวนความจำถึงจุดเริ่มต้นของพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับให้ท่านได้ทราบอีกครั้ง;ในยุคสมัยพุทธกาลนั้น พระราหุลมหาเถระเจ้า ได้บรรลุอรหันต์เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

พระองค์ ได้สอบถามกับพระพุทธองค์ว่าพุทธองค์มีการปฎิบัติกรรมฐานอย่างใด และท่านได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่อีกทั้งท่านยังได้ ไปเรียนรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมกับพระอรหันต์สาวกองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และรวบรวมการปฎิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนาไว้เป็นด้วยกันเป็นการฝึกฝนแบบตามลำดับขั้นตอน

จากนั้นจึงกำเนิดการเรียนรู้กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ในขอบเขตของบวรพระพุทธศาสนาขึ้น จากการเรียบเรียงของพระราหุลนั่นเอง)


   ๒. ยุคของพระอสีติมหาสาวก ๘๐ พระองค์ ;พระอรหันตสาวก;พระอริยะ และพระสาวกอื่นๆ

พระภิกษุสงฆ์ทั่วไปและพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเสขบุคคลคือยังไม่ได้บรรลุอรหัตตผลก็ล้วนแล้วแต่เรียนศึกษาและปฎิบัติตามพระกรรมฐานแบบลำดับทั้งสิ้นแล้วแต่ว่าจะศึกษากับพระอสีติมหาสาวกพระอรหันตสาวกหรือพระอริยะ องค์ใด     พระอาจารย์ทุกท่านล้วนบอกพระกรรมฐานแบบลำดับให้ลูกศิษย์ทั้งสิ้นตามแต่ผู้ใดไปได้ช้าหรือเร็วประการใด

   ความสำคัญตรงนี้พระอาจารย์ได้บอกไว้ว่า

ขั้นตอนการฝึกพระกรรมฐานแบบลำดับซึ่งฝึกกันเป็นมาตรฐานตั้งแต่พุทธกาลนั้นผู้ฝึกล้วนต้องผ่านการฝึกเป็นขั้นๆแต่สมัยพุทธกาลนั้น
คนมีบุญบารมีมีมากมาย
ทำให้จิตผ่านแต่ละลำดับได้อย่างรวดเร็วคือผ่านจาก
รูปกรรมฐาน
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ

อย่างรวดเร็วจนถึงห้องอานาปานสติกรรมฐานและจิตเข้าสู่มรรคผลอย่างรวดเร็วจนทำให้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป ว่าเริ่มที่อานาปานสติได้เลยแต่จริงๆหาได้เป็นเช่นนั้นไม่เพราะต้องเริ่มที่ ห้องพระปีติทั้ง5 ซึ่งตั้งต้นที่พระขุททะกาปีติ

โดยเริ่มตั้งองค์ภาวนา ว่าพุท-โธ  ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้     ตั้งใต้นาภีคือสะดือ 2นิ้วมือ เป็นบาทฐาน

   (ส่วนขององค์พระราหุลมหาเถระเจ้าก็ได้ทรงสอนพระกรรมฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมา)และมีศิษย์ของท่านสืบทอดพระกรรมฐานแบบลำดับมาเรื่อยๆ


   ๓. ยุคเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระมหาอสีติสาวกปรินิพพานแล้ว พระภิกษุทั้งหลายจะบอกกัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯซึ่งเป็นกรรมฐานแบบมาตรฐาน)เท่านั้น 


    อีกทั้งภิกษุในสมัยพระพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวกนิพพานแล้ว ท่านเคารพในพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์ และรู้ประมาณในวิสัยของท่านเอง




     ดังนั้น พระกรรมฐานแต่โบราณจึงบอกกัมมัฏฐานแก่ผู้อื่นด้วย"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"เท่านั้น (พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)
     ผู้เรียนแบบลำดับแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเองว่า กัมมัฏฐานกองไหน
     จะต้องกับ "จริตหรือจริยาที่เป็นอาจิณกรรมในภพก่อนๆ" ของตนเองคือจะขึ้นมาเอง(แต่สำคัญที่ว่าต้องผ่านการเรียน"พระกัมมัฏฐานแบบลำดับ"แล้วจากพระอาจารย์ผู้ประกอบด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิคือผู้เป็นกัลยาณมิตรนั่นเอง )


   

     กัมมัฏฐานแบบลำดับ(พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯ)นี้เข้ามาสู่สุวรรณภูมิเมื่อหลังตติยสังคายนาในสมัยพระ เจ้าอโศกมหาราช โดยส่งพระโสณกเถรและพระอุตรเถรมายังสุวรรณภูมิ โดยการเล่าเรียนสืบ ๆ กันมา ยังไม่มีการจดบันทึก

     การเรียนแบบพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับฯนี้สืบทอดเรื่อยๆ มาจนถึงยุคกรุงสุโขทัย มากรุงศรีอยุธยา และครั้งกรุงสุโขทัยนั้น พระคัมภีร์วิสุทธิมรรค ก็ได้มีการนำมาเผยแพร่ด้วยโบราณาจารย์กล่าวว่า คัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เป็นคัมภีร์ปฏิบัติที่เน้นปริยัติ จึงทำให้พระสงฆ์ที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานในสมัยนั้นมีความรู้ทั้งทางปฏิบัติและ ปริยัติ ภาคปฏิบัติดี จึงมีความรู้เชี่ยวชาญมาก

      เมื่อถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชการที่ ๑ ได้อาราธนาพระอธิการสุก วัดท่าหอยแขวงกรุงเก่า มากรุงเทพ ฯ
      เมื่อท่านมานั้น ได้นำตำราสมุดข่อยไทยดำบันทึกกัมมัฏฐานแบบลำดับมากรุงเทพฯ ด้วย แล้วรัชกาลที่ ๑ ทรงตั้งท่านให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงไว้ซึ่งแบบแผนตามรักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นพระภิกษุผู้ถือตามโบราณจารย์กัมมัฏฐานแบบลำดับ ด้วยความเคารพในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์สาวกแต่ปางก่อน

ต้นที่มา โดยรวมของเรื่อง

หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

ขอบคุณภาพจากhttp://www.ounamilit.com/,http://www.bloggang.com/,http://www.rmutphysics.com/,
[/quote]


==========================================

ข่าวสารเกี่ยวกับพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่คุณควรรู้



oxfordทึ่งพบแหล่งเก็บคัมภีร์กรรมฐานแบบลำดับครบถ้วนที่สุดท้ายในโลกที่วัดพลับ



http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22489#msg22489

==========================================



   
ขั้นตอนการเริ่มนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22518#msg22518

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 1 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2012, 04:28:44 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #110 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2012, 07:14:06 AM »


สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, k.sugarcane, NAJO9

หัวข้อกระทู้นี้, มี 3 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #111 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2012, 07:26:49 AM »

ภาพพระใหม่บวชที่ที่คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม



* 539091_3656851864572_954287992_n.jpg (85.55 KB, 540x720 - ดู 942 ครั้ง.)

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, k.sugarcane, NAJO9, yoknaka, Piticha

หัวข้อกระทู้นี้, มี 5 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 03, 2012, 03:16:06 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #112 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2012, 07:32:21 AM »








สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

settha, ปาฏิหาริย์, k.sugarcane, yoknaka

หัวข้อกระทู้นี้, มี 4 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #113 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 06:57:14 PM »



เชิญเป็นเจ้าภาพพิมพ์หนังสือประวัติสมเด็จสุก ไก่เถื่อน และธรรมะ(ปกแข็ง) 3000-5000เล่ม เล่มละ 100บาท

โทร. 084-651-7023 หรือ
โอนเข้าบัญชี ธนากสิกรไทย สาขาโพธิ์สามต้น
เลขที่บัญชี 067-2-83847-9 ในนาม พระวีระ สุขมีทรัพย์

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

settha, ปาฏิหาริย์, pradet, k.sugarcane, NAJO9, Papada

หัวข้อกระทู้นี้, มี 6 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 07, 2012, 10:22:14 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
k.sugarcane
สมาชิก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6

อนุโมทนา
-มอบให้: 80
-ได้รับ: 32


« ตอบ #114 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2012, 11:06:18 AM »

โอนเสร็จตะกี้ครับ ร่วมป็น เจ้าภาพพิมพ์หนังสือประวัติสมเด็จสุก ไก่เถื่อน และธรรมะ(ปกแข็ง) 3000-5000เล่ม เล่มละ 100บาท จำนวน ๕ เล่ม ครับ ?


สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, pradet, veerawong

หัวข้อกระทู้นี้, มี 3 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #115 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2012, 01:23:02 PM »


      โมทนาทุกบุญกุศลนะครับสาธุๆๆๆ


การให้ธรรมทานนั้นเป็นบุญใหญ่มากครับ


โอนเสร็จตะกี้ครับ ร่วมป็น เจ้าภาพพิมพ์หนังสือประวัติสมเด็จสุก ไก่เถื่อน และธรรมะ(ปกแข็ง) 3000-5000เล่ม เล่มละ 100บาท จำนวน ๕ เล่ม ครับ ?



สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

settha, ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 2 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 06, 2012, 01:24:51 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
pradet
สมาชิก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8

อนุโมทนา
-มอบให้: 44
-ได้รับ: 67


« ตอบ #116 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2012, 08:29:21 AM »

 ?=โอนเงินร่วมทำบุญไปเมื่อวานครับ500บาท อนุโมทนาครับที่แจ้งงานบุญมาให้ทราบ

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

veerawong

หัวข้อกระทู้นี้, มี 1 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #117 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2012, 02:07:54 PM »






ท่านที่โอนเงินไปแล้วอยากได้หนังสือเพื่อศึกษาธรรมะและข้อธรรมจากประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ตอนต้นเชิญสอบถาม พระอาจารย์วีระ สุขมีทรัพย์ได้ครับ ที่เบอร์084-651-7023
[/size]



เชิญเป็นเจ้าภาพพิมพ์หนังสือประวัติสมเด็จสุก ไก่เถื่อน และธรรมะ(ปกแข็ง) 3000-5000เล่ม เล่มละ 100บาท

โทร. 084-651-7023 หรือ
โอนเข้าบัญชี ธนากสิกรไทย สาขาโพธิ์สามต้น
เลขที่บัญชี 067-2-83847-9 ในนาม พระวีระ สุขมีทรัพย์


บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #118 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2012, 11:26:28 PM »



[/center]
ปฐมบท

กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ เป็นกรรมฐานเหมาะกับทุกจริต



โดยเริ่มแรกของผู้ปฎิบัติลำดับห้อง ในการภาวนา กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ
ในระดับขั้นต้น พระพุทธานุสสติ มี 3 ห้อง
คือรูปกรรมฐาน ตอน ๑ ได้แก่
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ
พระกรรมฐาน ๓ ห้องนี้เป็นพระกรรมฐาน สำหรับฝึกตั้งสมาธิ เป็นพระกรรมฐานต่อเนื่องของจิต จากจิตหยาบ ไปหาจิตที่ละเอียด ถึงขั้นอุปจารสมาธิเต็มขั้น หรือ เรียกว่ารูปเทียมของปฐมฌาน สอบนิมิต เป็นอารมณ์


     เมื่อจะเรียนพระกรรมฐานนั้น ต้องมอบตัวต่อพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และ อาจารย์ ผู้บอกพระกรรมฐาน โดยให้จัดเตรียม ดอกไม้ ๕ กระทง ข้าวตอก ๕ กระทง เทียน ๕ เล่ม ธูป ๕ ดอก ใส่เรียงกันในถาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า มาขึ้นในวัน พฤหัสบดี ข้างขึ้น หรือ ข้างแรมก็ได้ มาขอขึ้นกรรมฐานที่วัดราชสิทธารามคณะ5 กับพระครูสิทธิสังวร(หลวงพ่อวีระ) ผู้สืบทอดกรรมฐานมัชณิมาในยุคนี้ (โทร. 084-651-7023;weera2548@yahoo.co.th )


ถ้าผู้ใดยังไม่สะดวกมาไหว้ครูกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับหลวงพ่อว่าก็สามารถภาวนาไปก่อนได้แล้วค่อยมาไหว้ครูกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับพร้อมแจ้งอารมณ์กรรมฐานภายหลัง


จากนี้ไปจะเป็นการเริ่มนั่งกรรมฐานตามรูปแบบนะครับ เริ่มโดยกล่าวบททำวัตรพระก่อน


บททำวัตรพระ
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
(ให้ว่า ๓ หน)
พุทธํ ชีวิตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสะทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสสานํ พุทโธ ภควาติ ฯ
   เย จ พุทธา อตีตา  จ,   เย จ พุทธา อนาคตา,
   ปจฺจุปฺปนฺนา จ เย พุทธา,   อหํ วนฺทามิ สพฺพทา,
   พุทธานาหสฺมิ ทาโสว,   พุทธา เม สามิกิสฺสรา,
   พุทธานญฺ จ สิเร ปาทา,   มยฺหํ ติฏฐนฺตุ สพฺพทาฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ,   พุทโธ เม สรณํ วรํ,
   เอเตน สจฺจ วชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
   อุตฺตมํเคน วนฺเทหํ,   ปาทปงฺสุํ วรุตฺตมํ,
   พุทโธ โย ขลิโต โทโส,   พุทโธ ขมตุ ตํ มมํ ฯ
(กราบแล้วหมอบลงว่า)
         ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระพุทธเจ้า และคุณพระพุทธเจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลนานทุกเมื่อ และข้าฯจะขอเป็นข้าแห่งพระพุทธเจ้า ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ขอพระบาทบาทาของพระพุทธเจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลนานทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ข้าฯไหว้ละอองธุลีพระบาท ทั้งพระลายลักษณ์สุริยะฉาย ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด อนึ่ง โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ขอพระพุทธเจ้าจงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิด ฯ (คำแปล พระเทพโมลีกลิ่น)
(กราบ)
   ธมฺมํ ชีวิตํ ยาว นิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
   สวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญญูหีติฯ
   เย จ ธมฺมา อตีตา จ,   เย จ ธมฺมา อนาคตา,
   ปจฺจุปปนฺนา จ เย ธมฺมา,   อหํ วนฺทามิ สพฺพทาฯ
   ธมฺมา นาหสฺสมิ ทาโสว,   ธมฺมา เม สามิกิสฺสรา,
   สพฺเพ ธมฺมาปิ ติฏฐนฺตุ,   มมํ สิเรว สพฺพทาฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ,   ธมฺโม เม สรณํ วรํ,
   เอเตน สจฺจ วชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
   อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ   ธมฺมญฺ จ ทุวิธํ วรํ,
   ธมฺเม โย ขลิโต โทโส,   ธมฺโม ขมตุ ตํ มมํฯ
(กราบแล้วหมอบลงว่า)
        ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระปริยัติธรรมเจ้า และพระนวโลกุตตระธรรมเจ้า และคุณพระธรรมเจ้าในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งมวล  อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบันสิ้นกาลทุกเมื่อ แลข้าฯจะขอเป็นข้าฯแห่งพระธรรมเจ้า ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้น จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ ขอพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิดฯ
(กราบ)
   สงฺฆํ ชีวิตตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจิฉามิ ฯ
   สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสะยุคฺคานิ อฏฺฐะ ปุริสปุคะลา, เอส ภควโต สาวกสํโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทกฺขิเนยโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญญกฺเขตตํ โลกสฺสาติ
   เย จ สงฺฆา อตีตา จ   เย จ สงฺฆา อนาคตา
   ปจฺจุปปนฺนา จ เย สงฺฆา   อหํ วนฺทามิ สพฺพทา ฯ
   สงฺฆานาหสฺสมิ ทาโสว   สงฺฆา เม สามิกิสฺสรา
   เตสํ คุณาปิ ติฏฐนฺตุ   มมํ สิเรว สพฺพทา ฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ   สงฺโฆ เม สรณํ วรํ
   เอเตน สจฺจวชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมงฺคลํฯ
   อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ,   สงฺฆญฺ จ ทุวิธุตฺตมํ,
   สงฺเฆ โย ขลิโต โทโส   สงฺโฆ ขมตุ ตํ มมํ ฯ
(หมอบกราบ แล้วว่า)
           ข้าฯขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระอริยสงฆ์เจ้า และคุณพระอริยสงฆ์เจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลทุกเมื่อ และข้าฯจะขอมอบตัวเป็นข้าฯแห่งพระอริยสงฆ์เจ้า ขอพระอริยสงฆ์เจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาคุณแห่งพระอริสงฆ์เจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระอริยสงฆ์เจ้าป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา  ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาด       พลั้งไว้ในพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ ขอพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านั้นเถิดฯ
(กราบ)


2. จากนั้นให้กล่าวคำขอขมาโทษต่อพระรัตนตรัยซึ่งโทษนั้นๆที่เราเคยทำอาจเป็นอุปสรรคปิดกั้นการเจริญพระกรรมฐาน
(สำหรับทุกท่านที่เพิ่งเริ่มปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับต้องกล่าวทุกครั้งก่อนนั่งกรรมฐาน)

คำกล่าวขอขมาโทษ
         อุกาสะ วนฺทามิ ภนฺเต สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺ เต มยากตํ ปุญญํ สามินา อนุโมทิตพฺพํ สามินา กตํ ปุญญํ มยฺหํ ทาตพฺพํ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ   (กราบ)
          ข้าขอกราบไหว้ ขอท่านจงอดโทษแก่ข้าฯ บุญที่ข้าฯทำแล้ว ขอท่านพึงอนุโมทนาเถิด บุญที่ท่านทำ ท่านก็พึงให้แก่ข้าฯด้วยฯ (กราบ)
          สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺเต, อุกาสะ ทวารตฺตเยน กตํ สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺเต, อุกาสะ ขมามิ ภนฺเต (กราบ)
       ขอท่านจงอดโทษทั้งปวงให้แก่ข้าฯด้วยเถิด ขอท่านจงอดโทษทั้งปวงที่ข้าฯทำด้วยทวาร(กาย วาจา ใจ) ทั้งสามแก่ข้าฯด้วยเถิด ข้าฯก็อดโทษให้แก่ท่านด้วย (กราบ)
       ก่อนที่จะนั่งภาวนาพระกรรมฐานนั้น จะเกิดผลสำเร็จได้ ต้องมีการขอขมาโทษก่อน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขมานะกิจ  คือการนำดอกไม้ธูปเทียนแพ ไปตั้งจิตอธิษฐาน ขอขมาโทษต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่ท่านทั้งหลายอาจเคยล่วงเกินต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็น อดีต ปัจจุบัน เป็นเหตุให้มีโทษติดตัว การเจริญกุศลธรรมอาจไม่เกิดขึ้นได้ หรือ เจริญขึ้นได้ และ อาจเป็นอุปสรรคปิดกั้นการเจริญพระกรรมฐาน จึงต้องมีการ ขอขมาโทษก่อน เพื่อไม่ให้ เป็นเวร เป็นกรรม ปิดกั้น กุศลธรรม ที่กำลังบำเพ็ญอยู่ และเป็น ปฏิปทาห่างจากกรรมเวร


3.จากนั้นกล่าวคำอาราธนาพระกรรมฐานเป็นบาทฐาน(สำหรับทุกท่านที่เพิ่งเริ่มปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับต้องกล่าวทุกครั้งและเริ่มด้วยพระลักษณะ พระขุททกาปีติธรรมเจ้า จนกว่าจะสอบอารมณ์กับพระอาจารย์วีระผ่านท่านจึงจะให้เปลี่ยนคำอาราธนาครับ  ห้ามเปลี่ยนเองโดยพลการ)



อธิบายคำอาราธนาสมาธินิมิต(เหตุใดต้องกล่าวคำอาราธนาพระกรรมฐานทุกครั้ง)
      เมื่อจะนั่งเข้าที่ภาวนานั้น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ว่า ต้องอธิษฐานสมาธินิมิต  หรือ อาราธนาสมาธินิมิต เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้น หรือกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป กุศลธรรมในที่นี้หมายถึง สมาธิจิตที่ตั้งมั่น เป็น สัมมาสมาธิ อีกประการหนึ่งเพื่อเป็นการ เตรียมจิต ก่อนที่จะภาวนาสมาธิ ดังปรากฏใน พระสุตตนฺตปิฏก องฺคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปาปณิกสูตรที่ ๑

คำอาราธนาพระกรรมฐาน
(อธิษฐานสมาธินิมิต)
ของ สมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน

          ข้าฯขอภาวนาพระพุทธคุณเจ้า เพื่อจะขอเอายัง พระลักษณะ พระขุททกาปีติธรรมเจ้า นี้จงได้ ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระอริยะสงฆ์เจ้าตั้งแรกแต่พระมหาอัญญาโกญฑัญญะเถรเจ้าโพ้นมาตราบเท่าถึงพระสงฆ์สมมุติในกาลบัดนี้ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระอริยะสงฆ์องค์ต้นอันสอนพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวล จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้านี้เถิดฯ ขอพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้านี้เถิดฯ
        อุกาสะ อุกาสะ ในที่นี้เล่า ข้าจะขอปฏิบัติบูชาตามคำสั่งสอนของพระสัพพัญญูโคดมเจ้า เพื่อจะขอเอายัง พระลักษณะ  พระขุททกาปีติธรรมเจ้านี้จงได้ ขอจงเจ้ากูมาปรากฏบังเกิดอยู่ใน จักขุทวาร มโนทวาร กายทวาร แห่งข้าฯในขณะเมื่อข้านั่งภาวนาอยู่นี้เถิดฯ


        อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ วิชชาจะระณะสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวะมนุสสานํ พุทโธ ภควาติ ฯ
สมฺมาอรหํ     สมฺมาอรหํ     สมฺมาอรหํ
อรหํ      อรหํ     อรหํ
(องค์ภาวนา พุทโธ)



ปล.

การเริ่มนั่งกรรมฐานตามแบบที่พระอาจารย์บอกสืบๆกันมา โดยแรกท่านจะให้ องค์ภาวนาว่าพุท-โธ ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้ อยู่ใต้สะดือ2 นิ้ว

คำว่า2 นิ้วนี้วัดโดยใช้นิ้วมือของเรา2นิ้วทาบใต้สะดือสุดที่ใดก็ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้ไว้ตรงจุดนั้นนั่นเอง



4. คำอธิบายเวลากำหนดจิต


   หลังจากอาราธนาองค์พระกรรมฐานแล้ว ครั้งแรกกำหนดจิตให้มารวมไว้ที่ใต้สะดือ ๒ นิ้วมือ(ภาวนา พุท-โธ) กำหนดด้วยความตั้งใจจริง ค่อยดำเนินไปด้วยความเพียรชั้นกลาง แลมีสติค่อยประคับประคองให้ตรงต่อจุดมุ่งหมาย อย่ารีบร้อนให้มี ให้เป็นจนเกินไปกว่าเหตุผลจะอำนวยให้ เพราะคุณสมบัติสมาธินี้เป็นของกลาง เป็นเองด้วย บังคับไม่ได้ เราอยากให้เป็นสมาธิก็ไม่เป็น ไม่อยากให้เป็นสมาธิก็ไม่เป็น เราทำก็ไม่เป็น เราหยุดเสียไม่ทำก็ไม่เป็น แต่จะสำเร็จผลในขณะที่เราทำให้มาก เจริญให้มากโดยสายกลาง  ไม่หย่อนนัก ไม่ตึงนัก เป็นไปโดยสม่ำเสมอ ไม่ขาดสายทำไปโดยอาการเยือกเย็น และจิตกล้าหาญ ในเมื่อจิตรวมเป็นหนึ่งได้แล้ว กระบวนการแห่งสมาธิก็จะเป็นไปเอง
 
วิธีนั่งเข้าที่ภาวนาโดยละเอียด


       นั่งคู้บัลลังก์ เท้าขวาทับ เท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้ายตั้งกายตรง บริกรรม พุทโธ กำหนดจิตดังนี้


        ๑.สมาธินิมิต คือเครื่องหมายสำหรับตั้งสมาธิ ให้ตั้งที่ใต้นาภี คือ สะดือ สองนิ้วมือ เป็นที่ชุมนุมธาตุ และ สัมปยุตธาตุ บริกรรมในที่นี้จะเกิดกำลังมาก อันห้องพระพุทธคุณ อยู่ใต้นาภี สองนิ้วมือ
        ๒. ปัคคาหะนิมิต คือการยกจิตไปอยู่ที่สมาธินิมิต คือที่ใต้นาภี สองนิ้วมือ จิต ได้แก่ การนึก การคิด การรับรู้อารมณ์ หรือ สติ
        ๓. อุเบกขานิมิต คือ การวางเฉยในอารมณ์ จิตไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ ที่เป็น อดีต ที่เป็นอนาคต ให้มีจิตอยู่ในอารมณ์ปัจจุบัน จิตที่แล่นไปใน อดีต อนาคต เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน
    การกำหนด สมาธินิมิต (นาภี) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
           การกำหนดปัคคาหะนิมิต (ยกจิต) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่าน
        การกำหนด อุเบกขานิมิต (วางเฉย) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตไม่ตั้งมั่น
        ต้องกำหนดนิมิต สามประการ คือ สมาธินิมิต ปัคคาหะนิมิต อุเบกขานิมิต ไปพร้อมกันตลอดกาล ตามกาล จึงทำให้จิตอ่อนควรแก่การงาน จิตที่อ่อนควร แก่การงาน คือ จิต ที่ปราศจากนิวรณธรรม คือ กามฉันท์ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส พยาบาท ได้แก่การปองร้าย ถีนะมิทธะ ความง่วงหงาวหาวนอน อุทธัจจะกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน รำคาญ วิจิกิจฉา ความสงสัย
        การกำหนด สมาธินิมิต ปัคคาหนิมิต อุเบกขานิมิต มาใน พระสุตตันตปิฏก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต สมุคคสูตร ว่า
        ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดภิกษุประกอบสมาธิจิต กำหนดไว้ในใจซึ่ง  สมาธินิมิต ตลอดกาล ตามกาล กำหนดไว้ในใจซึ่ง ปัคคาหะนิมิต ตลอดกาล ตามกาล กำหนดไว้ในใจซึ่ง อุเบกขานิมิต ตลอดกาล ตามกาล เมื่อนั้นจิตย่อมอ่อนควรแก่การงาน ผุดผ่องและ ไม่เสียหาย จิตย่อมตั้งมั่นโดยชอบ เพื่อความสิ้นอาสวะ และ ภิกษุนั้นย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อ ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยธรรมอันยิ่งใดๆเธอย่อมสมควรเป็นพยานในธรรมนั้นๆ ในเมื่อเหตุเป็นอยู่ มีอยู่
ก่อนนั่งสมาธิภาวนาพึงสำเหนียกในใจก่อนว่า
          จิตของเราจักเป็นจิตหยุด ตั้งมั่นอยู่ภายใน    ธรรมทั้งหลายอันเป็นบาปอกุศล ที่เกิดขึ้นแล้ว  จะต้องไม่ยึดจิตของเรา ตั้งอยู่
   เป็นการอธิษฐานจิต ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อมิให้จิตซัดส่ายไปตามอารมณ์ต่างๆ   เป็นการวางอารมณ์ ของจิตให้แน่วแน่ มีสติรู้ทัน ธรรมทั้งหลายที่เป็นบาปอกุศล เช่น นิวรณธรรมเป็นต้น  ไม่ให้มารบกวนจิต  ยึดจิตติดอยู่ ทำให้จิตไม่บรรลุสมาธิได้ง่าย   


5.
หลังเลิกนั่งภาวนา

            เมื่อเจริญภาวนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าพึ่งลุกออกจากอาสนะ ให้แผ่เมตตา กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์ก่อน จึงลุกออกจากที่ เมื่อนั่งแล้วรู้เห็นอะไร ห้ามไปคุยกันเอง  ให้ไปแจ้งบอกกล่าว กับพระอาจารย์กรรมฐาน โดยมากพระอาจารย์จะให้กล่าวบทกรวดน้ำยังกิญจิ

บทกรวดน้ำยังกิญจิ
ของพระเจ้าโลกวิชัย ผู้เป็นพระบรมโพธิสัตว์

ยังกิญจิ กุสะลัง กัมมัง      กัตตัพพัง กิริยัง มะมะ
กาเยนะ วาจามะนะสา      ติทะเส สุคะตัง กะตัง
เย สัตตา สัญญิโน อัตถิ   เยจะ สัตตา    อะสัญญิโน
กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง   สัพเพ ภาคี    ภะวันตุ  เต
เย ตัง กะตัง สุวิทิตัง      ทินนัง ปุญญะผะลัง มะยา
เย จะ ตัตถะ นะ ชานันติ   เทวา คันตวา    นิเวทะยุง
สัพเพ โลกัมหิ เย  สัตตา   ชีวันตาระเหตุกา
มะนุญญัง โภชะนัง สัพเพ   ละภันตุ มะมะ เจตะสาติฯ
   กุศลกรรมอย่าง ใดอย่างหนึ่งเป็นกิจที่ควรฝักใฝ่ ด้วยกาย วาจา ใจ เราทำแล้วเพื่อไปสวรรค์ สัตว์ใดมีสัญญา หรือไม่มีสัญญา ผลบุญที่ข้าฯทำนั้นทุกๆสัตว์ จงมีส่วน สัตว์ใดรู้ก็เป็นอันว่าข้าฯให้ แล้วตามควร สัตว์ใดมิรู้ถ้วน ขอเทพเจ้าจงไปบอกปวงสัตว์ ในโลกีย์ มีชีวิตด้วยอาหาร จงได้โภชนะสำราญ ตามเจตนา ของข้าฯเทอญ ฯ     





6.วิธีแจ้งพระกรรมฐาน
(รูปกรรมฐาน สอบนิมิต อรูปกรรมฐาน สอบอารมณ์)


      เมื่อจะไป แจ้งพระกรรมฐาน หรือไปสอบอารมณ์นั้น  พระภิกษุให้ห่มผ้าเรียบร้อย ไปพร้อมดอกไม้ธูปเทียน กราบพระพุทธรูปก่อนแล้ว จึงกราบพระอาจารย์ผู้บอกพระกรรมฐาน ถวายดอกไม้ให้พระอาจารย์ด้วย แล้วจึง แจ้งอารมณ์พระกรรมฐาน กับพระอาจารย์(ถ้าเป็นฆราวาสก็เพียงแต่ติดต่อไปยังพระอาจารย์วีระ หรือ
หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023;หรือแจ้งทาง e-mail : weera2548@yahoo.co.th
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023)

รูปพระอาจารย์กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่ท่านควรรู้จักครับ






บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3887

อนุโมทนา
-มอบให้: 11886
-ได้รับ: 33632



เว็บไซต์
« ตอบ #119 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2012, 04:42:01 PM »







ท่านที่โอนเงินไปแล้วอยากได้หนังสือเพื่อศึกษาธรรมะและข้อธรรมจากประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ตอนต้นเชิญสอบถาม พระอาจารย์วีระ สุขมีทรัพย์ได้ครับ ที่เบอร์084-651-7023
[/size]



เชิญเป็นเจ้าภาพพิมพ์หนังสือประวัติสมเด็จสุก ไก่เถื่อน และธรรมะ(ปกแข็ง) 3000-5000เล่ม เล่มละ 100บาท

โทร. 084-651-7023 หรือ
โอนเข้าบัญชี ธนากสิกรไทย สาขาโพธิ์สามต้น
เลขที่บัญชี 067-2-83847-9 ในนาม พระวีระ สุขมีทรัพย์



[/quote]
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งสำหรับช่วงปี 2556
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.869 วินาที กับ 28 คำสั่ง