นึกขึ้นได้อีกเรื่องเข้ากับช่วงเทศกาลกินเจ....
เกี่ยวกับการไม่ทานเนื้อสัตว์ของครูบา คงเป็นอุปนิสสัยของท่านที่สร้างมาแต่ก่อน ท่านมีเหตุให้ไม่ทานเนื้อสัตว์มาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งแตกต่างจากคนทั่วไป และคนในท้องถิ่นที่ท่านอยู่ตอนเด็กๆ ( เหมือนกับอาจารย์ของท่านทั้งครูบาศรีวิชัย ครูบาขาวปี และตัวครูบาเอง)
อาหารที่ท่านฉันจะมีแม่ครัวประจำเป็นผู้ปรุง ก็จะมีผักหลายชนิด น้ำพริก และต้มผัก(รสชาติเค็มๆดี ทานไปก็อร่อยดี เพราะลูกศิษย์จะคอยรับประทานอาหารที่ท่านฉันเหลือ)
บางทีก็จะมีผลไม้ หรืออาหารที่โยมนำมาถวาย น้ำดื่มท่านจะดื่มเฉพาะจากน้ำบ่อทิพย์ในวัด(แม้จะไปกิจนิมนต์ที่อื่น ลูกศิษย์ก็จะนำน้ำบ่อทิพย์ติดไปด้วย)
ครูบาบอก การไม่ทานเนื้อสัตว์ก็จะทำให้กรรมค่อยๆเบาบางลง และเข้าถึงสมาธิได้ง่าย ครูบาท่านเคยบอกลูกศิษย์ใกล้ชิดอีกคนว่าถ้าจำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์จริงๆ ให้หลีกเลี่ยงสองอย่าง คือเนื้อวัว กับเนื้อควาย ท่านบอก วัวเป็นแม่ ควายเป็นพ่อ ผมคิดเอง ว่า พวกลูกหลานครูบา ก็อาจจะเคยเป็นลูกเป็นหลานแม่วัวอสุภราช วนเวียนในแถวเจดีย์ศรีดอนไชย(ชเวดากองจำลอง) ท่านเลยบอกแบบนั้น
เพื่อสำหรับลูกศิษย์ที่ยังต้องทานเนื้อสัตว์ ก็หลีกเลี่ยงเนื้อสองชนิดนี้ไป
...
มีเหตุการณ์หลายครั้ง
ที่ผมเชื่อว่าท่านทราบว่าท่านห่วงลูกหลาน
ค่อย ๆ ทยอยเล่าเ ท่าที่นึกได้ละกัน ...
เรื่องแรก มีวันนึง ประมาณปี 2538
พี่ช่างไม้แกะสลัก ที่มาทำงานให้ครูบาบอกผม ว่า
ครูบาให้ลูกศิษย์วัดเอาอาหารไปให้คนที่ท้ายหมู่บ้าน เด็กวัดเอาไปให้ตามที่ท่านสั่ง ไปถึงก็เจอ
เป็นชาวบ้านที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ นอนหิวข้าวอยู่ ครูบาท่านทราบได้ยังไร
ก็ประหลาดใจดี
...............................................................
เกี่ยวกับช่างไม้แกะสลักสองสามีภรรยา
ถ้าจำไม่ผิด เป็นคนสุโขทัย ที่มาช่วยทำงานถวายครูบา เมื่อก่อนจะอยู่ในบ้านหลังวัด
เคยถามว่า ทำไมถึงมาศรัทธาครูบา พี่ผู้ชายเล่าให้ฟัง เหตุการณ์ 3 อย่าง 1.ตอนแรก พี่ผู้ชายเค้าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวัดอื่น
ได้ติดตามพระไปพิธีพุทธาภิเษกที่วัดหลวงพ่อเปิ่น
ที่นครปฐม หลังพิธีได้เอาม้วนด้ายสายสิญจน์มาด้วย
ตอนกลับพระที่พาไปได้มาแวะที่วัดห้วยต้ม
พี่ผู้ชายได้เอาม้วนด้ายเพื่อขอให้ครูบามนต์(เสก)ให้
ครูบารับมาแล้ว ก็บอกว่า..มนต์แล้ว จะมนต์อีกทำไม(เสกมาแล้ว จะเสกอีกทำไม)
แต่ท่านก็เป่าให้ ทั้งพระที่พามา ทั้งช่างคนนั้น และคณะที่มาด้วย ก็มองหน้ากัน ครูบาท่านทราบได้อย่างไร
2. ครั้งที่สอง พี่ผู้ชายคนนี้ติดตามคณะทัวร์จะไปทำบุญกันที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี มาแวะทำบุญกับครูบาก่อน
ตอนเช้าก่อนออกจากวัดห้วยต้มเพื่อไปอุทัยธานี ได้มาบอกลาท่าน
ครูบาบอกคณะทัวร์ว่า สักสี่โมงเช้า ค่อยไป แต่คณะทัวร์ก็เกรงว่าจะเสียเวลา
ครูบาก็บอกอีก เดี๋ยวค่อยไป ถึงเท่ากัน คณะทัวร์ก็จำเป็นต้องไปตามกำหนดการณ์
ปรากฎว่าเจอหินถล่มขวางทางเส้นทางลี้เถิน
ต้องรอกรมทางมาเก็บหินที่ถล่ม เสียเวลาจอดรถรอ
เคลียหินที่ถล่มข้างทาง กว่ารถจะได้ออกก็ สี่โมงเช้า เหมือนครูบาบอก
ญาติโยมบ่นกันใหญ่ น่าจะรอเหมือนครูบาบอก3.เรื่องที่สาม พี่คนนี้ พอเจอเหตุการณ์ข้างต้น ยิ่งเริ่มศรัทธาครูบา ได้มาทำบุญที่วัด
ครูบามองหน้าแล้วบอก พี่คนนี้ ว่า บ้านลูกวางพระ..ผิดที่ ให้ไปย้ายจากตำแหน่งที่ครูบาบอก พี่คนนี้ กลับไปบ้าน ก็เป็นเหมือนที่ครูบาบอก ทุกประการ
.............................................................................................
มีอยู่ครั้งนึง ได้มีโอกาสติดตาม ครูบาท่านไปตรวจงานที่วัดพระพุทธบาทผาหนาม (วัดของครูบาขาวปี) ตอนนั้น ครูบามอบหมายให้ตุ๊นิกรไปช่วยดูงาน คุมก่อสร้าง
พอกลับมาถึงวัด มีคณะผ้าป่ามารอ ที่ศาลาหน้าวัดฯ
ครูบาพอมาถึงวัดฯ ก็เดินตรงไปที่โยมคนนึง
ตอนแรกผมสงสัยว่าท่านเดินไปทำไม
เพราะผมเดินพยุงท่านไป
ท่านเดินไปทักโยมคนนั้นในคณะผ้าป่า...เป็นไงกินเหล้าสนุกไหม แล้วท่านก็เดินขึ้นไปบนกุฏิเลย ไม่รับทานผ้าป่าคณะนั้น ลูกศิษย์จะทราบว่า ท่านไม่ชอบพวกที่กินเหล้าเมายา มาทำบุญที่วัด ครูบาท่านทราบได้อย่างไร ก็น่าประหลาดใจดี
คำพูดที่ท่านจะพูดบ่อยๆติดหูลูกศิษย์ว่า.
ระวังบุญจะฆ่าบุญ ลูกศิษย์คงทราบดีว่า ถ้าทำอะไรผิดอย่างไร ครูบาท่านก็จะทราบหมด อะไรที่ท่านไม่ชอบก็อย่าไปทำผิด
บางคนที่นำเนื้อสัตว์เข้ามาในวัด ครูบาท่านก็จะทราบ
ลูกหลานทำอะไรก็ต้องมีสติให้ดี อย่าคิดอะไรไม่ดี
อย่าทำอะไรไม่ดี เดี๋ยวครูบาท่านจะดุเอา
...............................................................................................
ผมเลือกเอาเรื่องที่ผมบันทึกเอาไว้อ่านเอง เพื่อจะได้ระลึกถึงครูบา บางเรื่องที่น่าสนใจจากพวกลูกศิษย์ใกล้ชิดคนอื่นที่น่าสนใจ ผมก็เอามาจดไว้ จะได้ไม่ลืม....
วันนึงนั่งคุยเล่นกับตุ๊นิกร คุยกันเรื่องครูบา
ตุ๊กรบอกว่ารู้จักเนินมหัศจรรย์ไหม (miracle hill) ผมถามว่าที่ไหน ตุ๊บอกว่าที่แม่สอดไง ผมบอกว่า รู้จัก ตุ๊กรบอกว่า ครูบาเคยบอกว่าสมัยท่านเป็นฤาษี ท่านไม่มีน้ำดื่ม ท่านอธิษฐานขอน้ำให้ไหลขึ้นมาบนเนิน .. ทุกวันนี้คำอธิษฐานของท่านก็ยังคงอยู่ แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว เวลาขับรถผ่านจากตากไปแม่สอด จะเห็นคนมาจอดรถ ให้รถไหลจากที่ต่ำไปที่สูงเล่น คำอธิษฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีผลมาก
ครูบาท่านเคยบอกผม ..อย่าไปมองข้ามคำอธิษฐานเล็ก ๆน้อย ๆ นะ เรื่องนี้ตุ๊กรเล่าให้ฟัง ไม่มีโอกาศถามครูบาสักที ได้แต่จดไว้
...............................................................................................
มีเรื่องในบันทึกของผม ที่เกี่ยวเนื่อง แต่คนละวาระกัน..
ลูกศิษย์ใกล้ชิดคนนึง มีเรื่องน่าสนุกมาเล่าบอก ว่า
วันก่อนมีโยมคนนึงมาทำบุญกับท่าน
ครูบาบอกให้นอนพักที่วัด แต่ชายคนนั้นก็ไม่ยอมนอน จะกลับกรุงเทพให้ได้
ครูบาท่านเลยเอาน้ำหมากเจิมที่หน้าผากให้ (ท่านไม่ค่อยทำให้ใคร) ปรากฏว่าลูกศิษย์คนนั้น ขับรถไปชนกับรถ 10 ล้อ พังยับเยิน แต่ไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย ชายคนนั้น บอกว่า รถ 10 ล้อ บอกว่า เห็นพระมายืนขวางรถไว้ เลยหักหลบ ภายหลังโยมคนนั้น ได้กลับมาหาครูบา มากราบขอบคุณครูบา เค้าบอกว่า ครูบาช่วยเค้าไว้
เรื่องทำนองนี้ผมได้ยินมาบ่อยมากจนชิน แต่ก็เก็บคำถามความสงสัยไว้มาตลอด จนวันนึงมีโอกาสเหมาะจึงเรียนถามท่าน ...
ครูบา ไปช่วยลูกศิษย์ ด้วยตัวเอง หรือเปล่าครับ ครูบาตอบ...บางทีก็ไม่ได้ไป บางทีเทวดาเค้าก็มาช่วยครูบา เค้ามาช่วยสร้างบารมี ลูกหลาน ที่มีพระเครื่องของท่าน จงเชื่อมั่น ตามที่ท่านบอก ถ้าไม่ใช่ครูบามาโปรดช่วย ก็คงมีเทวดาที่เป็นลูกศิษย์ของท่าน มาช่วยครูบาสร้างบารมี ตามที่ท่านบอก เวลาจะไปไหนมาไหน หรือขออนุญาติสิ่งใด ๆ
ถ้าครูบาท่านบอกอะไร หรือห้ามอะไร
ลูกศิษย์ก็จะไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่ง
ครูบาท่าน มีวาจาสิทธิ์ จริง ๆ
..............................................................
มีอยู่วันนึง นั่งอยู่กับครูบา บนศาลา
ท่านรับแขกอยู่ มีคณะลูกศิษย์ จากกรุงเทพ ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นคณะของคุณเสริมศักดิ์...
มากราบเรียนท่าน ว่า จะเอาผ้าป่าไปทอดที่วัดพระพุทธบาทผาหนาม จะเลยไปทอดที่วัดบ้านปางด้วย
แล้วค่อยกลับมา วัดห้วยต้ม
ครูบาก็บอกว่า..ดี
พอคนไปหมดแล้ว ผมเรียนถามท่านว่า...เวลามีคนไปทำบุญ ไปทอดผ้าป่า ให้ครูบาศรีวิชัยแบบนี้ ท่านจะรับรู้ไหม(เพราะท่านมรณะภาพไปแล้วนี่นา) ครูบาบอกว่า รู้ ผมถามว่าครูบาขาว หละ ท่านรู้ไหม ครูบาตอบว่า รู้ ถามท่านต่อว่า...แล้วเวลาลูกศิษย์ที่อยู่ที่อื่น พูดถึง หรือนึกถึงครูบาวง หละ รู้ไหม ครูบาบอกว่า รู้ ดังนั้น ลูกศิษย์ทั้งหลาย จะทำอะไร ก็ระลึกถึงท่านไว้
ท่านก็คงรับรู้ตามที่ท่านบอกไว้ ท่านก็คงมาสงเคราะห์ลูกหลานตามสมควร เวลาพวกเราทำบุญอะไรเกี่ยวเนื่องกับท่าน ครูบาท่านก็ย่อมรับรู้ตามที่ท่านบอกกับผมไว้ เช่นกัน
ทำกำลังใจของเราไว้ให้ดี...ระลึกถึงท่านตลอด
...............................................................................................
ตอนบ่ายวันนึง ไปทำบุญที่วัดพระบาทตะเมาะ
เจอหลวงพี่นพดลที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
ท่านเรียกมาดู ท่านบอกจะให้ดูของดี เคยเห็นไหม
เป็นเส้นเกศาครูบา ที่กลายเป็น พระธาตุสีทับทิม เราก็โมทนาด้วย
อีกครั้งนึง ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะเป็นอาจารย์ปฐม เอาแก้วมาก้อนนึง มีเส้นผมอยู่ข้างใน มาให้ท่านดู ครูบาบอกเป็นเส้นผมท่านในอดีต (ผมไม่ได้อยู่ด้วย ลูกศิษย์อีกคนบอกเรื่องนี้ให้ฟัง)
พอมีโอกาสก็เลยเรียนถามท่าน ว่า เส้นผมที่เป็นพระธาตุ เกิดกับพระอรหันต์เหรอครับ ครูบาท่านบอก...พระโพธิสัตว์ก็เป็น (ผมค่อยใจชื้นหน่อย) ผมเลยบ่นน้อยใจกับท่านว่า
แล้วเมื่อไรเส้นผมของครูบาที่อยู่กับผมจะเป็นสักที
ครูบาท่านหัวเราะ...ท่านบอก เก็บเอาไว้
เดี๋ยวก็เป็น (พระธาตุ) เอง
...............................................................................................
เป็นที่ทราบกันดี เรื่องครูบา ท่านอธิษฐานขอพระธาตุ บางทีก็เทวดาให้ท่านมาบ้าง เหมือนภาพที่ลูกศิษย์เคยถ่ายไว้ ตอนแกะดอกบัวออกมา แล้วมีพระธาตุอยู่ข้างใน พระธาตุข้อพระหัตถ์ ซึ่งมาแสดงที่พุทธมณฑล
ตรงที่บริเวณครูบาสวดมนต์ท่านจะเก็บพระธาตุสำคัญต่าง ๆ ไว้ตรงตู้นั้น ก่อนครูบามรณะภาพ ท่านให้ลูกศิษย์ถ่ายภาพเก็บไว้ แล้วให้จด ท่านกลัวคนภายหลังจะไม่ทราบ เรื่อง หอพระเขี้ยวแก้วที่วัด ไม่ค่อยมีคนพูดถึง ลูกศิษย์ใหม่ ๆ บางคนก็ไม่ทราบ ครูบาจะเก็บพระเขี้ยวแก้ว ของพระพุทธเจ้าไว้ที่นั่น ถ้าได้ไปวัดก็จะอยู่ข้างเจดีย์ หลังรอยพระบาท เมื่อก่อนจะเปิดสรงน้ำพระธาตุปีละครั้ง
ผมเคยนึกสนุก ขอพระเขี้ยวแก้วกับครูบา
เรียนท่านว่า ครูบาครับผมอยากได้พระธาตุพระเขี้ยวแก้ว แบบที่ครูบาเอามาจากศรีลังกา ขอครูบาอธิษฐานเรียกขอให้ผมหน่อย ครูบาตอบยิ้ม ๆ บ่ได้ มันแพง เพราะต้องขึ้นเครื่องบินมา ก็ดีแล้ว ที่ท่านไม่อธิษฐานขอให้ เพราะได้มาคงลำบาก ของสูงไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหน ...............................................................................................
เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก จะนิมนต์ครูบาท่านไปทำบุญสืบชะตาเขื่อน เป็นประจำ ตอนครั้งสุดท้ายที่ครูบายังแข็งแรง ครูบายังรับนิมนต์ไปที่เขื่อน หลวงพี่เต๋ชวนผมไปด้วย ทางเขื่อนจัดให้ครูบาพักที่บ้านพักรับรอง
ผมเดินเล่นที่ด้านหน้าบ้านพัก เจอครูบาสร้อย วัดมงคลคีรีเขตร์ จังหวัดตาก (ท่านก็ได้รับนิมนต์มา) มายืนรอ...
ท่านถามผมว่าครูบาพี่ อยู่ไหม
ผมบอกว่า อยู่
พอดีครูบาวงท่านเดินมา
ครูบาสร้อยพอเห็น
ก็เข้ามากอดครูบาวง แล้วก็ไหว้ครูบาวง
ครูบาวงท่านก็ยิ้ม ท่านคุยทักทายกันสักครู่
ครูบาสร้อยท่านเตรียมลูกประคำโลหะ(คล้ายๆเหล็กไหล)มาถวายครูบาวง ครูบาท่านรับแล้วจะเอาใส่ในยาม แต่ครูบาสร้อยไม่ยอม ท่านขอให้ครูบาวงคล้องไว้ที่คอ
ครูบาก็เลยเอามาสวมไว้ ตอนกลางคืนหลังครูบาสวดมนต์เสร็จ ผมนึกสนุก ลองเอาพระเครื่องเนื้อดินให้ท่านดู
เคยเห็นลูกศิษย์คนอื่นชอบเอามาให้ท่านดูแล้วถามท่าน
ผมถามท่านว่า...ครูบา ครับพระอะไร
ครูบาเอามาใส่มือ แล้วบอกผมว่า พระของพระเจ้าตาก
แล้วท่านก็ยื่นคืนให้ ผมก็ไม่กล้าถามท่านต่อ
นอนคุยกับหลวงพี่เรื่องครูบาจนหลับไป
พอตอนเช้า เห็นเต่าสำลีครูบา วางไว้ 2-3 องค์ ไม่มีคนสนใจ เก็บผมเลยเก็บเอาไว้
หลวงพี่ชวนไปตรวจงานที่พระธาตุแก่งสร้อย กับครูบา
ตอนนั้น แก่งสร้อยยังไม่ได้เริ่มบูรณะเลย แต่ผมไม่ได้ไปด้วยเพราะติดธุระ ลาครูบากลับก่อน
ลูกศิษย์บางคน ก็ประเภทชอบจับพลัง ส่วนผมไม่ค่อยกล้ารบกวนท่าน ต้องดูสถานการณ์ให้ดีก่อน เดี๋ยวโดนท่านดุเอา
ตอนผมเจอครูบาครั้งแรก มีลูกศิษย์คนนึงเป็นทหารยศนายพัน จากนครราชสีมา (สมัยนั้นการไปวัดห้วยต้มไม่สะดวกแบบนี้ โทรศัพท์วัด ก็ไม่มี มือถือก็รับไม่ได้ รถก็เข้าไปลำบาก)
พี่ทหารคนนี้เอาพระเครื่องมาองค์นึง ถ้าจำไม่ผิดเป็นพระร่วงหลังรางปืนมาให้ครูบาดู แล้วถามครูบาเสียงดัง (พี่ทหารคนนี้ เป็นคนเสียงดัง)
เค้าถาม..ครูบาครับพระอะไรครับ ครูบาบอก...พระองค์นี้สร้างตอนสงคราม มันร้อน สักครู่ท่านก็เรียกพี่คนนี้เข้าไปในห้องท่าน
พอออกมาครูบาคายหมากออกมาให้ ท่านบอกเอานี่ไป
พี่ทหารแบฝ่ามือรับชานหมาก มีพระรอดออกมาด้วย....พี่คนนั้นก็ บอกครูบาให้ผมเหรอครับ ครูบาก็หัวเราะชอบใจ ท่านบอกอันนี้ของเย็น เอาไว้คู่กัน (กับพระที่พี่เค้าถาม) พี่ทหารคนนั้นก็พูด...สาธุ ครูบา สาธุ ครูบา ตลอด
กราบครูบาใหญ่เลย
เรื่องพี่ทหารคนนี้ มีหลายเรื่อง ต้องค่อย ๆ ทยอยเล่า
ตอนผมเจอครูบาครั้งแรก ผมก็เจอเรื่องแปลกของท่านแล้ว
...............................................................................................
ตอนต้นปี 2536 เจอลูกศิษย์คนนึงเป็นทหาร มาทำบุญกับครูบาที่วัด ได้คุยกัน
เค้าเล่าเรื่องครูบาให้ฟัง พี่คนนี้เจอครูบา ตอนสมัยเรียนโรงเรียนนายร้อย สักหลายสิบปีก่อน ได้มาเที่ยวกับเพื่อนที่ลำพูน เลยได้พบครูบา เล่าเรื่องอภินิหารหลายอย่างของครูบา
เค้าบอกว่า..น้องโชคดีได้เจอครูบาสุดยอดแล้วนะ
ตอนนั้นก็ฟังหูไว้หู สนุกดี
เค้าบอกเค้ามีลูกยากมาก ทำทุกวิธีไม่ได้ลูกสักที
มาขอครูบา ต่อมาภรรยา ตั้งท้องคลอดออกมาเป็นลูกแฝด
เค้าคิดได้ว่า มีลูก เพราะครูบาช่วย
วันนี้เค้าเลยมากราบขอบคุณครูบา
ตอนหลัง แม้ครูบาจะไม่อยู่แล้ว ผมก็เคยแนะนำ คนอื่น ที่มีลูกยาก ให้มากราบขอที่เจดีย์กั บรอยพระบาท ในวัด บางคน ก็ได้ลูก สมใจ
...............................................................................................
เกี่ยวกับวัตถุมงคลของครูบา มีเรื่องเล่า ที่อาจจะเป็นประโยชน์....
ครูบา ท่าน ได้รับนิมนต์ไปพิธีพุทธาภิเษกที่ วัดเกาะเวลุการาม จังหวัดลำปาง พศ.2536 เป็นวัดของครูบาชุบ สหธรรมิกของท่าน ลูกศิษย์ก็ติดตามครูบาไป นั่งรถตู้ของวัดไป
ระหว่างทางครูบาเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังหลายเรื่อง จำไม่ได้แล้วว่า เรื่องอะไรบ้าง (จำได้เลือน ๆ เรื่องกวางคำ)
ถึงวัดเกาะตอนบ่าย ๆ ทางวัด ให้ครูบาพักกุฎิหลังวัดติดแม่น้ำวัง ครูบาออกมารับแขกที่ศาลาในบริเวณวัด
ที่ฝั่งนึงบนศาลามีหลวงพ่ออีกรูป ที่ได้รับนิมนต์มากำลังคุยกับญาติโยม มีคนรุมล้อมท่านเยอะ ท่านแจกวัตถุมงคลด้วย สอบถามคือหลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย (ตอนนั้นผมไม่รู้จักท่าน)
ส่วนครูบามีลูกศิษย์มาทำบุญบ้าง ไม่มาก เหมือนบางคนไม่รู้จักท่านด้วยซ้ำไป ครูบานั่งสักครู่ก็กลับที่พัก
ช่วงหัวค่ำ ท่านไปโบสถ์ เพื่อร่วมพิธี เจ้าหน้าที่จัดให้ท่านนั่งบนธรรมาสน์มุมซ้าย ท่านนั่งข้างบน (ผมนั่งเฝ้าท่านด้านล่าง ถือไม้เท้าให้ท่าน )
ตอนเริ่มพิธี พระที่เป็นพิธีกร (หรือเจ้าพิธีไม่แน่ใจ)
พูดผ่านไมโครโฟน ขอให้ครูบาสวดนำบทอะไรสักอย่าง(ผมฟังไม่ออก) ยื่นเอาไมค์มาให้ท่าน
ครูบาบอกผ่านไมค์ เฮาสวดบ่ จ้าง(สวดไม่เป็น)
พระที่เป็นพิธีกรก็เลยให้องค์อื่นสวดแทน
ครูบาท่านก็นั่งหลับตา อธิษฐานของท่านไป ไม่นานสักไม่เกิน 30 นาที ท่านก็จะลงจากเก้าอี้
ผมถามท่าน ครูบาทำเสร็จแล้วเหรอครับ
ท่านบอก..เสร็จแล้ว (ตอนนั้นก็ได้แต่คิดในใจว่าทำไมท่านทำเร็วจัง)
หลวงพ่อองค์อื่น ๆ ยังอยู่กันเต็มพิธีเลย
จนดึกดื่นบางรูปยังไม่ออกจากพิธีเลย
พาท่านกลับไปพัก ตอนเดินพยุงท่านกลับมากุฎิรับรอง ทางวัดเปิดเทปเทศน์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำด้วย
ผ่านลำโพงเสียงตามสายของวัด
เลยถามครูบาว่า หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ตอนนี้อยู่ไหน ครูบา..ไม่ตอบ แต่เอานิ้วชี้ไปข้างบนฟ้า ผมถามท่าน..อยู่ข้างบนเหรอ ท่านยิ้มพยักหน้า
เรื่องท่านเสกเป่าพระเครื่องแบบนี้ เคยพาคนรู้จักคนนึง (มีชื่อเสียง) หวังจะพาเค้าไป ทำบุญกับครูบา
เค้าเห็นญาติโยม ที่มาวัด เอาวัตถุมงคลที่เช่าจากตู้ มาให้ท่านมนต์อีก ส่วนใหญ่ท่านก็จะเป่าพรวดลงไป
เพื่อนคนนี้เห็นเค้าบอก ครูบาไม่เก่ง ไม่ตั้งใจทำให้ ไม่เหมือนพระภาคกลางแถวบ้านเค้า ยิ่งตอนจะกลับให้ครูบาเอาเท้าเหยียบหัวให้ผม (ชอบคุยเล่นกับท่าน ให้ท่านเหยียบให้จมเหมือนหินเลย)
เพื่อนคนนี้เห็น บอกครูบาไม่สำรวม
ทำไมเอาเท้ามาเหยียบหัวคน
ผมเลยต้องรีบพากลับ เดี๋ยวจะบาปไปใหญ่
ครูบาเคยบอก อันนี้แล้วแต่ สายบุญ
ถ้าไม่เคยทำบุญร่วมกันมา ยังไงก็ไม่อยากทำบุญด้วย ถ้าเคยทำบุญร่วมกับครูบามา ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องมาพบกัน(กับท่าน)วัตถุมงคล ที่ท่านทำ หรือ อธิษฐานพียงสักครู่ ก็ยังดีแล้ว
ดังนั้นวัตถุมงคลของวัด ที่ท่านตั้งใจทำไว้ ตอบแทนคนที่มาทำบุญช่วยสร้างวัด ก็น่าจะยิ่งดีกว่า เอารุ่นไหนก็ได้ ราคาถูก หรือแพง ก็เหมือนกัน ขอให้เป็นครูบาท่านทำ บูชาของทางวัด ถือว่า ได้ร่วมทำบุญกับท่านด้วย
................................................................................................