ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กันยายน 16, 2014, 04:24:57 PM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หากมีการเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลของหลวงปู่ดู่จากเวปนี้
รบกวนอ้างอิงที่มาด้วยครับ
22298 กระทู้ ใน 2776 หัวข้อ โดย 5429 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: karnsumsark
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ลานสนทนาคนรักหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ หลวงปู่ทวด
|-+  รอยอาจาริยะ
| |-+  เล่าเรื่องหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่
| | |-+  กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ  (อ่าน 8564 ครั้ง)
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4572

อนุโมทนา
-มอบให้: 12236
-ได้รับ: 33776



เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 06:04:53 PM »


ติดต่อได้ที่ หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]


รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023




รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด

ที่ขอเรียกกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ว่า "กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" เพราะมีเหตุผลดังนี้ครับ

1. มีหลักฐานชัดเจนว่า ประเทศไทยของเราตั้งแต่สมัย ทวาวดี สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการฝึก กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ เป็นอันมากและเป็นกรรมฐานหลักในการฝึกฝนในประเทศไทย เป็นแบบเดียวที่มีการฝึกฝนกัน พึ่งมาสูญหายในช่วงที่มีการแยกนิกาย นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 มา

2. แน่นอนว่า หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดนั้นท่านมีชีวิตช่วงพระ เอกาทศรถ ดังนั้นกรรมฐานที่ท่านเล่า้เรียนจึงเป็นกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ แน่นอนครับ



ทีนี้ขออธิบายก่อนนะครับ ว่ากรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ คืออะไร

ก่อนอื่นขอกล่าวคำนมัสการพระก่อนนะครับ

คำถวายนมัสการ

ข้าบังคมพระบาทบรมนาถผู้ทรงญาณ   พระธรรมอันพิศดารทั้งพระสงฆ์อันบวร
ข้าเชิญพระญาณสังวรเจ้ามาปกเกล้าฯปกเกษี   ชัยชนะแก่โลกีย์ทั้งภัยพาลอันตราย
ขอให้พบพระพุทธศาสนาด้วยศรัทธาอันพากเพียร   รู้แจ้งคัมภีร์เรียนสมถะ-วิปัสสนาทุกชาติไป
ขอเชิญคุณครูบามารักษาให้มีชัย   ดลจิตบันดาลใจสำเร็จทุกประการ  
 สิทธิกิจจังสิทธิกัมมังสิทธิการิยะตะถาคะโต
สิทธิเตโชชโยนิจจังสิทธิลาโภนิรันตะรัง    สัพพกัมมังประสิทธิเมสัพพสิทธิภะวันตุเม

ประพันธ์โดย
พระครูสังฆรักษ์วีระฐานวีโร
๕ธันวาคม๒๕๔๖

1. ย้อนไปสมัยพุทธกาลนั้น พระราหุลมหาเถระเจ้า ได้บรรลุอรหันต์เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

พระองค์ ได้สอบถามกับพระพุทธองค์ว่าพุทธองค์มีการปฎิบัติกรรมฐานอย่างใด และท่านได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่อีกทั้งท่านยังได้ ไปเรียนรู้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมกับพระอรหันต์สาวกองค์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และรวบรวมการปฎิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนาไว้เป็นด้วยกันเป็นการฝึกฝนแบบตามลำดับขั้นตอน

จากนั้นจึงกำเนิดการเรียนรู้กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ในขอบเขตของบวรพระพุทธศาสนาขึ้น จากการเรียบเรียงของพระราหุลนั่นเอง


 บูรพาจารย์เล่าว่าในสมัยโบราณผู้ศึกษากรรมฐานในพุทธศาสนานั้นมีการฝึกฝนสมาธิและวิปัสสนาตามแบบกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ทั้งสิ้นไม่มีการแบ่งแยกเหมือนสมัยนี้แต่อย่างใด

รูปพระราหุลมหาเถระเจ้า



เหตุที่เรียก พระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ เพราะเป็นพระกรรมฐานที่ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ในพระสมถะกรรมฐานทั้ง ๔๐ กอง และเรียนเป็นลำดับไปจนครบ ๔๐ กอง จนถึงลำดับสู่วิปัสสนากรรมฐาน จึงเป็นการรวบรวมเอาพระสมถะกรรมฐานทั้ง ๔๐ กอง และวิปัสสนากรรมฐานทั้งมวลไว้ในที่เดียวกัน เพื่อมิให้แตกกระจายไปในทางปฏิบัติ มิต้องให้ความสำคัญกับพระกรรมฐานกองใดกองหนึ่ง

สรุปได้้่ว่่ากรรมฐานมัชฌิมา คือการเรียนปฎิบัติไปตามกำลังของจิต เกิดสมาธิเป็นขั้นๆไป นั่นเองครับ

จากนั้น กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ได้รับการสืบทอดต่อๆกันมาเรื่อยๆได้เข้ามาแถบเอเชียอาคเนย์ และทางสุวรรณภูมิ โดยกลุ่มของพระโสณะและพระอุตตระ นั่นเองครับ

รูปภาพที่มีผู้เชื่อว่าเป็นกลุ่มของพระโสณะและพระอุตตระ

 จากนั้น ประเทศไทยของเราตั้งแต่สมัย ทวาวดี สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการฝึก กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ เป็นอันมากและเป็นกรรมฐานหลักในการฝึกฝนในประเทศไทย เป็นแบบเดียวที่มีการฝึกฝนกัน  

  ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น นั้นผู้ที่ สืบทอดต่อมาเป็นปรมาจารย์ต้นของยุคนี้ คือ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเถระเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)

รูปสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเถระเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)ครับ


และในช่วงนี้ 2554 ผู้ที่ดำรงการสืบทอดกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ คือ พระครูสิทธิสังวร (วีระ ฐานวีโร ) ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023
ผู้บอกวิชชาพระกรรมฐาน ยุคปัจจุบันครับ



-ข้อมูลสำหรับการศึกษาเพิ่มเติม
http://www.somdechsuk.org

http://www.somdechsuk.com





=============================================

ขั้นตอนการนั่งกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับโดยพื้นฐาน


ปฐมบท

กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ เป็นกรรมฐานเหมาะกับทุกจริต



โดยเริ่มแรกของผู้ปฎิบัติลำดับห้อง ในการภาวนา กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ
ในระดับขั้นต้น พระพุทธานุสสติ มี 3 ห้อง
คือรูปกรรมฐาน ตอน ๑ ได้แก่
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ
พระกรรมฐาน ๓ ห้องนี้เป็นพระกรรมฐาน สำหรับฝึกตั้งสมาธิ เป็นพระกรรมฐานต่อเนื่องของจิต จากจิตหยาบ ไปหาจิตที่ละเอียด ถึงขั้นอุปจารสมาธิเต็มขั้น หรือ เรียกว่ารูปเทียมของปฐมฌาน สอบนิมิต เป็นอารมณ์


     เมื่อจะเรียนพระกรรมฐานนั้น ต้องมอบตัวต่อพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และ อาจารย์ ผู้บอกพระกรรมฐาน โดยให้จัดเตรียม ดอกไม้ ๕ กระทง ข้าวตอก ๕ กระทง เทียน ๕ เล่ม ธูป ๕ ดอก ใส่เรียงกันในถาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า มาขึ้นในวัน พฤหัสบดี ข้างขึ้น หรือ ข้างแรมก็ได้ มาขอขึ้นกรรมฐานที่วัดราชสิทธารามคณะ5 กับพระครูสิทธิสังวร(หลวงพ่อวีระ) ผู้สืบทอดกรรมฐานมัชณิมาในยุคนี้ (โทร. 084-651-7023;weera2548@yahoo.co.th )


ถ้าผู้ใดยังไม่สะดวกมาไหว้ครูกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับหลวงพ่อว่าก็สามารถภาวนาไปก่อนได้แล้วค่อยมาไหว้ครูกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับพร้อมแจ้งอารมณ์กรรมฐานภายหลัง


จากนี้ไปจะเป็นการเริ่มนั่งกรรมฐานตามรูปแบบนะครับ เริ่มโดยกล่าวบททำวัตรพระก่อน


บททำวัตรพระ
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
(ให้ว่า ๓ หน)
พุทธํ ชีวิตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสะทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสสานํ พุทโธ ภควาติ ฯ
   เย จ พุทธา อตีตา  จ,   เย จ พุทธา อนาคตา,
   ปจฺจุปฺปนฺนา จ เย พุทธา,   อหํ วนฺทามิ สพฺพทา,
   พุทธานาหสฺมิ ทาโสว,   พุทธา เม สามิกิสฺสรา,
   พุทธานญฺ จ สิเร ปาทา,   มยฺหํ ติฏฐนฺตุ สพฺพทาฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ,   พุทโธ เม สรณํ วรํ,
   เอเตน สจฺจ วชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
   อุตฺตมํเคน วนฺเทหํ,   ปาทปงฺสุํ วรุตฺตมํ,
   พุทโธ โย ขลิโต โทโส,   พุทโธ ขมตุ ตํ มมํ ฯ
(กราบแล้วหมอบลงว่า)
         ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระพุทธเจ้า และคุณพระพุทธเจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลนานทุกเมื่อ และข้าฯจะขอเป็นข้าแห่งพระพุทธเจ้า ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ขอพระบาทบาทาของพระพุทธเจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลนานทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ข้าฯไหว้ละอองธุลีพระบาท ทั้งพระลายลักษณ์สุริยะฉาย ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด อนึ่ง โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ขอพระพุทธเจ้าจงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิด ฯ (คำแปล พระเทพโมลีกลิ่น)
(กราบ)
   ธมฺมํ ชีวิตํ ยาว นิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
   สวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญญูหีติฯ
   เย จ ธมฺมา อตีตา จ,   เย จ ธมฺมา อนาคตา,
   ปจฺจุปปนฺนา จ เย ธมฺมา,   อหํ วนฺทามิ สพฺพทาฯ
   ธมฺมา นาหสฺสมิ ทาโสว,   ธมฺมา เม สามิกิสฺสรา,
   สพฺเพ ธมฺมาปิ ติฏฐนฺตุ,   มมํ สิเรว สพฺพทาฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ,   ธมฺโม เม สรณํ วรํ,
   เอเตน สจฺจ วชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
   อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ   ธมฺมญฺ จ ทุวิธํ วรํ,
   ธมฺเม โย ขลิโต โทโส,   ธมฺโม ขมตุ ตํ มมํฯ
(กราบแล้วหมอบลงว่า)
        ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระปริยัติธรรมเจ้า และพระนวโลกุตตระธรรมเจ้า และคุณพระธรรมเจ้าในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งมวล  อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบันสิ้นกาลทุกเมื่อ แลข้าฯจะขอเป็นข้าฯแห่งพระธรรมเจ้า ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้น จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ ขอพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิดฯ
(กราบ)
   สงฺฆํ ชีวิตตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจิฉามิ ฯ
   สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสะยุคฺคานิ อฏฺฐะ ปุริสปุคะลา, เอส ภควโต สาวกสํโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทกฺขิเนยโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญญกฺเขตตํ โลกสฺสาติ
   เย จ สงฺฆา อตีตา จ   เย จ สงฺฆา อนาคตา
   ปจฺจุปปนฺนา จ เย สงฺฆา   อหํ วนฺทามิ สพฺพทา ฯ
   สงฺฆานาหสฺสมิ ทาโสว   สงฺฆา เม สามิกิสฺสรา
   เตสํ คุณาปิ ติฏฐนฺตุ   มมํ สิเรว สพฺพทา ฯ
   นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ   สงฺโฆ เม สรณํ วรํ
   เอเตน สจฺจวชฺเชน,   โหตุ เม ชยฺมงฺคลํฯ
   อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ,   สงฺฆญฺ จ ทุวิธุตฺตมํ,
   สงฺเฆ โย ขลิโต โทโส   สงฺโฆ ขมตุ ตํ มมํ ฯ
(หมอบกราบ แล้วว่า)
           ข้าฯขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระอริยสงฆ์เจ้า และคุณพระอริยสงฆ์เจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลทุกเมื่อ และข้าฯจะขอมอบตัวเป็นข้าฯแห่งพระอริยสงฆ์เจ้า ขอพระอริยสงฆ์เจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาคุณแห่งพระอริสงฆ์เจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระอริยสงฆ์เจ้าป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา  ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาด       พลั้งไว้ในพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ ขอพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านั้นเถิดฯ
(กราบ)


2. จากนั้นให้กล่าวคำขอขมาโทษต่อพระรัตนตรัยซึ่งโทษนั้นๆที่เราเคยทำอาจเป็นอุปสรรคปิดกั้นการเจริญพระกรรมฐาน
(สำหรับทุกท่านที่เพิ่งเริ่มปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับต้องกล่าวทุกครั้งก่อนนั่งกรรมฐาน)

คำกล่าวขอขมาโทษ
         อุกาสะ วนฺทามิ ภนฺเต สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺ เต มยากตํ ปุญญํ สามินา อนุโมทิตพฺพํ สามินา กตํ ปุญญํ มยฺหํ ทาตพฺพํ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ   (กราบ)
          ข้าขอกราบไหว้ ขอท่านจงอดโทษแก่ข้าฯ บุญที่ข้าฯทำแล้ว ขอท่านพึงอนุโมทนาเถิด บุญที่ท่านทำ ท่านก็พึงให้แก่ข้าฯด้วยฯ (กราบ)
          สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺเต, อุกาสะ ทวารตฺตเยน กตํ สพฺพํ อปราธํ ขมถ เม ภนฺเต, อุกาสะ ขมามิ ภนฺเต (กราบ)
       ขอท่านจงอดโทษทั้งปวงให้แก่ข้าฯด้วยเถิด ขอท่านจงอดโทษทั้งปวงที่ข้าฯทำด้วยทวาร(กาย วาจา ใจ) ทั้งสามแก่ข้าฯด้วยเถิด ข้าฯก็อดโทษให้แก่ท่านด้วย (กราบ)
       ก่อนที่จะนั่งภาวนาพระกรรมฐานนั้น จะเกิดผลสำเร็จได้ ต้องมีการขอขมาโทษก่อน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขมานะกิจ  คือการนำดอกไม้ธูปเทียนแพ ไปตั้งจิตอธิษฐาน ขอขมาโทษต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่ท่านทั้งหลายอาจเคยล่วงเกินต่อ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็น อดีต ปัจจุบัน เป็นเหตุให้มีโทษติดตัว การเจริญกุศลธรรมอาจไม่เกิดขึ้นได้ หรือ เจริญขึ้นได้ และ อาจเป็นอุปสรรคปิดกั้นการเจริญพระกรรมฐาน จึงต้องมีการ ขอขมาโทษก่อน เพื่อไม่ให้ เป็นเวร เป็นกรรม ปิดกั้น กุศลธรรม ที่กำลังบำเพ็ญอยู่ และเป็น ปฏิปทาห่างจากกรรมเวร


3.จากนั้นกล่าวคำอาราธนาพระกรรมฐานเป็นบาทฐาน(สำหรับทุกท่านที่เพิ่งเริ่มปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับต้องกล่าวทุกครั้งและเริ่มด้วยพระลักษณะ พระขุททกาปีติธรรมเจ้า จนกว่าจะสอบอารมณ์กับพระอาจารย์วีระผ่านท่านจึงจะให้เปลี่ยนคำอาราธนาครับ  ห้ามเปลี่ยนเองโดยพลการ)



อธิบายคำอาราธนาสมาธินิมิต(เหตุใดต้องกล่าวคำอาราธนาพระกรรมฐานทุกครั้ง)
      เมื่อจะนั่งเข้าที่ภาวนานั้น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ว่า ต้องอธิษฐานสมาธินิมิต  หรือ อาราธนาสมาธินิมิต เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้น หรือกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป กุศลธรรมในที่นี้หมายถึง สมาธิจิตที่ตั้งมั่น เป็น สัมมาสมาธิ อีกประการหนึ่งเพื่อเป็นการ เตรียมจิต ก่อนที่จะภาวนาสมาธิ ดังปรากฏใน พระสุตตนฺตปิฏก องฺคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปาปณิกสูตรที่ ๑

คำอาราธนาพระกรรมฐาน
(อธิษฐานสมาธินิมิต)
ของ สมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน

          ข้าฯขอภาวนาพระพุทธคุณเจ้า เพื่อจะขอเอายัง พระลักษณะ พระขุททกาปีติธรรมเจ้า นี้จงได้ ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระอริยะสงฆ์เจ้าตั้งแรกแต่พระมหาอัญญาโกญฑัญญะเถรเจ้าโพ้นมาตราบเท่าถึงพระสงฆ์สมมุติในกาลบัดนี้ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯนี้เถิดฯ ขอพระอริยะสงฆ์องค์ต้นอันสอนพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวล จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้านี้เถิดฯ ขอพระกรรมฐานเจ้าทั้งมวลจงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้านี้เถิดฯ
        อุกาสะ อุกาสะ ในที่นี้เล่า ข้าจะขอปฏิบัติบูชาตามคำสั่งสอนของพระสัพพัญญูโคดมเจ้า เพื่อจะขอเอายัง พระลักษณะ  พระขุททกาปีติธรรมเจ้านี้จงได้ ขอจงเจ้ากูมาปรากฏบังเกิดอยู่ใน จักขุทวาร มโนทวาร กายทวาร แห่งข้าฯในขณะเมื่อข้านั่งภาวนาอยู่นี้เถิดฯ


        อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ วิชชาจะระณะสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวะมนุสสานํ พุทโธ ภควาติ ฯ
สมฺมาอรหํ     สมฺมาอรหํ     สมฺมาอรหํ
อรหํ      อรหํ     อรหํ
(องค์ภาวนา พุทโธ)



ปล.

การเริ่มนั่งกรรมฐานตามแบบที่พระอาจารย์บอกสืบๆกันมา โดยแรกท่านจะให้ องค์ภาวนาว่าพุท-โธ ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้ อยู่ใต้สะดือ2 นิ้ว

คำว่า2 นิ้วนี้วัดโดยใช้นิ้วมือของเรา2นิ้วทาบใต้สะดือสุดที่ใดก็ให้ตั้งจิต คิด นึก รู้ไว้ตรงจุดนั้นนั่นเอง



4. คำอธิบายเวลากำหนดจิต


   หลังจากอาราธนาองค์พระกรรมฐานแล้ว ครั้งแรกกำหนดจิตให้มารวมไว้ที่ใต้สะดือ ๒ นิ้วมือ(ภาวนา พุท-โธ) กำหนดด้วยความตั้งใจจริง ค่อยดำเนินไปด้วยความเพียรชั้นกลาง แลมีสติค่อยประคับประคองให้ตรงต่อจุดมุ่งหมาย อย่ารีบร้อนให้มี ให้เป็นจนเกินไปกว่าเหตุผลจะอำนวยให้ เพราะคุณสมบัติสมาธินี้เป็นของกลาง เป็นเองด้วย บังคับไม่ได้ เราอยากให้เป็นสมาธิก็ไม่เป็น ไม่อยากให้เป็นสมาธิก็ไม่เป็น เราทำก็ไม่เป็น เราหยุดเสียไม่ทำก็ไม่เป็น แต่จะสำเร็จผลในขณะที่เราทำให้มาก เจริญให้มากโดยสายกลาง  ไม่หย่อนนัก ไม่ตึงนัก เป็นไปโดยสม่ำเสมอ ไม่ขาดสายทำไปโดยอาการเยือกเย็น และจิตกล้าหาญ ในเมื่อจิตรวมเป็นหนึ่งได้แล้ว กระบวนการแห่งสมาธิก็จะเป็นไปเอง
 
วิธีนั่งเข้าที่ภาวนาโดยละเอียด


       นั่งคู้บัลลังก์ เท้าขวาทับ เท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้ายตั้งกายตรง บริกรรม พุทโธ กำหนดจิตดังนี้


        ๑.สมาธินิมิต คือเครื่องหมายสำหรับตั้งสมาธิ ให้ตั้งที่ใต้นาภี คือ สะดือ สองนิ้วมือ เป็นที่ชุมนุมธาตุ และ สัมปยุตธาตุ บริกรรมในที่นี้จะเกิดกำลังมาก อันห้องพระพุทธคุณ อยู่ใต้นาภี สองนิ้วมือ
        ๒. ปัคคาหะนิมิต คือการยกจิตไปอยู่ที่สมาธินิมิต คือที่ใต้นาภี สองนิ้วมือ จิต ได้แก่ การนึก การคิด การรับรู้อารมณ์ หรือ สติ
        ๓. อุเบกขานิมิต คือ การวางเฉยในอารมณ์ จิตไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ ที่เป็น อดีต ที่เป็นอนาคต ให้มีจิตอยู่ในอารมณ์ปัจจุบัน จิตที่แล่นไปใน อดีต อนาคต เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน
    การกำหนด สมาธินิมิต (นาภี) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
           การกำหนดปัคคาหะนิมิต (ยกจิต) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่าน
        การกำหนด อุเบกขานิมิต (วางเฉย) โดยส่วนเดียว เป็นเหตุให้จิตไม่ตั้งมั่น
        ต้องกำหนดนิมิต สามประการ คือ สมาธินิมิต ปัคคาหะนิมิต อุเบกขานิมิต ไปพร้อมกันตลอดกาล ตามกาล จึงทำให้จิตอ่อนควรแก่การงาน จิตที่อ่อนควร แก่การงาน คือ จิต ที่ปราศจากนิวรณธรรม คือ กามฉันท์ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส พยาบาท ได้แก่การปองร้าย ถีนะมิทธะ ความง่วงหงาวหาวนอน อุทธัจจะกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน รำคาญ วิจิกิจฉา ความสงสัย
        การกำหนด สมาธินิมิต ปัคคาหนิมิต อุเบกขานิมิต มาใน พระสุตตันตปิฏก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต สมุคคสูตร ว่า
        ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดภิกษุประกอบสมาธิจิต กำหนดไว้ในใจซึ่ง  สมาธินิมิต ตลอดกาล ตามกาล กำหนดไว้ในใจซึ่ง ปัคคาหะนิมิต ตลอดกาล ตามกาล กำหนดไว้ในใจซึ่ง อุเบกขานิมิต ตลอดกาล ตามกาล เมื่อนั้นจิตย่อมอ่อนควรแก่การงาน ผุดผ่องและ ไม่เสียหาย จิตย่อมตั้งมั่นโดยชอบ เพื่อความสิ้นอาสวะ และ ภิกษุนั้นย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อ ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยธรรมอันยิ่งใดๆเธอย่อมสมควรเป็นพยานในธรรมนั้นๆ ในเมื่อเหตุเป็นอยู่ มีอยู่
ก่อนนั่งสมาธิภาวนาพึงสำเหนียกในใจก่อนว่า
          จิตของเราจักเป็นจิตหยุด ตั้งมั่นอยู่ภายใน    ธรรมทั้งหลายอันเป็นบาปอกุศล ที่เกิดขึ้นแล้ว  จะต้องไม่ยึดจิตของเรา ตั้งอยู่
   เป็นการอธิษฐานจิต ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อมิให้จิตซัดส่ายไปตามอารมณ์ต่างๆ   เป็นการวางอารมณ์ ของจิตให้แน่วแน่ มีสติรู้ทัน ธรรมทั้งหลายที่เป็นบาปอกุศล เช่น นิวรณธรรมเป็นต้น  ไม่ให้มารบกวนจิต  ยึดจิตติดอยู่ ทำให้จิตไม่บรรลุสมาธิได้ง่าย   


5.
หลังเลิกนั่งภาวนา

            เมื่อเจริญภาวนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าพึ่งลุกออกจากอาสนะ ให้แผ่เมตตา กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์ก่อน จึงลุกออกจากที่ เมื่อนั่งแล้วรู้เห็นอะไร ห้ามไปคุยกันเอง  ให้ไปแจ้งบอกกล่าว กับพระอาจารย์กรรมฐาน โดยมากพระอาจารย์จะให้กล่าวบทกรวดน้ำยังกิญจิ

บทกรวดน้ำยังกิญจิ
ของพระเจ้าโลกวิชัย ผู้เป็นพระบรมโพธิสัตว์

ยังกิญจิ กุสะลัง กัมมัง      กัตตัพพัง กิริยัง มะมะ
กาเยนะ วาจามะนะสา      ติทะเส สุคะตัง กะตัง
เย สัตตา สัญญิโน อัตถิ   เยจะ สัตตา    อะสัญญิโน
กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง   สัพเพ ภาคี    ภะวันตุ  เต
เย ตัง กะตัง สุวิทิตัง      ทินนัง ปุญญะผะลัง มะยา
เย จะ ตัตถะ นะ ชานันติ   เทวา คันตวา    นิเวทะยุง
สัพเพ โลกัมหิ เย  สัตตา   ชีวันตาระเหตุกา
มะนุญญัง โภชะนัง สัพเพ   ละภันตุ มะมะ เจตะสาติฯ
   กุศลกรรมอย่าง ใดอย่างหนึ่งเป็นกิจที่ควรฝักใฝ่ ด้วยกาย วาจา ใจ เราทำแล้วเพื่อไปสวรรค์ สัตว์ใดมีสัญญา หรือไม่มีสัญญา ผลบุญที่ข้าฯทำนั้นทุกๆสัตว์ จงมีส่วน สัตว์ใดรู้ก็เป็นอันว่าข้าฯให้ แล้วตามควร สัตว์ใดมิรู้ถ้วน ขอเทพเจ้าจงไปบอกปวงสัตว์ ในโลกีย์ มีชีวิตด้วยอาหาร จงได้โภชนะสำราญ ตามเจตนา ของข้าฯเทอญ ฯ     





6.วิธีแจ้งพระกรรมฐาน
(รูปกรรมฐาน สอบนิมิต อรูปกรรมฐาน สอบอารมณ์)


      เมื่อจะไป แจ้งพระกรรมฐาน หรือไปสอบอารมณ์นั้น  พระภิกษุให้ห่มผ้าเรียบร้อย ไปพร้อมดอกไม้ธูปเทียน กราบพระพุทธรูปก่อนแล้ว จึงกราบพระอาจารย์ผู้บอกพระกรรมฐาน ถวายดอกไม้ให้พระอาจารย์ด้วย แล้วจึง แจ้งอารมณ์พระกรรมฐาน กับพระอาจารย์(ถ้าเป็นฆราวาสก็เพียงแต่ติดต่อไปยังพระอาจารย์วีระ หรือ
หลวงพ่อจิ๋ว โทร. 084-651-7023;หรือแจ้งทาง e-mail : weera2548@yahoo.co.th
;[พระครูสิทธิสังวร;วีระ ฐานวีโร ;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง]

รายละเอียดของสถานที่ฝึก
ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023)

รูปพระอาจารย์กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับที่ท่านควรรู้จักครับ








[/quote]

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

jeansza, wachiraphan, Payut, toppdt, dupong, Saowanee, Amitah6800, Somponr, FOX, Haloo, sainampuehg, ราชันย์, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, Nat_usp, บรรยงก์, Natchapon9736, suwat, supchai, suwatchai_s, chakra, Sylvenus, sunchit, lissent, pornkamol236023, surarit, ืnavapon, zero89, phumule, pahol, win006, pornthip, NEO, phunao, chomkamon, nu, settha, chothip, thesunza, ผู้ดูแลเวบบอร์ด, alan, wutlions, wee, paptavan, pathomlak, chiroken, ravee v, Samrae, chon, Inter, LEOzenith, kritdaddyrock, วิมุติมรรค, jummum, knight, Dakara.('',), acer

หัวข้อกระทู้นี้, มี 57 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2012, 05:53:38 PM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติสำหรับช่วงปี 2557
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4572

อนุโมทนา
-มอบให้: 12236
-ได้รับ: 33776



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 08:09:23 PM »

<a href="http://www.youtube.com/v/a_q00e8kIgs" target="_blank">http://www.youtube.com/v/a_q00e8kIgs</a>

<a href="http://www.youtube.com/v/udIZLdBGXw4" target="_blank">http://www.youtube.com/v/udIZLdBGXw4</a>

   
วิธีฝึกกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ตามรอยหลวงปู่ทวด


กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ นั้นมีวิธีการฝึกและ การปฎิบัติที่เป็นแบบแผนแน่นอน สรุปได้ง่ายๆดังนี้ครับ

1. เข้าหากัลยาณมิตร คืออาจารย์ผู้บอกกรรมฐาน
2. ขอขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ตามแบบแผนแต่โบราณ
3. เริ่มนั่งกรรมฐานตามแบบที่พระอาจารย์บอก โดยแรกท่านจะให้ ภาวนาว่าพุท-โธ สติตั้งใต้สะดือ2 นิ้ว
คำว่า2 นิ้วนี้วัดโดยใช้นิ้วมือของเรา2นิ้วทาบใต้สะดือสุดที่ใดก็เอาสติไว้ตรงจุดนั้นนั่นเอง

ทุกครั้งที่นั่งกรรมฐานต้องมีการ ขอขมาพระ และกล่าวคำอาราธนากรรมฐานตามแบบ กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับทุกครั้ง และเมื่อนั่งเสร็จต้องแผ่เมตตาก่อนจึงลุกจากที่นั่ง
4. การเกิดนิมิตรู้เห็นอย่างใดให้แจ้งแก่อาจารย์ผู้บอกกรรมฐานแต่เพียงผู้เดียวห้ามบอกผู้อื่น และไม่ควรอ่านสภาวะธรรมต่างๆก่อนเพื่อกันอุปาทานและจิตหลอนนั่นเอง

5. เมื่ออาจารย์ให้ผ่านแล้วก็จะมีการเลื่อนกรรมฐานไปห้องอื่นๆสูงขึ้นไปตามลำดับชั้นของห้องกรรมฐานนั้นๆจนจบกรรมฐาน40 และต่อวิปัสสนากรรมฐานเป็นขั้นๆไปตามลำดับ




============================================================================



คู่มือ สมถะ-วิปัสสนากรรมฐาน มัชฌิมาแบบลำดับ

ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน)
วัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร (พลับ) กรุงเทพฯ

พระครูสังฆรักษ์วีระ ฐานวีโร รวบรวม เรียบเรียง



============================================================================

คำนำ

พระสมถะ-วิปัสสนากรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ข้าพเจ้าได้รวบรวม และเรียบเรียงมาจาก พระคัมภีร์กรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ฝ่ายเถรวาท ซึ่งถือตามคติที่พระอรหันต์พุทธสาวก ที่ได้วางหลักพระธรรมวินัย และธรรมปฏิบัติเป็นแบบแผนไว้เมื่อครั้งตติยสังคายนา และนับถือแพร่หลายมาในประเทศ ไทย พม่า ลังกา ลาว และกัมพูชา เป็นของเก่า สืบทอดต่อมาโดยสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) วัดราชสิทธาราม แต่ได้มาอธิบาย พระกรรมฐานของเก่าขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย และเพิ่มศรัทธา ให้มีผู้เข้ามาปฏิบัติธรรม ของเก่าดั่งเดิมกันมากขึ้น เป็นการจรรโลงการปฏิบัติธรรมของเก่ามิให้ เสื่อมสลาย สูญสิ้นไป
สมดังปณิธาน ของสมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน และ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(รัชกาลที่๒)ที่ได้ทรงกระทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมา ภาคปฏิบัติเอาไว้ ตั้งแต่ปีพระพุทธศักราช ๒๓๖๔

พระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับนี้ เป็นของเก่าเล่าเรียนปฏิบัติ สืบต่อกันมาช้านาน แต่ครั้งพุทธกาลโดยพระราหุลเถรเจ้า ทรงเป็นต้นสาย สืบต่อมา ถึงครั้งตติยสังคายนา นำเข้ามาสู่ลังกา และนำเข้ามาสู่สุวรรณภูมิ

โดยพระโสณเถรเจ้า พระอุตระเถรเจ้า พระองค์ท่านได้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่ในดินแดนสุวรรณภูมิ พร้อมพระสมถะ-วิปัสสนากรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ผ่านยุคผ่านสมัยเรื่อยมาจนถึงยุคศรีทวารวดี

ต่อมาประมาณปีพระพุทธศักราช ๖๐๙–๖๕๓ พระอุปติสสะเถรเจ้า แห่งลังกาทวีป ได้นำเอาพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ซึ่งเป็นพระกรรมฐาน ภาคปฏิบัติ อันทรงจำสืบกันมา นำมาแต่งจารึกลงเป็นอักษร เรียงลำดับ เรียงหมวดหมู่พระกรรมฐานไว้เป็นภาคปริยัติ เรียกว่า คัมภีร์วิมุตติมรรค เพื่อให้ผู้ปฎิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ มาแล้ว ได้ศึกษาหาความรู้ภาคปริยัติต่อไป

ต่อมาประมาณปีพระพุทธศักราช ๙๕๖ พระพุทธโฆสะ ได้นำคัมภีร์วิมุตติมรรค มาแต่งเป็น  พระคัมภีร์วิสุทธิมรรคเพื่อแสดงปัญญา ให้ได้มาซึ่ง คัมภีร์อรรถคาถา
แต่การบอกพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ยังคงบอกต่อๆกันมา ในภาคปฏิบัติ และจำสืบกันมาเรื่อยๆ เพื่อป้องกันการชี้นำ และเกิดอุปาทาน และจิตหลอน จึงสืบต่อมาจนถึง

ยุคศรีทวารวดี ยุคสุโขทัย ยุคอยุธยา และยุครัตนโกสินทร์

ในยุครัตนโกสินทร์นี้เอง พระสมถะ-วิปัสสนากรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ได้เริ่มเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ประมาณปีพระพุทธศักราช ๒๓๖๔ พระสงฆ์ สามเณร ปะขาว ชี เริ่มประพฤติปฏิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมา ออกนอกลู่ นอกทาง ของการปฏิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมา แต่ก่อนมา ไม่ปฏิบัติเป็นขั้น เป็นตอน ทำให้พระพุทธศาสนาภาคปฏิบัติ ค่อยๆเสื่อมถอยลง

ต่อมาล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๒ จึงได้ให้ชุมนุมพระสงฆ์ วิปัสสนา-พระกรรมฐานมัชฌิมา มาร่วมกัน ทำสังคายนาพระกรรมฐานมัชฌิมาไว้ และทรงแต่งตั้งภิกษุ ไปเป็นพระอาจารย์บอกพระสมถะ-วิปัสสนากรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับต่อจากนั้นสมถะ-วิปัสสนานากรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ จึงได้มีมาจนทุกวันนี้ ซึ่งบางสมัยก็เจริญ บางสมัยก็เสื่อม โดยความไม่รู้ทั่วถึง จึงต้องมีการฟื้นฟู ผดุงรักษา พระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ไว้

ฉะนั้น โบราณจารย์ พระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ แต่ปางก่อนทั้งหลาย จึงได้กล่าว เป็นคติพยากรณ์ถึงการรักษาแบบแผน การปฏิบัติพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ไว้เป็น ๓ คาบว่า

ลัชชี รักขิสสติ ภิกษุลัชชีจักรักษา
 ลัชชีรักขิสสติ ภิกษุลัชชีจักรักษา
ลัชชีรักขิสสติ ภิกษุลัชชีจักรักษา
ดังเช่น..หลวงปู่สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า (สุก ไก่เถื่อน) ดังนี้ เป็นต้น


พระครูสังฆรักษ์วีระ ฐานวีโร
คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม
โทรศัพท์-084-651-7023

============================================================================

ขั้นตอนการปฏิบัติพระกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ

ตอนสมถะภาวนา


รูปกรรมฐาน ตอน ๑
๑.ห้องพระปีติห้า
๒.ห้องพระยุคลหก
๓.ห้องพระสุขสมาธิ
พระกรรมฐาน ๓ ห้องนี้เป็นพระกรรมฐาน สำหรับฝึกตั้งสมาธิ เป็นพระกรรมฐานต่อเนื่องของจิต จากจิตหยาบ ไปหาจิตที่ละเอียด ถึงขั้นอุปจารสมาธิเต็มขั้น หรือ เรียกว่ารูปเทียมของปฐมฌาน สอบนิมิต เป็นอารมณ์

รูปกรรมฐาน ตอน ๒
๔.ห้อง อานาปานสติ ๙ จุด ทำให้จิตละเอียดขึ้น ถึงอัปปนาสมาธิ หรืออัปปนาฌาน
๕.ห้อง กายคตาสติกรรมฐาน
๖.ห้องกสิณ ๑๐ ประการ
๗.ห้องอสุภ ๑๐ ประการ เพื่อละราคะ
๘.ห้องปัญจมฌาน

ห้องพระอานาปานกรรมฐาน ถึงห้องปัญจมฌาน เป็นรูปกรรมฐาน สอบนิมิต เป็นพระกรรมฐานต่อเนื่องใน กายคตาสติกรรมฐาน และกายานุปัสสนาสติปัฎฐาน
พระโยคาวจร ผู้เจริญอานาปานสติ เจริญอาการ ๓๒ เจริญกสิณ ๑๐ ประการ เจริญอสุภะ ๑๐ ประการ เจริญปัญจมฌาน พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เป็นการเจริญกาย คตาสติกรรมฐานทั้งสิ้น ย่อมได้รับอานิสงส์มากมาย เปรียบเหมือน น้ำเต็มขอบสระ กาบินมาแต่ทิศใดย่อมดื่มกินน้ำได้ทุกทิศ

อรูปกรรมฐาน (สอบสภาวธรรม)
๙.ห้อง อนุสสติ เจ็ดประการ เป็นคุณธรรม ของพระโสดาบัน
๑๐.ห้อง อัปปมัญญาพรหมวิหาร
๑๑. ห้อง อาหาเรปฎิกูลสัญญา
๑๒.ห้อง จตุธาตุววัฏฐาน
๑๓.ห้อง อรูปฌาน

ตั้งแต่ห้อง อนุสสติ ๗ ประการ ถึงห้องอรูปฌาน เป็นอรูปกรรมฐาน สอบอารมณ์ สอบสภาวธรรม จิตได้สภาวธรรมเต็มที่ การเจริญวิปัสสนา ก็แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น เมื่อจะขึ้น พวิปัสสนาฌาน ให้ทำฌานสมาบัติแปด ถอยมาถึง ตติยฌาน แล้วเจริญ พระวิปัสสนา

(จบสมถะ)

============================================================================
วิปัสสนากรรมฐาน มัชฌิมาแบบ ลำดับ

๑.เจริญวิสุทธิเจ็ดประการ เอาองค์ฌาน เป็นบาทฐาน
๒.พระไตรลักษณะญาณ ๓
๓.พระอนุวิปัสสนา ๓
๔.พระวิโมกข์ ๓ ประการ
๕.พระอนุวิปัสสนาวิโมกข์ ๓
๖.พระวิปัสสนาญาณ ๑๐
๗.พระโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ เป็นบาทรองรับวิปัสสนา
๘.สัญโญชน์ ๑๐ เพื่อให้รู้กิเลสที่จะละ
๙.ออกบัวบานพรหมวิหาร เจริญเพื่อละพยาบาท เป็นหนทางสู่ มรรค ผล นิพพาน

(จบ-สมถะ-วิปัสสนามัชฌิมา แบบลำดับ)

============================================================================

   
เมื่อขึ้นพระกรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด








ดังที่ว่าไปแล้วในตอนต้นนะครับ ว่าการเริ่มฝึกกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับต้อง

1. เข้าหากัลยาณมิตร คืออาจารย์ผู้บอกกรรมฐานและ
2. ขอขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ ตามแบบแผนแต่โบราณ

ในยุคนี้สามารถทำได้ที่ ที่คณะ 5 วัดราชสิทธาราม(พลับ) ซ.อิสรภาพ 23 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 084-651-7023

รถเมล์สาย 19 40 56 57 149 ผ่านหน้าวัด ติดต่อหลวงพ่อวีระ(จิ๋ว)โทร. 084-651-7023

================================================

เครื่องสักการะพระรัตนตรัย
เมื่อขึ้นพระกรรมฐาน


เมื่อจะเรียนพระกรรมฐานนั้น ต้องมอบตัวต่อพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และ อาจารย์ ผู้บอกพระกรรมฐาน โดยให้จัดเตรียม ดอกไม้ ๕ กระทง ข้าวตอก ๕ กระทง เทียน ๕ เล่ม ธูป ๕ ดอก ใส่เรียงกันในถาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า มาขึ้นในวัน พฤหัสบดี ข้างขึ้น หรือ ข้างแรมก็ได้

บททำวัตรพระ

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
(ให้ว่า ๓ หน)

พุทธํ ชีวิตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
อิติปิโส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสะทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสสานํ
พุทโธ ภควาติ ฯ
เย จ พุทธา อตีตา จ, เย จ พุทธา อนาคตา,
ปจฺจุปฺปนฺนา จ เย พุทธา, อหํ วนฺทามิ สพฺพทา,
พุทธานาหสฺมิ ทาโสว, พุทธา เม สามิกิสฺสรา,
พุทธานญฺ จ สิเร ปาทา, มยฺหํ ติฏฐนฺตุ สพฺพทาฯ
นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ, พุทโธ เม สรณํ วรํ,
เอเตน สจฺจ วชฺเชน, โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
อุตฺตมํเคน วนฺเทหํ, ปาทปงฺสุง วรุตฺตมํ,
พุทโธ โย ขลิโต โทโส, พุทโธ ขมตุ ตํ มมํ ฯ

(กราบแล้วหมอบลงว่า)
ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระพุทธเจ้า และคุณพระพุทธเจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลนานทุกเมื่อ และข้าฯจะขอเป็นข้าแห่งพระพุทธเจ้า ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ขอพระบาทบาทาของพระพุทธเจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลนานทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ข้าฯไหว้ละอองธุลีพระบาท ทั้งพระลายลักษณ์สุริยะฉาย ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด อนึ่ง โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระพุทธเจ้า อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ขอพระพุทธเจ้าจงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิด ฯ (คำแปล พระเทพโมลีกลิ่น)
(กราบ)

ธมฺมํ ชีวิตํ ยาว นิพฺพานํ สรณํ คจฺฉามิ ฯ
สวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญญูหีติฯ
เย จ ธมฺมา อตีตา จ, เย จ ธมฺมา อนาคตา,
ปจฺจุปปนฺนา จ เย ธมฺมา, อหํ วนฺทามิ สพฺพทาฯ
ธมฺมา นาหสฺสมิ ทาโสว, ธมฺมา เม สามิกิสฺสรา,
สพฺเพ ธมฺมาปิ ติฏฐนฺตุ, มมํ สิเรว สพฺพทาฯ
นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ, ธมฺโม เม สรณํ วรํ,
เอเตน สจฺจ วชฺเชน, โหตุ เม ชยฺมํ คลํ ฯ
อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ ธมฺมญฺ จ ทุวิธํ วรํ,
ธมฺเม โย ขลิโต โทโส, ธมฺโม ขมตุ ตํ มมํฯ

(กราบแล้วหมอบลงว่า)
ข้าฯจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระปริยัติธรรมเจ้า และพระนวโลกุตตระธรรมเจ้า และคุณพระธรรมเจ้าในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งมวล อันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบันสิ้นกาลทุกเมื่อ แลข้าฯจะขอเป็นข้าฯแห่งพระธรรมเจ้า ขอพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาพระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้น จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าฯสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าฯหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระธรรมเจ้าทั้งมวลนั้นเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ ขอพระธรรมเจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านี้เถิดฯ
(กราบ)

สงฺฆํ ชีวิตตํ ยาวนิพฺพานํ สรณํ คจิฉามิ ฯ
สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ, ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสะยุคฺคานิ อฏฺฐะ ปุริสปุคะลา, เอส ภควโต สาวกสํโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทกฺขิเนยโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญญกฺเขตตํ โลกสฺสาติ
เย จ สงฺฆา อตีตา จ เย จ สงฺฆา อนาคตา
ปจฺจุปปนฺนา จ เย สงฺฆา อหํ วนฺทามิ สพฺพทา ฯ
สงฺฆานาหสฺสมิ ทาโสว สงฺฆา เม สามิกิสฺสรา
เตสํ คุณาปิ ติฏฐนฺตุ มมํ สิเรว สพฺพทา ฯ
นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ สงฺโฆ เม สรณํ วรํ
เอเตน สจฺจวชฺเชน, โหตุ เม ชยฺมงฺคลํฯ
อุตฺตมํ เคน วนฺเทหํ, สงฺฆญฺ จ ทุวิธุตฺตมํ,
สงฺเฆ โย ขลิโต โทโส สงฺโฆ ขมตุ ตํ มมํ ฯ

(หมอบกราบ แล้วว่า)
ข้าฯขอยึดหน่วงเอาซึ่งพระอริยสงฆ์เจ้า และคุณพระอริยสงฆ์เจ้า ในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าฯตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และข้าฯจะขอนมัสการกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน สิ้นกาลทุกเมื่อ และข้าฯจะขอมอบตัวเป็นข้าฯแห่งพระอริยสงฆ์เจ้า ขอพระอริยสงฆ์เจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้าฯ ข้าฯขออาราธนาคุณแห่งพระอริสงฆ์เจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นจะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าหามิได้ ถ้าเว้นไว้แต่พระอริยสงฆ์เจ้าป็นที่พึ่งแก่ข้าฯเที่ยงแท้นักหนา ชัยมงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดมีแก่ข้าฯด้วยคำสัจนี้เถิด ข้าฯขอกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าฯได้ประมาทพลาด พลั้งไว้ในพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ ขอพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งสองประการ จงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าฯพระพุทธเจ้านั้นเถิดฯ
(กราบ)

อธิบายบททำวัตรกรรมฐาน

บททำวัตรสวดมนต์นี้มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ใช้สวดทำวัตรเช้า เย็น และใช้สวดทำวัตรในการขึ้นพระกรรมฐาน สมเด็จพระสังฆราช ไก่เถื่อน ได้นำมาจากกรุงศรีอยุธยา และใช้สวดกันเป็นประจำ ที่วัดราชสิทธารามนี้ มาเลิกสวดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ แต่พระภิกษุที่เรียนพระกรรมฐานยังใช้สวดกันมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนคำแปลท้ายสวดมนต์นี้ มาแปลในสมัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อคราวทำสังคายนาสวดมนต์ แปล พ.ศ. ๒๓๖๔

================================================
**** ยังมีต่ออีก จะนำมาลงในครั้งต่อไปนะครับ ****

================================================


ที่มา เว็บสมเด็จสุกฯ
http://www.somdechsuk.org
http://www.somdechsuk.com/index.php?option=com_content&task=view&id=15&Itemid=38
และ
http://www.somdechsuk.com/download/kumausamatawipassanakammathan.doc

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, Sakol Gulmalival, Saowanee, Amitah6800, Somponr, FOX, Haloo, sainampuehg, Thongchai Mahawan, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, บรรยงก์, phunao, sunchit, lissent, thesunza, pahol, chomkamon, LEOzenith, settha, ผู้ดูแลเวบบอร์ด, alan, wee, paptavan, pathomlak, chiroken, ravee v, thanawut, Samrae, chon, jummum, Inter, acer

หัวข้อกระทู้นี้, มี 34 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2012, 12:10:07 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติสำหรับช่วงปี 2557
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4572

อนุโมทนา
-มอบให้: 12236
-ได้รับ: 33776



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 04:50:07 PM »


สรุปสายวิชชาพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด


ในที่นี้ขอเรียบเรียง สายวิชชาพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เพื่อให้เป็นที่เข้าใจจามหลักฐานที่สืบๆกันมาแต่โบราณครับ

เนื่องด้วยต้นมาแห่งสายวิชชาพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ
สืบสานมาแต่พระราหุลเถระเจ้า




ขออนุญาตอัญเชิญพระอริยประวัติพระองค์ท่านในฐานะผู้ทรงธรรมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ ๒ ประการ คือ ชาติสมบัติ ๑ และปฏิบัติสมบัติ ๑

ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระศาสดา และเป็นอริยสาวกเจ้าที่มี เอกทัคคะเลิศทางการใฝ่ศึกษา ทรงสร้างสมพระสาวกบารมีมาหลายอสงไขย แสนมหากัปป นับชาติไม่ถ้วน ซึ่ง ศีล สมาธิ ปัญญา


ทรงได้รับพระมหากรุณาพุทธิคุณในการอบรมพระกรรมฐาน จาก พระเถระสารีบุตรในฐานะพระพี่เลี้ยง และจากพระมหาเถระอริยะสาวกเจ้าพระองค์อื่นๆ อาทิ พระปิติ ๕ พระยุคล ๖ พระอานาปานสติ ๙ พระกายคตาสติ ๓๒ กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ อนุสติ ๗ พรหมวิหาร ๔ วิสุทธิ ๗ วิปัสสนาญาณ ๑๐ อรูปญาณ ๔ พระมหาสติปัฏฐาน ๔ พระโพธิปักขิยธรรม ๓๗ พระไตรลักษณ์ ๓ เบญขันธ์และอายตนภายในภายนอกทั้ง ๕ ธาตุ ๔ เป็นต้น



จนกระทั่ง พระองค์บ่มวิมุติแก่กล้า ด้วยอิริยาบถไม่เคยเหยียดหลังบนเตียงตลอดช่วงปฏิบัติธรรมก่อนเป็นพระอเสขบุคคล ทรงเผยแพร่พระกรรมฐานมัชฌิมา และบรรลพระอรหันตเจ้า พร้อมด้วยมรรค ๔ ผล ๔ อภิญญา ๖ ปฏิสัมภิทา ๔ แล้ว กาลต่อมาก็มีกุลบุตรที่ได้รับทราบกิตติศัพท์ ได้เข้ามาเป็นสัทธวิหาริก และอันเตวาสิก ศึกษาตามแบบอย่างในสำนักของพระราหุลเถระเจ้าที่ท่านได้ทรงศึกษามา เพื่อสืบทอดการตั้งความปรารถนาและเจตนารมณ์ของพระองค์ท่าน


ก่อนที่พระราหุลเถระเจ้าท่านจะเข้าสู่ขันธปรินิพพานนั้น พระองค์ท่านได้เจริญอิทธิบาทภาวนา อธิษฐานขอจิตนี้กายนี้ ของพระองค์ท่าน แบ่งเป็นสองภาค คือ กายเนื้อเดิม ๑ กับกายทิพย์ใหม่ ๑ เมื่อกายเนื้อแตกดับสู่นิพพาน จึงเหลือแต่กายอธิษฐานทิพย์ คอยดูแลพระบวรพุทธศาสนาไปอีก ๑,๐๐๐ ปี หลังท่านนิพพาน โดยมีพระเถระรุ่นสืบต่อ ๆ กันมา เป็นผู้สืบทอดพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ จากนั้น กายทิพย์อันเกิดจากการอธิษฐานจิตก็อันตรธานหายไป จึงกล่าวได้ว่า พระราหุลเถระเจ้าท่าน จะมีกายก็ไม่ใช่ จะไม่มีกายก็ไม่ใช่


ความจากหนังสือประวัติพระราหุลเถระจ้า พระอาจารย์ใหญ่กรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ หน้า ๙-๑๙





ประมาณปีพระพุทธศักราช๒๕๖-๒๗๔ พระเจ้าอโศกมหาราชส่ง คณะพระโสณเถรเจ้า พระอุตระเถรเจ้า พร้อมพระสงฆ์ทศวรรคเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ คือไทย พม่าลาว เขมร ในปัจจุบันนี้พระสงฆ์ได้สืบทอดพระพุทธศาสนา และพระธรรมวินัยสืบกันเรื่อยมา


จวบจนถึงปัจจุบันนี้ พระสงฆ์ที่อยู่วัดใกล้บ้านเรียกว่าพระสงฆ์คามวาสีพระสงฆ์ที่อยู่วัดในป่าเรียกว่าพระสงฆ์อรัญวาสี พระสงฆ์ที่อยู่วัดคามวาสีและวัดอรัญวาสีต้องศึกษาพระธรรมวินัยทั้งปริยัติและปฏิบัติควบคู่กันไปไม่มีการแบ่งแยกทางการศึกษาว่าจะศึกษาทางไหนก่อนหลังแต่ถ้าจะศึกษาทางปฏิบัติต้องไปยังสำนักพระกรรมฐานหลักสำนักพระกรรมฐานใหญ่อันเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติพระกรรมฐานเจริญภาวนาในยุคต่างๆ เช่น

ยุคสุวรรณภูมิ สำนักกรรมฐานหลักสำนักพระกรรมฐานใหญ่คือวัดท้าวอู่ทองเมืองสุวรรณสังข์ (เมืองอู่ทอง) มีพระโสณเถรพระอุตรเถรเป็นเจ้าสำนักและเป็นพระอาจารย์ใหญ่กรรมฐานประจำยุคสุวรรณภูมิ

ยุคกรุงศรีทวาราวดี สำนักพระกรรมฐานหลักสำนักพระกรรมฐานใหญ่คือวัดแสนท้าวโคตรกรุงศรีทวาราวดีมีพระญาณไตรโลกมหาเถรเจ้าเป็นเจ้าสำนักเป็นศูนย์กลางของพระกรรมฐานในยุคอาณาจักรศรีทวาราวดีสำนักเล็กคือวัดพญารามศรีทวาราวดีวัดสุวรรณารามกรุงศรีทวาราวดีฯยุคศรีทวาราวดีพระอาจารย์กรรมฐานประจำยุคคือพระราชสามีรามมหาเถรเจ้า(เพชร)

ยุคกรุงสุโขทัย สำนักพระกรรมฐานหลักสำนักพระกรรมฐานใหญ่คือวัดป่าแก้วมีพระวันรัตมหาเถรเจ้าเป็นเจ้าสำนักเป็นศูนย์กลางพระกรรมฐานในยุคอาณาจักรสุโขทัยสำนักพระกรรมฐานเล็กในยุคสุโขทัยเช่นวัดป่ารัตนาพระครูญาณไตรโลกเป็นเจ้าสำนักวัดสุทธาวาสพระครูญาณสิทธิเป็นเจ้าสำนักฯ ยุคสุโขทัยพระอาจารย์กรรมฐานประจำยุคคือพระญาณสุวรรณมหาเถรเจ้า(สิงห์)

ยุคกรุงศรีอยุธยา วัดป่าแก้วหรือเรียกกันอีกอย่างว่าวัดเจ้าพญาไทเป็นสำนักพระกรรมฐานหลักสำนักพระกรรมฐานใหญ่พระพนรัตนพระสังฆราชฝ่ายซ้ายเป็นพระอาจารย์ใหญ่เป็นเจ้าสำนักเป็นศูนย์กลางพระกรรมฐานในยุคอาณาจักรอยุธยามีสำนักพระกรรมฐานเล็กๆสิบกว่าวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น
วัดศรีอโยธยา พระพากุลเถรเป็นเจ้าสำนัก๑วัดโบสถ์ราชเดชะพระพุทธาจารย์เป็นเจ้าสำนัก ๑
วัดโรงธรรม พระญาณไตรโลกเป็นเจ้าสำนัก๑วัดกุฎพระอุบาลีเป็นเจ้าสำนัก๑
วัดเจ้ามอน พระญาณโพธิเป็นเจ้าสำนัก๑วัดประดู่พระธรรมโกษาเป็นเจ้าสำนัก๑
วัดกุฎีดาวพระเทพมุนีเป็นเจ้าสำนัก๑วัดสมณะโกฎพระเทพโมฬีเป็นเจ้าสำนัก๑
วัดมเหยงค์ พระธรรมกิติเป็นเจ้าสำนัก๑ฯ
นับว่าสมัยกรุงศรีอยุธยามีวัดอรัญวาสี เป็นสำนักพระกรรมฐานมากเปรียบเทียบได้ว่ามีมหาวิทยาลัยพระกรรมฐานทางพระพุทธศาสนามาก

ยุคอยุธยา พระอาจารย์ใหญ่กรรมฐานประจำยุคคือพระพนรัต(รอด) หรือหลวงปู่เฒ่าพระสังฆราชาฝ่ายอรัญวาสี




ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ มีวัดอรัญวาสีสำนักพระกรรมฐานหลักสำนักพระกรรมฐานใหญ่๑วัดคือวัดราชสิทธาราม(พลับ) สมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน (สุก) เป็นเจ้าสำนักเป็นพระอาจารย์ใหญ่ประจำกรุงรัตนโกสินทร์วัดราชสิทธารามจึงเป็นศูนย์กลางของกรรมฐานมัชฌิมาประจำกรุงรัตนโกสินทร์มีสำนักเล็กคือวัดราชาธิวาส
พระปัญญาวิศาลเถร (ศรี) เป็นเจ้าสำนักยุครัตนโกสินทร์

พระอาจารย์กรรมฐานประจำยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ระยะนั้น คือ สมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน (สุก ไก่เถื่อน)

จึงนับได้ว่ากรุงรัตนโกสินทร์มีมหาวิทยาลัยพระกรรมฐานทางพระพุทธศาสนาเพียง๒แห่ง สำหรับสำนักวัดราชาธิวาสนั้นเมื่อพระปัญญาวิศาลเถร(ศรี) มรณะภาพลงแล้ว พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับก็เสื่อมลงเรื่อยๆซึ่งปัจจุบันหมดไปแล้วมีแบบแผนใหม่เข้ามาแทนที่เนื่องจากอยู่ในที่ใกล้ความเจริญมากกว่า(ฝั่งกรุงเทพฯ) ด้วยความเจริญของสมัยใหม่เข้ามาเร็วและไม่มีการบำรุงรักษาแบบแผนเดิมไว้

ต่อมาเหลือเพียงวัดราชสิทธาราม(พลับ) เพียงวัดเดียวที่รักษาแบบแผนและความเป็นสำนักพระกรรมฐานใหญ่สำนักพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับเป็นหลัก แทนสำนักเดิม ๆ คือ วัดแสนท้าวโคตรยุคทวาราวดีแทนวัดป่าแก้วยุคสุโขทัยแทนวัดป่าแก้วยุคกรุงศรีอยุธยาไว้ได้ยาวนานที่สุด

ความจากหนังสือประวัติสมเด็จพระสังฆราช สุก ไก่เกื่อน หน้า ๒๕ – ๒๖

********************************************************************************************





ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ด้วยเศียรเกล้าฯของข้าฯ


ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่ พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ขอนอบน้อมแด่ พระอริยสงฆ์เจ้าองค์ต้น พระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ คือ พระราหุลเถรเจ้า ขอนอบน้อม พระอริยสงฆ์ผู้สืบทอดพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับ คือ พระโกลิกเถรเจ้า พระมัลลิกเถรเจ้า พระโมคคัลลีบุตรเถรเจ้า พระโสณเถรเจ้าพระอุตรเถรเจ้า แห่งดินแดนชมพูทวีป


และ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระราชสามีรามมหาเถรเจ้า(เพชร) ยุคทวาราวดีพระญาณสุวรรณมหาเถรเจ้า(สิงห์) ยุคสุโขทัยพระพนรัต(รอด) หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ยุคกรุงศรีอยุธยาและสมเด็จพระสังฆราช (สุกไก่เถื่อน) ยุคกรุงรัตนโกสินทร์แห่งดินแดนสุวรรณภูมิ


ข้าพเจ้าขอพระกรรมฐานมัชฌิมาแบบลำดับจงตั้งอยู่นานตราบเท่าพุทธกาล ด้วยเทอญฯ


   
ภาพการขึ้นครูกรรมฐานมัชฌิมา(ตามรอยหลวงปู่ทวด)




การขึ้นครูกรรมฐาน เป็นธรรมเนียมพิธีมีมาแต่โบราณ อุบายเพื่อกำหนดจิตน้อมเหนี่ยวขมาพระรัตนตรัยทั้ง ๓ คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ เป็นองค์คุณ และ บูชาพระคุณครูบาอาจารย์ผู้ให้การสั่งสอนอบรมวิชชา บนถาดเครื่องนมัสการ ประกอบด้วย เทียน ๕ ข้าวตอก ๕ และดอกไม้บูชา ๕ เพื่อความเจริญก้าวหน้าแห่งธรรมปัญญาญาณ



(กราบอนุโมนา สาธุการ คณะศิษย์ศูนย์กลางพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ทุก ๆ ท่านที่ได้เอื้อเฟื้อภาพประกอบ)















credits :คุณบุญญสิกขา เว็บพลังจิต

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

jeansza, watchara, toppdt, kritdaddyrock, Saowanee, Somponr, FOX, Haloo, sainampuehg, tongdee, Thongchai Mahawan, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, บรรยงก์, suwat, phunao, sunchit, pahol, chomkamon, settha, chothip, thesunza, ผู้ดูแลเวบบอร์ด, pathomlak, paptavan, chiroken, ravee v, Sitti, jummum, knight, LEOzenith, thanawut

หัวข้อกระทู้นี้, มี 32 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2012, 12:11:09 AM โดย veerawong » บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติสำหรับช่วงปี 2557
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
chiroken
สมาชิกวิริยะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 147

อนุโมทนา
-มอบให้: 785
-ได้รับ: 1821



« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 07:59:16 PM »

อนุโมทนาด้วยครับ

อ่านกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย 

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, Saowanee, FOX, Haloo, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, บรรยงก์, settha, ผู้ดูแลเวบบอร์ด, LEOzenith, paptavan, jummum, veerawong

หัวข้อกระทู้นี้, มี 15 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

"เทียนไขที่เผาผลาญตัวเองฉันใด"
"คนย่อมโดนเวรกรรมเผาผลาญตัวเองฉันนั้น"
paptavan
สมาชิก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48

อนุโมทนา
-มอบให้: 524
-ได้รับ: 425



« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 23, 2010, 01:49:23 AM »

 สาธุ สาธุ ถูกใจจริง ๆ อนุโมทนาค่ะ
 

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, Saowanee, sunchit, FOX, Haloo, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, settha, ผู้ดูแลเวบบอร์ด, chiroken, veerawong, jummum, LEOzenith

หัวข้อกระทู้นี้, มี 15 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
pathomlak
สมาชิก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40

อนุโมทนา
-มอบให้: 203
-ได้รับ: 370


ไม่พัก......ไม่เพียร


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 23, 2010, 07:22:02 AM »

ร่วมอนุโมทนาครับ

                           

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, Saowanee, sunchit, FOX, Haloo, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, settha, ผู้ดูแลเวบบอร์ด, LEOzenith, chiroken, veerawong, jummum

หัวข้อกระทู้นี้, มี 15 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
settha
สมาชิกพิเศษ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 270

อนุโมทนา
-มอบให้: 5126
-ได้รับ: 2127



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2010, 05:51:27 PM »

อนุโมทนาครับ

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, Saowanee, FOX, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, sunchit, jummum, veerawong, LEOzenith

หัวข้อกระทู้นี้, มี 11 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
ben10x
สมาชิกวงใน
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56

อนุโมทนา
-มอบให้: 932
-ได้รับ: 457


« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 17, 2011, 01:48:48 PM »

อาการแบบนี้เรียกว่าจิตสงบหรือเปล่าครับ

คือผมนั่งสมาธิมาได้ัพักนึงแล้วครับ ก็นิ่งบ้างไม่นิ่งบ้าง ก็พยายามจะทำทุกวัน แต่ก็ทำไม่ได้ทุกวัน เพราะ้บางทีทำงานมาทั้งวันก็เหนื่อยขี้เกียจบ้าง บางทีนั่งสวดยังไม่ทันจบเลยสัปหงกไปซะงั้น  บางทีก็ไม่ได้ง่วงมาก แต่เวลานั่งสมาธิแล้วรู้สึกว่ามันนิ่งมาก รู้สึกเหมือนตัวจะเอน ๆ มันเหมือนจะหลุดไป แต่ไม่แน่ในว่าวูบเหมือนจะหลับหรือว่าหลุดเข้าสมาธิ จริง ๆ  ก็เลยต้องรีบรู้สึกตัวขึ้นมา แล้วเริ่มนั่งใหม่(ใจคิดว่าสัปหงก ต้องรีบตั้งสติ กลัวหลับ ) แต่ก็เป็นอีก ก็เลยหยุดไม่นั่งแล้ว มานั่งถามตัวเองว่ามันเป็นเพราะง่วงหรือว่าอะไรกัน บางทีก็ไม่ได้ง่วงมากหรืออาจจะเป็นเพราะนิ่งมากก็เลยทำให้หลับได้ อะไรประมาณนี้ เหมือนเวลาเรานอนแล้วเรานิ่ง มันก็จะหลับไปเอง อะไรแบบนั้น  ก็เป็นอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

คือเวลาผมนั่งจะภาวนาช่วงเริ่มนั่ง พอไปซักพักก็ไม่ภาวนา แต่ปล่อยใจให้ว่างไม่คิดอะไร แต่ถ้าใจไม่ว่างก็จะกลับมาภาวนาใหม่ ก็จะเป็นแบบนี้

แต่ช่วงหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมาไม่ได้ไปไหนอยู่บ้านคนเีดียว พอดีครอบครัวไปต่างจังหวัดกันหมด วันที่ 14 ก็เริ่มสวดมนต์ประมาณห้าทุ่มกว่าแล้ว
สวดเสร็จก็นั่งสมาธิ เหมือนเดิมครับ ก็ระลึกถึงหลวงปู่ แล้วภาวนา ภาวนาไปซักพักก็ปล่อยใจให้ว่าง จำไม่ได้ว่านั่งนานแค่ไหน แล้วอยู่ ๆ ก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัวเลย กำลังนิ่ง ๆ อยู่ก็เอะใจว่าเป็นอะไร แต่ก็นั่งต่อ กำลังนิ่งได้ซักพัก ก็เป็นอีกอยู่ ๆ ก็ขนลุก คราวนี้ก็ลืมตาไม่นั่งแล้ว  ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  จะว่าอากาศหนาวก็ไ่ม่น่าใช่ .... นั่งหันซ้ายหันขวา .. อยู่คนเดียวด้วย มีอะไรรึป่าวเนีย ก็เลยไม่นั่งต่อ กราบพระ แล้วก็ลุกไป ทั้งทียังขนลุกอยู่เลย ... ไปนั่งดูทีวีสงบจิตใจดีกว่า .... 5555

ก็เป็นแค่วันเดียวครับ วันต่อมาก็ไม่ได้ขนลุกอะไร แต่จะเป็นรูปแบบเดิม คือพอจะหลุด ๆ ก็ตั้งสติใหม่ คิดว่าต่อไปจะหลุดก็จะปล่อยให้หลุดไปเลยจะได้รู้ว่าหลุดเพราะหลับ หรือเพราะอะไร ...

ลืมไป ผมไม่มีพระผงของหลวงปู่ไว้กำนั่งนะครับ อาศัยรูปของหลวงปู่ครับ  ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเมื่อไหร่ที่จะได้แวะไปที่วัดสะแก 

ขอบคุณครับ   ขออนุโมทนาครับ
.....

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, pichakron, settha, Saowanee, sunchit, FOX, Haloo, jummum, ปาฏิหาริย์, Thaiinus1899, dewcnn, veerawong

หัวข้อกระทู้นี้, มี 14 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
veerawong
ทีมงานชุมชนคนรักหลวงปู่ดู่
กัลยาณมิตร
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4572

อนุโมทนา
-มอบให้: 12236
-ได้รับ: 33776



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2011, 07:30:43 PM »

อนุโมทนาครับ

 

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, pichakron, settha, Saowanee, sunchit, Amitah6800, jummum, FOX, LEOzenith, ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 12 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

บัญชีสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติสำหรับช่วงปี 2557
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2894.msg22794#msg22794
กรรมฐานตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดฯ
http://www.prommapanyo.com/smf/index.php?topic=2798.msg22135#msg22135
sunchit
สมาชิกวงใน
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57

อนุโมทนา
-มอบให้: 1821
-ได้รับ: 416


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 09:28:06 AM »

 

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, pichakron, settha, ปาฏิหาริย์, Saowanee, veerawong

หัวข้อกระทู้นี้, มี 8 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
ปาฏิหาริย์
กัลยาณมิตร
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 526

อนุโมทนา
-มอบให้: 15489
-ได้รับ: 2404



« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 01:37:19 PM »

 

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, kritdaddyrock, LEOzenith, pichakron, settha, veerawong

หัวข้อกระทู้นี้, มี 7 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า

....กระบี่อยู่ในใจถ้ารู้จักใช้ แม้ลำไม้ไผ่ก็ไร้เทียมทาน.......
....อย่าเกลียดคนเลว เพราะถ้าไม่มีเขาเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าใครเป็นคนดี........
ืNightlife
สมาชิก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1

อนุโมทนา
-มอบให้: 0
-ได้รับ: 3



« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2011, 01:53:56 PM »

  อนุโมทนา สาธุค่ะ

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

watchara, toppdt, ปาฏิหาริย์

หัวข้อกระทู้นี้, มี 3 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
pathomlak
สมาชิก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40

อนุโมทนา
-มอบให้: 203
-ได้รับ: 370


ไม่พัก......ไม่เพียร


« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2011, 10:19:42 PM »

    สาธุครับ

สมาชิกแสดงการอนุโมทนาบทความของคุณ:

ปาฏิหาริย์, watchara, toppdt

หัวข้อกระทู้นี้, มี 3 สมาชิก แสดงการอนุโมทนา!
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.469 วินาที กับ 27 คำสั่ง